คลิปเต็มรายการ
"น้ำ" ยืนยันไม่คืนเงิน หน้าเศร้าถามกลับหนุ่ม อบต. "ตอนรักกัน หนูไม่ดีตรงไหน ?"
8 ชั่วโมงที่แล้ว
152 views
รายการโหนกระแสวันนี้ (18 สิงหาคม 2569) พูดคุยกรณีหนุ่ม อบต.กล่าวหาว่าถูก "ครูน้ำ" หลอกให้รักและสูญเงินกว่า 3 แสนบาท โดย "ครูน้ำ" เล่าย้อนถึงความสัมพันธ์กับอดีตสามี ซึ่งเป็นทหารเรือว่า เธอรู้จักกับทหารเรือตั้งแต่ปี 2566 ผ่านแอปพลิเคชันติ๊กต็อก ขณะนั้นฝ่ายชายทำงานอยู่กรุงเทพฯ ส่วนเธอยังเรียนอยู่ที่จังหวัดขอนแก่น จึงมีการเดินทางไปมาหาสู่กัน และคบหากันอย่างเปิดเผย โดยครอบครัวและคนรอบข้างรับรู้
กระทั่งประมาณปี 2568 ความสัมพันธ์เริ่มมีปัญหา โดยน้ำอ้างว่า เคยจับได้ว่าฝ่ายชายมีเรื่องผู้หญิงอื่น แต่ทั้งคู่ก็ตัดสินใจหมั้นหมายและใช้ชีวิตร่วมกัน ก่อนชีวิตคู่จะมีปัญหากันอีกครั้งช่วงปลายปี 2568 จากนั้นช่วงต้นปีที่ผ่านมา ฝ่ายชายกลับมาหาและพูดคุยเรื่องแต่งงาน โดยน้ำระบุว่า มีการเตรียมงานอย่างเร่งรีบ ใช้เวลาประมาณ 10 วัน ก่อนเข้าพิธีแต่งงาน
น้ำยังเล่าว่า ก่อนแต่งงาน เธอพบว่าตัวเองตั้งครรภ์กับทหารเรือด้วย จึงได้พูดคุยกับฝ่ายชายและไปตรวจที่โรงพยาบาลด้วยกัน แต่หลังแต่งงานได้ไม่นาน เธอแท้งลูกและความสัมพันธ์ระหว่างทั้งคู่ก็เริ่มมีปัญหาอีกครั้ง หลังแต่งงานประมาณหนึ่งสัปดาห์ ฝ่ายชายไปทำงานที่จังหวัดพังงา และมีเหตุให้ทะเลาะกันหลายครั้ง รวมถึงปัญหาเรื่องผู้หญิงอื่น กระทั่งทั้งคู่ตัดสินใจยุติความสัมพันธ์กันช่วงต้นเดือนมิถุนายน แม้จะยังต้องติดต่อกันเรื่องหนี้สินและทรัพย์สินบางส่วน รวมถึงทะเบียนสมรสที่ยังค้างคาอยู่ ก่อนจะจับมือกันหย่าในวันที่ 4 สิงหาคม 2569 โดยน้ำยืนยันว่า ไม่มีการจ่ายเงิน 100,000 บาทเพื่อแลกกับการเซ็นใบหย่าและเธอไม่ได้รับเงินจากอดีตสามีในวันหย่าแต่อย่างใด
ส่วนความสัมพันธ์กับหนุ่ม อบต. น้ำระบุว่า ทั้งคู่รู้จักกันวันที่ 14 มิถุนายนที่ผ่านมา ผ่านแอปพลิเคชันหาคู่ ก่อนจะพูดคุยกันต่อผ่าน Facebook และพัฒนาความสัมพันธ์อย่างรวดเร็ว ยอมรับว่าในช่วงที่พูดคุยกับหนุ่ม อบต. เธอไม่ได้บอกฝ่ายชายว่าตัวเองยังมีทะเบียนสมรสกับอดีตสามี โดยให้เหตุผลว่า ขณะนั้นความสัมพันธ์กับอดีตสามีจบลงแล้ว และเชื่อว่าจะมีการหย่ากันในอนาคต
ยอมรับว่าเป็นความผิดของตัวเองที่ไม่ได้พูดความจริงทั้งหมด เหตุผลเพราะต้องการรักษาความสัมพันธ์กลัวว่าหนุ่ม อบต.จะตีตัวออกห่าง ซึ่งเธอยืนยันว่าไม่ได้ปกปิดข้อเท็จจริงเพื่อหลอกเอาเงินจากหนุ่ม อบต. และยอมรับว่าในวันที่ฝ่ายชายมอบเงิน 300,000 บาทนั้น เธอยังไม่ได้บอกว่ามีทะเบียนสมรสอยู่ กระทั่งมีการหย่ากับอดีตสามีจริงเธอจึงบอกหนุ่ม อบต.
