ต่างประเทศ

ราคาน้ำมันทั่วโลกดีดตัวสูง หลังสหรัฐฯ-อังกฤษ ประกาศห้ามนำเข้าจากรัสเซีย

โดย pattraporn_a

9 มี.ค. 2565

48 views

สหรัฐอเมริกาและอังกฤษออกมาประกาศห้ามการนำเข้าน้ำมันจากรัสเซีย เพื่อตอบโต้ปฏิบิติการทางทหารของรัสเซียในยูเครน ทำให้ราคาน้ำมันทั่วโลกดีดตัวสูงขึ้น ขณะเดียวกัน ยูเครนยังคงเร่งอพยพประชาชนออกจากเมืองที่ถูกปิดล้อมอย่างต่อเนื่อง หลังจากสองฝ่ายมีข้อตกลงหยุดยิงอีกครั้งในวันนี้


รัสเซียประกาศหยุดยิงอีกครั้งในวันนี้ เพื่อเปิดทางชาวยูเครนอพยพออกจากเมืองที่ถูกปิดล้อม ทั้งหมด 5 เมือง ได้แก่ เคียฟ, คาร์คีฟ, เชอร์นิกอฟ, ซูมี, และมาริอูโปล หลังจากที่เมื่อวานนี้ สามารถอพยพประชาชนออกจากเมืองซูมีได้อย่างน้อย 5,000 คน


โดยทางการยูเครนบอกว่า การหยุดยิงเริ่มต้นขึ้น ตั้งแต่เวลา 9 นาฬิกา ตามเวลาท้องถิ่น หรือ 14 นาฬิกา ตามเวลาในไทย เพื่ออพยพประชาชนผ่านเส้นทางมนุษยธรรมทั้งหมด 6 เส้นทาง ซึ่งนาง อิรีนา เวเรชชุก (Iryna Vereshchuk) รองนายกรัฐมนตรีของยูเครน เรียกร้องให้กองกำลังของรัสเซียปฏิบัติตามข้อตกลงการหยุดยิง


ขณะเดียวกันในวันนี้ ทางด้านกระทรวงกลาโหมของรัสเซีย ออกมาเปิดเผยเอกสารลับยืนยันว่า ขณะนี้ยูเครนวางแผนที่จะโจมตีกลุ่มแบ่งแยกดินแดนที่ได้รับการสนับสนุนจากรัสเซีย ในภูมิภาคดอนบาส ทางตะวันออกของประเทศ ภายในเดือนมีนาคมนี้


การสู้รบที่เกิดขึ้นในตอนนี้ กำลังทำให้รัสเซียต้องโดดเดี่ยวทางเศรษฐกิจมากยิ่งขึ้น หลังจากที่เมื่อวานนี้ ประธานาธิบดี โจ ไบเดน ของสหรัฐอเมริกา ออกมาประกาศหยุดนำเข้าน้ำมัน, แก๊สธรรมชาติ และถ่านหินจากรัสเซีย โดยประธานาธิบดีไบเดนกล่าวว่า มาตรการดังกล่าวจะทำให้ราคาน้ำมันของสหรัฐฯ ดีดตัวสูงขึ้น แต่ย้ำว่าเป็นสิ่งที่ต้องทำเพื่อจำกัดขีดความสามารถในการทำสงครามของรัสเซีย


เช่นเดียวกันกับอังกฤษที่ประกาศร่วมขบวนกับสหรัฐฯ โดยจะทะยอยยกเลิกการนำเข้าน้ำมันจากรัสเซีย ภายในปีนี้ เพื่อยกระดับมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่อรัสเซียให้รุนแรงมากยิ่งขึ้น


