คลิปเต็มรายการ
ยกพวกยึดวัด EP.2 ทวงที่ดินคืน "ป้าดา" ยันหนักแน่น "ฉันเป็นทายาท" หรือคนอื่นอยากจะมาเป็นญาติแทน?
8 ชั่วโมงที่แล้ว
31 views
รายการโหนกระแสวันนี้ (13 สิงหาคม 2569) พูดคุยกรณีข้อพิพาทที่ดินวัดป่าดุลยาราม จ. ขอนแก่น อีกครั้ง ซึ่งเป็นปัญหาเรื้อรังระหว่างทางวัดกับบุคคลที่อ้างว่าเป็นทายาทของ "นายเฮียง" เจ้าของที่ดินเดิม ประเด็นสำคัญในครั้งนี้คือการที่ "คุณดา" ซึ่งอ้างว่าเป็นตัวแทนฝั่งทายาท อ้างกรรมสิทธิ์ในที่ดิน โดยยึดหลักที่ว่าหลังโฉนดยังเป็นชื่อของนายเฮียงอยู่ ไม่ได้มีการโอน เพราะฉะนั้นถือเป็นกรรมสิทธิ์ของทายาท
ดร. ประยุทธ์ ประเทศเสนา หรือทนายมหาหมี ได้ให้ความเห็นทางกฎหมายในรายการอย่างละเอียด โดยเน้นย้ำว่า กรณีนี้ไม่ใช่เรื่องของกฎหมายเอกชนทั่วไป แต่เป็นเรื่องของกฎหมายมหาชนที่เกี่ยวข้องกับพระราชบัญญัติคณะสงฆ์โดยตรง มหาหมีอธิบายว่า การที่วัดจะได้มาซึ่งที่ดินนั้นมี 4 ช่องทางหลัก คือ การซื้อขาย, การครอบครองปรปักษ์, การมีผู้ถวายให้ และการได้มาโดยผลของกฎหมายอื่น เช่น มรดกของพระ
สำหรับปัญหาที่หลายคนสงสัยว่า หากขณะถวายที่ดิน วัดยังไม่มีสถานะเป็นนิติบุคคล ที่ดินจะตกเป็นของวัดได้อย่างไรนั้น มหาหมีชี้แจงว่า กระบวนการตั้งวัดมี 2 ขั้นตอน คือขั้นตอนการขออนุญาตสร้างวัด และขั้นตอนการขออนุญาตตั้งวัดเพื่อให้มีฐานะเป็นนิติบุคคล
ในทางกฎหมายมหาชน การถวายที่ดินให้วัดหรือที่หลวงมีความพิเศษกว่าการให้ในทางแพ่งทั่วไป มหาหมีระบุว่า มีคำพิพากษาศาลฎีกา 10-20 ฎีกา ระบุไว้ชัดเจนว่า การถวายที่ดินให้วัดไม่ต้องทำตามแบบตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 525 ที่ระบุว่าการให้ที่ดินต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่
แต่สำหรับที่วัดนั้น กฎหมายถือว่าที่ดินตกเป็นของวัดทันที ตั้งแต่วันที่แสดงเจตนาถวาย โดยไม่ต้องทำตามแบบ แม้ในขณะนั้นวัดจะมีสถานะเป็นเพียงสำนักสงฆ์และยังไม่เป็นนิติบุคคลตาม พ.ร.บ. คณะสงฆ์ มาตรา 31 แต่หากมีเจตจำนงถวายเพื่อสร้างวัดในพระพุทธศาสนา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าที่ดินนั้นถือเป็นสมบัติของแผ่นดินเพื่อใช้ในการตั้งวัดทันที
รายการได้โฟนอินหานายพงษ์สุวัจน์ ไชยต้นเชือก เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่น เผยว่า ที่ดินแปลงดังกล่าวยังไม่มีการโอนชื่อเป็นของวัด ยังเป็นชื่อนายเฮียงอยู่ ซึ่งตนไม่ทราบเหตุผล ทราบแค่ว่าศาลตัดสินให้เป็นที่ดินของวัดตั้งแต่ปี 2533 แต่ตอนนั้นเป็นเพียงที่พักสงฆ์ วัดยังไม่มีสภาพเป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย ต่อมาปี 2541 วัดเป็นนิติบุคคล ซึ่งวัดสามารถนำคำสั่งศาลมายื่นคำขอโอนเป็นชื่อวัดได้
ส่วนประเด็นเรื่องการขอใบแทนที่ฝั่งทายาทไปดำเนินการ ทางที่ดินต้องรับไว้ก่อน แต่ทราบว่าทางวัดจะมาดำเนินการคัดค้าน ก็สามารถมาดำเนินการได้ เมื่อถามถึงเรื่องการดำเนินคดีฐานแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงาน คุณพงษ์สุวัจน์แจ้งว่า ขอกลับไปพิจารณาในรายละเอียด หากรู้ข้อเท็จจริงอยู่แล้วแต่ไปแจ้ง ก็ต้องดูว่าเจตนาเป็นอย่างไร หากเข้าข่ายเข้าลักษณะก็ดำเนินการแจ้งความได้ รวมถึงในฝั่งของวัด ซึ่งเป็นผู้ถือโฉนดถือกรรมสิทธิ์ ก็ถือว่าเป็นผู้เสียหาย ดำเนินการแจ้งความได้เช่นกัน
ต่อมา คุณดาโฟนอินในรายการอีกครั้ง โดยยังคงยืนยันชี้แจงอย่างหนักแน่น ในกรรมสิทธิ์ ก่อนจะอารมณ์ขึ้นพร้อมบอกว่า โจรเต็มบ้านเต็มเมือง และเชื่อว่ามีเบื้องหลังเรื่องนี้แน่นอน เมื่อถามย้ำว่าสรุปแล้วเป็นญาติเป็นหลานจริงหรือไม่ คุณดาอารมณ์ขึ้นพร้อมตอบว่า หากไม่ใช้จะเข้ามายุ่งได้อย่างไร ยืนยันว่าเป็นหลานของยายนาง ยายนางเป็นเมียตาเฮียง หรือคนอื่นอยากจะมาเป็นญาติแทนเอาไหม? มาสู้กับเจ้าหน้าที่รัฐแทนตน พอจะให้คุยเรื่องข้อกฎหมายกับทนาย คุณดารีบปฏิเสธบอกว่าไม่คุย ไม่ต้องเอาใครมาคุย ไม่งั้นจะวางสาย จะคุยกับคุณหนุ่ม กรรชัย คนเดียวเท่านั้น
แท็กที่เกี่ยวข้อง โหนกระแส ,รายการโหนกระแส