สำหรับเงิน 300,000 บาท น้ำอ้างว่าไม่ได้เป็นเงินที่เรียกร้องเพื่อแลกกับการคบหา แต่เกิดจากการพูดคุยเรื่องการสร้างครอบครัวร่วมกัน ฝ่ายชายต้องการมาอยู่ด้วยและพูดคุยเรื่องอนาคต จึงมีการพูดถึงจำนวนเงิน โดยเธอถามฝ่ายชายว่ามีเงินเหลือจากการกู้และชำระหนี้อยู่เท่าไร ก่อนตกลงกันเป็นเงินจำนวนดังกล่าว ซึ่งน้ำมองว่าเป็นเงินหมั้นหมาย ยืนยันว่า เงินจำนวนดังกล่าวยังอยู่ครบ และเธอเคยถ่ายรูปส่งให้ฝ่ายชายดูด้วยช่วงที่เริ่มมีปัญหากัน ไม่ได้เอาไปใช้จนหมดแต่อย่างใด ส่วนสาเหตุที่ความสัมพันธ์กับหนุ่ม อบต.เริ่มมีปัญหา น้ำอ้างว่า หลังจากฝ่ายชายมอบเงิน 300,000 บาทให้แล้ว มีบุคคลจากฝั่งฝ่ายชายเข้ามาขอยืมเงินหลายครั้งหลายคน รวมประมาณ 90,000 บาท แต่เธอไม่เห็นด้วย
ไม่ต้องการให้มีการนำเงินส่วนนี้ไปให้บุคคลอื่นยืม จนเกิดการทะเลาะกัน ยืนยันว่าไม่เคยมีเจตนาหลอกเอาเงิน และหากต้องการหลอกจริง คงไม่ยอมให้ฝ่ายชายเข้ามาอยู่ที่บ้านหรือพาครอบครัวทั้งสองฝ่ายมาพบกัน โดยเธอมองว่าตัวเองต้องการเริ่มต้นชีวิตครอบครัวใหม่ หลังจากผิดหวังจากความสัมพันธ์ครั้งก่อน
ทั้งนี้ น้ำยอมรับว่าเพิ่งเข้าพิธีแต่งงานกับสามีทหารเรือไปเมื่อวันที่ 10 พ.ค. 2569 ซึ่งเป็นเวลาเพียง 1 เดือน ก่อนที่จะมาเริ่มคุยกับหนุ่ม อบต.ในเดือน มิ.ย. โดยเธออ้างว่าแยกกันอยู่กับสามีตั้งแต่ต้นเดือน มิ.ย.และต้องการหาคนมาเยียวยาแผลใจ และไม่อยากจะผิดหวังซ้ำอีก ด้านแม่ของน้ำ อ้างว่า ตอนที่ลูกสาวคบกับหนุ่ม อบต.ได้เลิกกับทหารเรือนานแล้ว แล้วแม่รับรู้ว่าแต่งงานกัน แต่ไม่รู้ว่ามีการจดทะเบียนสมรสกัน
ขณะเดียวกัน น้องสาวของหนุ่ม อบต.และคุณเอกภพ สายไหมต้องรอด ได้ตั้งคำถามถึงอาชีพการงานของน้ำ รวมถึงภาพการใส่ชุดขาวข้าราชการครู น้ำยอมรับว่าปัจจุบันไม่ได้เป็นครูแล้ว ก่อนหน้านี้เธอเป็นครูอัตราจ้าง และเป็นครูพี่เลี้ยงเด็กที่โรงเรียนเอกชน ก่อนจะลาออกมาเป็นพนักงานขาย จยย. ส่วนเรื่องชุดขาว เธอยอมรับว่ามีรูปดังกล่าวจริง แต่เพียงเพราะอยากสร้างแรงบันดาลใจให้ตัวเองในการสอบบรรจุ เป็นความฝันของเธอ และเธอติดไว้ในบ้านของเธอเอง ไม่ได้นำไปใช้ที่ไหน
