คลิปเต็มรายการ

ศึกชิงศพสู่ประเด็นโกงเงินประกัน! 2 ฝ่ายขอจบด้วยดี ถือว่าทำเพื่อคนตาย

7 ชั่วโมงที่แล้ว

59 views

รายการโหนกระแสวันนี้ (20 สิงหาคม 2569) พูดคุยกรณีเมียร้องขอความเป็นธรรม หลังพบศพผัวถูกนำออกจากสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ไปเก็บไว้ที่วัดในจังหวัดฉะเชิงเทรา คุณนวล ภรรยาของผู้เสียชีวิต เล่าว่า เมื่อวันที่ 22 มิ.ย. 2569 สามี อายุ 61 ปี ลื่นล้มเสียชีวิตในห้องน้ำที่คอนโด ซึ่งคุณนวลได้โทรเรียกแพทย์ พยายามยื้อชีวิต มีการซีพีอาร์ แต่ไม่เป็นผล ก่อนจะมีการชันสูตรพลิกเบื้องต้น และมีการผ่าชันสูตรในวันที่ 23 มิ.ย. จากนั้นคุณนวลได้ไปประสานวัดเพื่อทำพิธี ตอนแรกมีกำหนดฌาปนกิจในวันที่ 30 มิ.ย. แต่คุณแม่ของสามีได้บอกว่ายังทำใจไม่ได้ จะขอเก็บศพไว้ 100 วัน


โดยช่วงแรกมีการพูดคุยว่าจะฝากศพไว้ที่โรงพยาบาลรามาธิบดี แต่ต่อมาครอบครัวเปลี่ยนไปฝากไว้ที่สถาบันนิติเวชฯ โรงพยาบาลตำรวจ เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายในการเก็บรักษาที่ถูกกว่า กระทั่งวันที่ 14 สิงหาคม ซึ่งเป็นวันที่ 49 ของการเก็บศพ คุณนวลกลับได้รับแจ้งจากเพื่อนว่า ศพสามีถูกนำไปไว้ที่วัดแสนภูดาษแล้ว จึงโทรศัพท์สอบถามสถาบันนิติเวชฯ และได้รับคำตอบว่ามีญาติมารับศพออกไปในเวลาประมาณ 14 นาฬิกา โดยคุณนวลไม่ได้รับการแจ้งล่วงหน้า


ขณะที่ศพของสามีตอนนี้ตั้งอยู่ที่ศาลาวัดแสนภูดาษ จังหวัดฉะเชิงเทรา คุณนวลไม่สามารถเข้าไปดูร่าง สามีได้เลย เนื่องจากทางฝั่งญาติสามีได้สั่งกับทางวัดว่า ห้ามไม่ให้บุคคลอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปภายในศาลาเด็ดขาด คุณนวลทำได้เพียงยืนมองโลงเย็นที่ใส่ร่างสามีผ่านกระจกศาลาวัดเท่านั้น นอกจากนี้ คุณนวลยังตั้งข้อสังเกตเรื่องสถานที่เก็บรักษาศพ เรื่องอุณหภูมิในการเก็บรักษาศพที่วัด มันแตกต่างจากสถานที่เก็บศพที่นิติเวชและตอนนี้เริ่มส่งกลิ่นแล้ว


ส่วนกรณีที่ครอบครัวสามีอาจมีข้อสงสัยเกี่ยวกับสาเหตุการเสียชีวิต คุณนวลยืนยันว่า พร้อมให้ตรวจสอบตามกระบวนการทางการแพทย์ และขอให้ทุกฝ่ายรอผลชันสูตรที่จะทราบผลตามกำหนด ก่อนสรุปหรือกล่าวหาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งและในมุมกลับกันการที่ญาติสามีนำร่างสามีเธอมาเก็บไว้ที่วัดแบบนี้อาจจะทำให้มีสิ่งแปลกปลอมเข้าไปปนเปื้อนร่างสามีเธอหรือเปล่า และอาจจะทำให้การชันสูตรหรือการพิสูจน์หลักฐานของทางเจ้าหน้าที่ก็จะซับซ้อนเข้าไปอีก


