คลิปเต็มรายการ

เรามาถึงจุดนี้ได้ไงวะเพื่อน? "ต้า-ยัต เฟ็ดเฟ่" จากมิตรภาพ 20 ปีสู่ปมแตกหัก

4 ชั่วโมงที่แล้ว

33 views

รายการโหนกระแสวันนี้ (25 สิงหาคม 2569) พูดคุยกรณีมหากาพย์เพื่อนรักแตกหัก หลังเพจ FEDFE ออกมาเปิดเผยคลิปเสียงที่ระบุว่าคาดว่าเป็นเสียงของต้าและยัต พร้อมแฉข้อกล่าวหาเกี่ยวกับความขัดแย้งเรื่องหุ้น ทรัพย์สิน รายได้ และการบริหารงาน หลังทั้งคู่ร่วมงานและคบหากันมานานกว่า 20 ปี โดยเนื้อหาที่ถูกเผยแพร่กล่าวอ้างถึงพฤติกรรมกดดันและกลั่นแกล้งคนในบริษัทหลายรูปแบบ


ทั้งการสั่งให้วิ่งกลางแดดจนเป็นลม การบังคับหรือกดดันเรื่องความสัมพันธ์ส่วนตัว การให้โกนศีรษะ ตบหน้าต่อหน้าลูกค้า ใช้คำพูดรุนแรง รวมถึงให้ผู้ร่วมงานสำรองค่าใช้จ่ายในการทำคลิปแล้วไม่ได้รับเงินคืน ขณะที่ยังมีการกล่าวอ้างถึงการกดดันและใช้แรงงานเพื่อสร้างรายได้ให้บริษัท


ประเด็นสำคัญยังอยู่ที่เรื่องค่าตอบแทนของ “ต้า” ซึ่งเพจระบุว่าในฐานะผู้บริหารและครีเอทีฟ เคยได้รับเงินเดือนประมาณ 150,000 บาทต่อเดือน ก่อนจะถูกปรับลดเหลือ 40,000 บาทโดยเจ้าตัวอ้างว่าไม่ได้รับเหตุผลที่ชัดเจน อีกทั้งยังมีการกล่าวถึงรายได้จาก YouTube ที่อ้างว่าตกเดือนละประมาณ 200,000 บาท แต่ต้าไม่ได้รับส่วนแบ่ง ขณะเดียวกันยังมีข้อกล่าวหาว่าอีกฝ่ายพยายามเข้าควบคุมช่องอื่นเพิ่มเติม เพื่อให้ตัวเองมีรายได้โดยไม่ต้องทำงานมากเหมือนเดิม



เมื่อเริ่มมีการพูดคุยเรื่องการแบ่งทรัพย์สินและผลกำไรที่ทำร่วมกันมาหลายปี กลับเกิดความขัดแย้งหนัก โดยอีกฝ่ายถูกกล่าวอ้างว่าปฏิเสธสถานะการเป็นหุ้นส่วน พร้อมมองว่าต้าเป็นเพียงลูกน้อง ขณะที่เพจยังกล่าวหาว่าช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างหุ้นนั้น เกิดขึ้นในช่วงที่ต้าพักอยู่ในออฟฟิศเพราะไม่สามารถทำงานได้ และมีการตั้งข้อสงสัยถึงกระบวนการจัดการเอกสารและลายเซ็น โดยกล่าวหาว่ามีหลายฝ่ายเข้ามาเกี่ยวข้องเพื่อให้บริษัทตกอยู่ภายใต้การควบคุมของอีกฝั่ง



คลิปเสียงที่ถูกนำมาเผยแพร่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการที่ฝ่ายซึ่งถูกระบุว่าเป็น “ต้า” โทรศัพท์ไปหา “ยัต” เพื่อขอพูดคุยเรื่องทรัพย์สินและกำไรจากธุรกิจที่ทั้งคู่สร้างมาด้วยกันประมาณ 6 ปี แต่กลับได้รับคำถามในลักษณะว่า “สมบัติอะไร” และ “กำไรอะไร” พร้อมการปฏิเสธว่าไม่เคยเปิดบริษัทหรือเป็นหุ้นส่วนร่วมกัน ต้าจึงพยายามอธิบายว่าช่อง YouTube ปัจจุบันมีจุดเริ่มต้นมาจากช่องเดิมของตนเองที่นำมาเปลี่ยนชื่อ และอีเมลที่ใช้กับช่องยังเป็นชื่อของต้า จึงมองว่าตัวเองมีสิทธิ์ในช่องดังกล่าว