ขณะที่ สหภาพยุโรปได้นำเสนอแผนการเพื่อลดการพึ่งพาพลังงานจากรัสเซีย โดยระบุว่าจะลดการนำเข้าแก๊สธรรมชาติจากรัสเซียลง 2 ใน 3 หรือประมาณ 100,000 ล้านลูกบาศก์เมตร ภายในปีนี้ พร้อมย้ำว่า ยุโรปมีแก๊สธรรมชาติเพียงพอต่อการใช้งานในช่วงฤดูหนาวนี้


ความขัดแย้งที่เกิดขึ้น ทำให้ราคาน้ำมันทั่วโลกเพิ่มสูงขึ้น เช่น ที่สหรัฐฯ และอังกฤษ ราคาน้ำมันพุ่งสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ และผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าอาจเพิ่มสูงขึ้นไปอีก อย่างไรก็ตาม เวเนซุเอลา ออกมาประกาศว่าอาจเพิ่มการผลิตน้ำมันให้มากขึ้น เพื่อทดแทนน้ำมันของรัสเซีย


ข้อมูลจากสมาคมผู้ผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงและปิโตรเคมีของสหรัฐอเมริกา (AFPM) ระบุว่า สหรัฐอเมริกาพึ่งพาพลังงานจากรัสเซียไม่สูงนัก โดยในปี 2564 ที่ผ่านมา มีการนำเข้าน้ำมันดิบจากรัสเซียเฉลี่ย เพียงแค่วันละ 209,000 บาร์เรลต่อวัน ซึ่งคิดเป็น 3% ของการนำเข้าน้ำมันดิบทั้งหมดของประเทศ สวนทางกับสหภาพยุโรป ที่พึ่งพาพลังงานจากรัสเซียมากกว่า โดยสหภาพยุโรปนำแก๊สธรรมชาติจากรัสเซียสูงถึงประมาณ 35% ซึ่งมาตรการสั่งห้ามการนำเข้าแก๊สธรรมชาติอาจทำให้อียูต้องเร่งดำเนินการหาแหล่งพลังงานใหม่เพื่อทดแทนแหล่งพลังงานจากรัสเซีย


ทั้งนี้ รัสเซียเป็นประเทศผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ที่สุดอันดับ 3 ของโลก รองจากสหรัฐอเมริกา และซาอุดิอาระเบีย โดยสามารถผลิตน้ำมันได้วันละ 11 ล้านบาร์เรลต่อวัน นอกจากนี้ยังส่งออกน้ำมันดิบประมาณวันละ 5 ล้านบาร์เรล โดยมากกว่าครึ่งส่งไปยังทวีปยุโรป


และจากความขัดแย้งของรัสเซีย กับยูเครน ส่งผลให้ราคาน้ำมันในสหรัฐพุ่งสูงขึ้นต่อเนื่อง หลังจากสหรัฐประกาศห้ามนำเข้ามันจากรัสเซีย ส่วนอังกฤษมีแผนจะเลิกพึ่งพาน้ำมันจากรัสเซียภายในสิ้นปีนี้ ขณะที่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ประกาศจะตรึงราคาน้ำมันให้ถึงที่สุด ล่าสุด ราคาน้ำมันกลุ่มเบนซิน จะปรับขึ้นอีก 80 สตางค์ต่อลิตร มีผล 5 นาฬิกา วันพรุ่งนี้


ผู้ค้าน้ำมัน ทั้งบริษัท ปตท.น้ำมัน และการค้าปลีก รวมถึงบริษัทบางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด มหาชน ประกาศปรับขึ้นราคาน้ำมันกลุ่มเบนซิน -แก๊สโซฮอล์ทุกชนิด 80 สตางค์ ต่อลิตร ซึ่งจะมีผลเวลา 5 นาฬิกาวันพรุ่งนี้ ส่วนราคาดีเซล ยังคงเดิม