ขณะที่คุณนวลยืนยันว่า เดิมครอบครัวตกลงกันแล้วว่าจะประกอบพิธีฌาปนกิจที่วัดอุทัยธาราม พระราม 9 ที่กรุงเทพฯ และมีการระบุสถานที่ดังกล่าวไว้ในเอกสารที่เกี่ยวข้อง จึงอยากให้ทุกฝ่ายหันหน้ามาพูดคุยกัน และรอผลการตรวจพิสูจน์เพื่อให้ความจริงปรากฏ


ฝั่งญาติของผู้เสียชีวิต ทั้งคุณก้อยผู้เป็นน้องสาว และคุณกิ๊ฟผู้เป็นหลานสาว ได้เล่าเหตุการณ์ในมุมของตัวเอง โดยเฉพาะประเด็นที่คุณนวลไม่ยอมแจ้งข่าวการเสียชีวิตให้ทางญาติคุณเก๋ทราบ แต่กลับโพสต์ลงเฟซบุ๊กจนสะใภ้อีกแคปส่งมาให้ดูตอนสายของอีกวัน แม่คุณเก๋วัย 90 ปี ต้องนั่งวีลแชร์ตระเวนตามหาศพลูกชายด้วยตัวเอง


ส่วนเรื่องการฝากศพนั้น ทางโรงพยาบาลรามาธิบดีไม่มีนโยบายรับฝากร่างตั้งแต่แรก ส่วนการย้ายศพไปนิติเวช รพ. ตำรวจ และย้ายต่อไปยังโลงเย็นที่วัด เป็นการดำเนินงานและออกค่าใช้จ่ายโดยฝั่งญาติทั้งหม ดเพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายระยะยาว ซึ่งพี่สาวผู้เสียชีวิตเป็นผู้ลงชื่อฝากร่าง และก่อนที่จะย้ายไปที่วัด ได้มีการสอบถามเรื่องอุณหภูมิแล้วว่าต้องเก็บที่เท่าไหร่ จนไปเจอว่าที่วัดนี้สามารถคุมอุณหภูมิได้ตามที่ญาติหา ส่วนที่คุณนวลมองว่าเก็บรักษาไม่ดีจนเริ่มมีการส่งกลิ่นนั้น กลิ่นมีตั้งแต่แรกที่นำไปตั้งสวดแล้ว เพราะไม่ได้ใส่โลงเย็น ทั้งนี้ ญาติมีคำถามที่ติดค้างคาใจว่า ทำไมคุณนวลจึงไม่แจ้งญาติว่าคุณเก๋เสียชีวิต ซึ่งคุณนวลอ้างว่าเพราะไม่มีเบอร์ติดต่อ ไม่ได้คุยกัน ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกัน


ทางคุณก้อยจึงได้โต้แย้งว่าทำไมจึงจะไม่มี หรือถ้าตอนนั้นไม่มีจริงๆ ก็มีเวลาพอที่จะหาได้ เพราะญาติหลายคนทำประกันกับคุณนวล และเรื่องประกันนี่แหละคือต้นเหตุของปมบาดหมาง ทำให้ไม่คุยกัน คุณก้อยอ้างว่า พี่ชายเธอมาชวนทำประกัน ญาติ ๆ ก็ทำเพราะถือว่าช่วยเหลือคุณเก๋ โดยคุณนวลได้เก็บเบี้ยประกันไป แต่ทางบริษัทแจ้งมาว่าประกันจะขาด รวมถึงเธอไม่รู้ว่ามีเงินปันผล เมื่อไปตรวจสอบพบว่ามีการรับเงินปันผลส่วนนี้ไปแล้ว เธอจึงไปหาหลักฐานเพื่อจะดำเนินคดี แต่เพราะแม่เธอร้องไห้แล้วพูดว่า วันนึงเก๋ต้องอยู่ขวา ก้อยอยู่ซ้าย แล้วทั้งคู่เป็นลูกแม่ แม่คงรับไม่ไหว ทำให้คุณก้อยตัดสินใจไม่เดินหน้าต่อเพราะสงสารแม่ และนี่คือทั้งหมดทั้งมวลที่ทำให้ญาติไม่มีความเชื่อใจ ครอบครัวเธอไม่ได้หวังเรื่องเงินประกันเลย หากผลชันสูตรออกมาก็จบ แต่มามีประเด็นเพราะการให้สัมภาษณ์ของคุณนวลหลายอย่างที่ขัดแย้ง

แท็กที่เกี่ยวข้อง  โหนกระแส ,รายการโหนกระแส

คุณอาจสนใจ

Related News