บทสนทนาเริ่มตึงเครียดมากขึ้น เมื่ออีกฝ่ายกล่าวหาว่าต้าพูดคุยไม่รู้เรื่อง ขณะที่ต้าตอบกลับว่าตนมีเอกสารทางการแพทย์ พร้อมยืนยันเหตุผลที่ต้องออกมาเรียกร้องสิทธิ์ เพราะมองว่าตัวเองมีส่วนร่วมในการก่อตั้งบริษัท แต่เมื่อแยกทางกลับไม่ได้รับทรัพย์สินหรือผลประโยชน์ใด ๆ และยังรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม อย่างไรก็ตาม อีกฝ่ายยังคงปฏิเสธ พร้อมตั้งคำถามกลับว่าต้าเข้ามาเปิดบริษัทด้วยกันตั้งแต่เมื่อใด จากความสัมพันธ์ที่ยาวนานกว่า 20 ปี ปัจจุบันเรื่องราวกลับบานปลายไปถึงขั้นมีการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากต้าเป็นเงินสูงถึง 20 ล้านบาท ขณะที่ประเด็นข้อพิพาทอื่น ๆ ยังคงถูกพูดถึงอย่างต่อเนื่อง


ในรายการวันนี้ ต้าเล่าย้อนถึงจุดเริ่มต้นตั้งแต่การทำยูทูบครั้งแรก คือ เฟ็ดเฟ่ บอยแบนด์ โดยมีกลุ่มเพื่อน 10 คน เมื่อทำได้ประมาณ 6-7 ปี ก็แยกย้ายกันไปเนื่องจากค่าใช้จ่ายสูงขึ้น แต่หลังจากนั้น ต้าก็ได้กลับมาทำช่องอีกครั้ง โดยทำกับเพื่อนซี้เพื่อนเก่าคือ “ยัต” หลังจากย้ายมาทำช่อง “ต้า ยัต ชัยโสโร” ร่วมกัน ทั้งคู่เริ่มมีปากเสียงกันตั้งแต่สัปดาห์แรก ต้าเคยขอลาออกเพื่อเลี่ยงการทะเลาะ แต่ก็ได้มีการพูดคุยกันว่านี่เพิ่งเริ่ม จะแยกกันแล้วหรอ เลยคิดว่าจะค่อย ๆ ลองปรับกันดู


แต่หลังจากนั้น ต้ารู้สึกว่าตัวเองถูกครอบงำความคิด เช่น การที่อีกฝ่ายมักพูดว่าต้าสมองเสื่อม ฟอร์มตก คิดงานไม่ดี และทำงานไม่ได้แล้ว เพื่อให้ต้าสูญเสียความมั่นใจและยอมให้อีกฝ่ายมีอำนาจตัดสินใจและบริหารงานแทน ด้วยความที่ต้าเป็นแฟนคลับและรักเพื่อน บกกับฟังแบบนั้นตลอด ก็เชื่อว่าตัวเองไร้ความสามารถจริง ๆ แต่ในความเป็นจริง ไอเดียที่เคยถูกตำหนิว่าไม่ดี สุดท้ายก็นำไปใช้อยู่เสมอ


นอกเหนือจากเรื่องงานแล้ว ต้ายังรู้สึกว่าตัวเองโดนด้อยค่าจนกลายเป็นตัวกระจอกในออฟฟิศ ที่ใครก็สามารถแกล้งได้ ทั้งการยอมโดนตบหัว หรือกระทั่งโดนโกนหัว โดยอ้างเหตุผลว่าจะทำให้คลิปฮาและมียอดวิวสูง แต่ก็พยายามคิดว่าเป็นเรื่องงาน เพื่องาน และอยากให้บรรยากาศในที่ทำงานดี