จากนั้นมีการเปิดภาพหลักฐานที่น้ำโพสต์รูปไล่เรียงตั้งแต่วัยเรียน จนชุดปริญญา และชุดขาว โดยมีการระบุข้อความว่า “เรียนมาทั้งชีวิตเพื่อไปโรงเรียนตลอดชีวิต” ซึ่งคุณเอกภพตั้งข้อสังเกตว่า การทำแบบนี้จะทำให้คนอื่นเข้าใจผิดหรือไม่
เมื่อถามหนุ่ม อบต.และน้องสาวว่าวันนี้ต้องการให้จบอย่างไร ทั้งสองยืนยันว่า ต้องการเงินคืนทั้งหมด โดยน้องสาวหนุ่ม อบต.เผยว่า ตอนแรกที่บ้านไม่ได้จะขอคืนทั้งหมด เพราะก็เข้าใจและเห็นใจผู้หญิง แต่อีกฝ่ายกลับไม่คืน บ่ายเบี่ยง จนต้องออกมาวันนี้ เมื่อวานยังถามอยู่เลยเพราะหากเขาคืนพวกตนก็จะไม่มีออกรายการ ด้านน้ำยืนยันว่า ไม่คืน แต่ยืนยันว่าเงินทองยังอยู่ครบทั้งหมด เธอยังรักหนุ่ม อบต.อยู่ และอยากจะคบหากันต่อ แต่งงานกัน เริ่มต้นใหม่ ตนก็เสียหายเหมือนกัน เพราะฝ่ายชายไปกินอยู่ที่บ้าน และพูดตรง ๆ คือเธอเป็นผู้หญิง เธอก็เสียตัว เมื่อทนายตุ๋ยให้ลองเสนอตัวเลขเพื่อต่อรองกัน หากคิดว่าเสียหายก็ลองขอต่อรองดู พร้อมเสนอว่า ขอคืนแค่ครึ่งเดียว เพราะเธอเสียหาย แต่ด้านน้องสาวหนุ่ม อบต.ยืนยันว่า ไม่ได้ น้ำย้ำว่าเธอเสียหาย ใครจะรับผิดชอบ เธออยากเรียกร้องในส่วนนี้บ้าง
สุดท้าย หนุ่ม กรรชัยถามย้ำว่าจะจบแบบไหน ทางน้ำยืนยันว่าไม่คืนเงิน เพราะตนเองยืนอยู่ในสังคมไม่ได้แล้ว ส่วนหนุ่ม อบต.บอกว่าจะลดให้เหลือ 350,000 แต่ทางน้ำก็ยังยืนยันว่าขอจ่ายแค่ครึ่งเดียว สุดท้าย หนุ่ม กรรชัยจึงบอกว่า ถ้าอย่างนั้นก็ไปแจ้งความ พร้อมขอให้ทางหนุ่ม อบต.รับปากว่าวันที่ไปแจ้งความ จะไม่ลดให้สักบาท เพราะถือว่าเคยให้โอกาสแล้วแต่ไม่คว้าไว้ ดังนั้นไม่ควรได้รับโอกาสใดๆ อีกเลย
แท็กที่เกี่ยวข้อง โหนกระแส ,รายการโหนกระแส