สำหรับราคาน้ำมันที่ปรับขึ้นใหม่ ยังไม่รวมภาษีบำรุงท้องถิ่นของแต่ละจังหวัด ขณะที่ราคาขายปลีกในกรุงเทพฯ ซึ่งยังไม่รวมภาษีบำรุงท้องถิ่น คือ น้ำมัน เบนซิน ลิตรละ 47.56 บาท , แก๊สโซฮอล์ 95 ลิตรละ 40.15 บาท , แก๊สโซฮอล์ 91 ลิตรละ 39.88 บาท , E 20 ลิตรละ 39.04 บาท และ E85 ลิตรละ 32.34 บาท ส่วนน้ำมันดีเซล ดีเซลพรีเมี่ยม และดีเซล B 7 ยังไม่ปรับราคาในวันพรุ่งนี้


ราคาที่จะปรับขึ้น 80 สตางค์ต่อลิตรในวันพรุ่งนี้ ถือเป็นการปรับขึ้นต่อเนื่อง หลังจากเมื่อวานก็ปรับขึ้นราคาน้ำมันในกลุ่มเบนซิน 1 บาท ต่อลิตร


พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เปิดเผยหลังประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ หรือ กพช.ว่า จะดำเนินการให้กระทบประชาชนน้อยที่สุด ทั้งมาตรการด้านภาษี การจัดหาเงินทดแทนกองทุนพลังงาน ซึ่งขณะนี้รัฐบาลตรึงราคาน้ำดีเซลไว้ ไม่เกินลิตรละ 30 บาท และจะตรึงจนกว่าจะตรึงไม่ได้ ส่วนมาตรการรับมือน้ำมันเบนซิน จะพิจารณาตามความเหมาะสม


ขณะที่ สนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งชาติ มองว่าทั้งภาครัฐและเอกชน ต้องเตรียมความพร้อมรับมือผลกระทบจากความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย กับยูเครน เพราะแม้รัฐบาลอาจตรึงราคาน้ำมันไว้ได้ถึงเดือนมิถุนายน แต่สถานการณ์ขัดแย้งมีโอกาสยืดเยื้อสูง ซึ่งจะกระทบราคาพลังงาน และหอการค้าฯยังจับตาต้นทุนราคาสินค้าที่จะสูงขึ้นหลังจากนี้ เช่นกลุ่มธัญพืช ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ที่อาจขาดแคลน จนกระทบต่อต้นทุนสินค้าอาหาร


เช่นเดียวกับปุ๋ยเคมี ที่ไทยนำเข้าปีละประมาณ 5 ล้านตัน หากขาดแคลน หรือราคาสูงขึ้น จะกระทบต่อผลผลิตทางการเกษตรแน่ รัฐบาลและเอกชนต้องเตรียมรับมือไว้ด้วย


ขณะที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย รณรงค์ให้ลดการใช้ก๊าซ และน้ำมันลง รวมถึงประหยัดพลังงานไฟฟ้า ด้วยการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 ซึ่งจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายด้านค่าไฟฟ้าได้มาก


ขณะที่ราคาน้ำมันดิบในต่างประเทศ ก็พุ่งขึ้นเช่นกัน เช่นเมื่อ 14 นาฬิกาวันนี้น้ำมันดิบเวสเท็กซัส พุ่งขึ้นอีก 2.79% อยู่ที่ 126 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบเบรนท์ พุ่งขึ้น 3.43 % เป็น 131 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยราคาปรับขึ้น-ลงแรง หลังจากสหรัฐฯ ประกาศห้ามการนำเข้าน้ำมันและก๊าซจากรัสเซีย ขณะที่อังกฤษประกาศจะเลิกพึ่งพาน้ำมันรัสเซียภายในสิ้นปีนี้


ขณะที่โกลด์แมน แซคส์ ระบุว่าจากบทบาทสำคัญของรัสเซียในการจัดหาพลังงานทั่วโลก อาจทำให้เศรษฐกิจโลก ต้องเผชิญกับปัญหาอุปทานพลังงานที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา ในเวลาอันใกล้

คุณอาจสนใจ

Related News