และหลังกล้องก็ยังมีเรื่องอื่น ๆ เช่น มีการออกกองถ่ายต่างจังหวัด ต้าต้องสำรองเงินส่วนตัวจ่ายไปก่อน แต่เมื่อกลับมาเบิกเงิน อีกฝ่ายกลับอ้างว่างานไม่ผ่านแล้วยังจะกล้ามาเบิกอีกหรอ มันทำให้ต้ารู้สึกว่าเป็นความผิดของตัวเองจริง ๆ จึงยอมออกค่าใช้จ่ายเอง ความกดดันจากการโดนลดทอนคุณค่าและการกระทำเหล่านี้สะสมเป็นเวลานาน จนส่งผลให้ต้าป่วยเป็นโรคทางจิตเวช ซึ่งมีใบรับรองแพทย์ยืนยัน


ล่าสุด “ยัต” โฟนอินเข้ามา เมื่อถูกถามถึงเรื่องการครอบงำหรือควบคุม ยัตถามกลับว่าควบคุมอะไร ในการทำคอนเทนต์หรือเปล่า เมื่อบอกว่าทั้งคอนเทนต์และโลกจริง ทำเอายัตถึงกับขำออกมา และไม่ได้อธิบายอะไร เพียงแต่บอกว่า ถ้างั้นสิ่งที่ตัวเองโดนคืออะไร ตนคงโดนจนชินไปแล้ว ส่วนเรื่องหุ้นเรื่องบริษัท เป็นไปตามกฎหมาย ตนไม่อยากจะพูดอะไรมากเพราะจะเป็นการพูดกันคนละอย่าง ให้ศาลตัดสินดีกว่า และยืนยันว่า ทั้งหมดมีการพูดคุยกันก่อนแล้ว ซึ่งตอนนั้นต้าบอกว่าจะออกจากชัยโสโรเอง เพราะต้าจะกลับไปเอาเฟ็ดเฟ่เพียงคนเดียว


ทนายไข่มุก ทนายความของต้า ได้ถามยัตคำถามหนึ่งว่า แบ่งเงินให้เพื่อนบ้างได้ไหม ซึ่งยัตตอบกลับว่า ทำไมคำดุน่าสงสารจัง พูดให้ผมดูแย่ ก่อนที่ทนายความจะอธิบายเพิ่มว่า ตนเห็นความสัมพันธ์ของทั้งคู่มาตั้งแต่แรก และเป็นคนที่ต้ารักมาก อยากให้ได้มาคุยกัน 2 คนโดยไม่มีคนอื่น ปรับความเข้าใจกัน ส่วนเงินถ้าวันนี้คุยกับต้า แบ่งเท่าที่แบ่งได้ หรืออธิบายเหตุผลมา ซึ่งต้าเคยพูดว่าไม่ว่าทรัพย์สินจะยังไง ลูกของยัตก็คือหลานต้า เข้าใจตลอดว่าจะเป็นเพื่อนรักกันไปจนตาย


เมื่อถามต้าว่ามีอะไรอยากบอกกับยัตหรือไม่ ต้ากล่าวว่า “คิดถึงนะเพื่อน” และบอกว่าไม่ได้รู้สึกดีที่วันนี้เป็นแบบนี้ ไม่ได้รู้สึกดีที่มีคนเกลียดหรือด่ายัต ไม่ได้ต้องการให้เป็นแบบนี้เลย ต้าได้ปล่อยโฮออกมา บอกว่าทุกวันนี้ก็ยังดูรายการยัตอยู่ ยังคิดถึง ถ้าย้อนเวลากลับไปได้จะเป็นแค่เพื่อนกัน จะไม่มาทำงานแล้วทะเลาะอะไรกันแบบนี้เลย ด้านยัตไม่ได้พูดอะไร บอกเพียงว่าเหมือนตัวเองเป็นคนไม่ดี เหมือนดูแย่มากเลย

แท็กที่เกี่ยวข้อง  โหนกระแส ,รายการโหนกระแส

คุณอาจสนใจ

Related News