ต่างประเทศ

วอนแจ้งเบาะแส! 'คนไทย' หลอกซื้อทองฝั่งลาว 'จ่ายเช็คเด้ง' หลบหนีลอยนวล

โดย paweena_c

17 มิ.ย. 2565

94 views

สื่อโซเชียลทางภาคอีสาน ทั้งไทย-ลาว แชร์ภาพคนร้ายเป็นชายรุ่นใหญ่ มาหลอกซื้อทอง แต่สุดท้ายสั่งจ่ายเช็คเด้ง เจ้าของร้านทองที่ลาวขอความช่วยเหลือคนไทยแจ้งเบาะแส

ภาพจากกล้องวงจรปิด ที่ผู้เสียหาย 'เจ้าของร้านทองฝั่งลาว' ได้นำมาโพสต์ในเฟซบุ๊ค โดยจะเห็นพฤติกรรมของคนร้าย เป็นชาย อายุประมาณ 60 ปี ใส่แมสก์ สวมแว่น รูปร่างท้วม สูงใหญ่ ใส่เสื้อสีเขียว สวมกางเกงยีนต์ สะพานกระเป๋าข้าง เดินเข้ามาร้านทอง ทำทีของซื้อทองในร้าน เส้นละ 10 บาท 2 เส้น จากนั้นได้ลองสวมใส่ดู ก่อนจะตกลงซื้อขายทอง โดยการสั่งจ่ายผ่านเช็ค

โดยในโพสต์ระบุว่า "ใครมีคนรู้จักทำสำนักข่าวไทย ขอความช่วยเหลือติดตามบุคคลในภาพ ให้หน่อยครับ คาดว่าเป็นนักต้มตุ๋นมาซื้อทองที่ลาว ที่ร้านของที่บ้าน แขวงสวรรณเขต แล้วใช้ CLEARING CHECK ชำระเงิน มีขึ้นยอดเงิน แต่ภายหลังยอดโดนหักคืน เพราะเช็คไม่มีเงิน

ตอนนี้ได้เบาะแสว่า บุคคลดังกล่าวข้ามไปฝั่งไทย ที่ จ.นครพนม ต่อรถไป จ.สกลนคร แล้ว อยากให้พี่ ๆ นักข่าวช่วยประชาสำพันธ์เตือนภัยของนักต้มตุ๋น ช่วงนี้มาระบาดที่ลาว ด้วยครับ"

ผู้สื่อข่าว สอบถามไปยังผู้โพสต์ เปิดเผยว่า ร้านทองที่เกิดเหตุเป็นของญาติของตนเอง คนที่ก่อเหตุเป็นชายวัยกลางคน พูดไทย มาซื้อทองที่ร้านคํามาลัย สะหวันนะเขต (ตรงข้ามจังหวัดมุกดาหาร) หมู่บ้านโพนสวางใต้ หน้าคิวรถสายหลัก 3 เมื่อวันที่ 15 มิ.ย.ที่ผ่านมา และขอให้ชําระเงินโอนบัญชีไทย โดยการโอนเงินจํานวน 6 แสนกว่าบาท

แต่หลังจากนั้น ยอดคงเหลือถูกยกเลิก จึงได้สอบถามไปยัง ธนาคารบอกเป็นยอดเงินของเช็ค (เช็ครอเคลียเข้าบัญชี) แต่ที่โชว์ในบัญชีมียอดคงเหลือปกติ ขึ้นอยู่กับ CLEARING CHECK ซึ่งธนาคารคิดว่า เป็นเช็คที่สั่งโดยไม่มีเงินในบัญชี ซึ่งสามารถยกเลิกในภายหลังได้

หลังโพสต์นี้ถูกเผยแพร่ออกไป ทีมข่าว ได้เช็คข้อมูลย้อนหลังพบว่า ชายที่มาก่อเหตุซื้อทอง ฝั่งลาว เป็นแก๊งเดียวกันกับที่เคยมาก่อเหตุหลอกซื้อทอง ที่ร้านทองแห่งหนึ่งในจังหวัดหนองคาย เมื่อช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ก่อนจะถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค 4 จับกุมได้ยกแก๊ง ทั้งหมด 5 คน

โดยหนึ่งในนั้นเป็นคนเดียวกับที่ไปซื้อทองฝั่งลาว เมื่อทีมข่าว นำภาพชายรายนี้ มาเปรียบเทียบกัน พบว่าเป็นคนเดียวกัน ชื่อว่า นายรชต วิไลเจริญพงศ์ อายุ 62 ปี ที่อยู่ 290/1 หมู่ 1 ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย จ.เชียงราย ระบุเป็นบุคคลอันตราย มีพฤติการณ์เปลี่ยนชื่อ นามสกุล หลายครั้ง

และยังเคยพา น.ส.พิชาภา ครณรงค์ ผู้ต้องหาไปหลอกซื้อทอง ที่ร้านทอง จ.ระยอง ซึ่งเคยเป็นข่าวโด่งดัง ก่อนจะถูกจับกุมได้ และมาก่อเหตุซ้ำอีก ร่วมกับ นายรชต และพวก พบประวัติโชกโชน ก่อเหตุหลอกซื้อทอง ทั้งภาคตะวันออก และภาคอีสาน อีกหลายจังหวัด

อาทิ กาฬสินธุ์ สุรินทร์ บุรีรัมย์ และล่าสุดที่หนองคาย โดยหลอกซื้อทอง รูปพรรณ น้ำหนักรวม 100 บาท มูลค่า 2.9 ล้านบาท แล้วหนีไป ก่อนจะถูกจับกุมได้ยกแก๊ง เมื่อวันที่ 18 ก.พ.ที่ผ่านมา แต่สุดท้ายก็ได้รับการประกันตัว และมาก่อเหตุล่าสุดที่ร้านทองฝั่งลาว

ซึ่งหลังก่อเหตุ ทีมข่าวได้ตรวจสอบไปที่เจ้าหน้าที่ตม.จังหวัดนครพนม ตามข่าวที่ผู้เสียหาย บอกว่า นายรชต ผู้ก่อเหตุ ได้หนีกลับเข้ามาฝั่งไทยแล้ว แต่เมื่อตรวจสอบดู ยังไม่พบ ชื่อ ประวัติการเดินทางเข้ามาฝั่งไทย ซึ่งคาดว่า นายรชต อาจหลบหนีเข้ามาทางช่องทางธรรมชาติ ไม่ได้ผ่านเข้ามาแบบถูกกฎหมาย

และหลังเกิดเรื่องตอนนี้ทางร้านได้ไปแจ้งความเอาไว้แล้ว และล่าสุดก็ไม่สามารถติดต่อชายคนดังกล่าวได้อีกเลย จึงอยากขอความช่วยเหลือมายังฝั่งไทย ถ้าใครเจอชายคนดังกล่าว ข้ามชายแดนไทยลาว ไปอยู่ที่ไหน ขอให้ช่วยแจ้งเบาะแสมาที่ 'ร้านคํามาลัย' เบอร์โทรศัพท์ 020-55-553-001, 020-96-385-177 

คุณอาจสนใจ

Related News