เศรษฐกิจ

สรุปดรามา “ทุเรียนเถื่อน” “กรมศุลฯ - ล้ง” ซัดเดือด เถื่อนจริงหรือหาเรื่อง?

28 มิ.ย. 2566

245 views

สรุปดรามา “ทุเรียนเถื่อน” “กรมศุลฯ - ล้ง” ซัดเดือด  เถื่อนจริงหรือหาเรื่อง?

23 มิ.ย. กรมศุลกากร แถลงข่าวจับ “ทุเรียนเถื่อน” หรือ  ทุเรียนลักลอบนำเข้าจากต่างประเทศกว่า 8 ตัน

ภายหลังการจับกุม มีการตั้งข้อสงสัยใน สองประการว่า การจับกุมเป็นไปโดยถูกต้องหรือไม่ และยืนยันว่าทุเรียนดังกล่าวไม่ได้เป็นทุเรียนเถื่อน หากแต่เป็นทุเรียนที่รับซื้อมาจาก จ.ศรีสะเกษ และ มีการนำของกลางไปขายในราคาถูกให้หน่วยราชการเพียงราคากิโลกรัมละ 50 บาทเท่านั้น

โดยผู้ที่ออกมาร้องเรียนคือ “อัมรินทร์ ยี่เฮง” ซึ่งระบุว่าตนเองเป็นภาคประชาชนจังหวัดสระแก้ว และที่มาร้องเรียนเพราะ เจ้าของล้งทุเรียนติดต่อมา

ต่อมา 26 มิ.ย. กรมศุลกากร จึงเปิดแถลงข่าว ยืนยันว่าทำอย่างถูกต้อง

“พชร อนันตศิลป์” อธิบดีกรมศุลกากร ระบุถึงเส้นทางการนำเข้าทุเรียน ว่า ได้รับแจ้งจากสายลับ ว่าจะมีการลักลอบนำเข้าทุเรียนจากกัมพูชา บริเวณ ต.คลองน้ำใส อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว จึงประสานเจ้าหน้าที่เตรียมตัว และเมื่อรถบรรทุกต้องสงสัยออกจากพื้นที่ชายแดนจึงเข้าตรวจค้น โดยพบทุเรียนสด น้ำหนัก 8,420 กิโลกรัม

กรมศุลกากรระบุว่า คนขับรถได้ให้การว่า เมื่อไปถึงสถานที่นัดหมายจะมีชาวกัมพูชาเป็นผู้ขนถ่ายทุเรียนขึ้นรถให้ ซึ่งผู้ว่าจ้างได้สั่งให้นำทุเรียนไปส่งที่ล้งใน จ.จันทบุรี โดยได้ค่าจ้าง 6,000 บาท

ทั้งนี้ทุเรียนดังกล่าวไม่มีเอกสารการผ่านพิธีการศุลกากรมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อกล่าวหา

ต่อมาวันเดียวกัน มีผู้แสดงตัวเป็นเจ้าของทุเรียน และสารภาพว่า รับซื้อทุเรียนมาจากชาวกัมพูชาโดยทราบว่าเป็นสินค้าที่ไม่ได้ผ่านศุลกากรโดยถูกต้อง

ส่วนข้อกล่าวหาว่าไปรับซื้อทุเรียนจากศรีสะเกษ กรมศุลกากรระบุว่า จากการตรวจสอบกล้องพบว่ารถคันดังกล่าวได้ไปในพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ แต่ได้มีการใช้รถอยู่ในพื้นที่จังหวัดจันทบุรีและสระแก้วเท่านั้น

ขณะที่ “อัมรินทร์ ยี่เฮง” ก็ได้เรียกร้องให้เจ้าหน้าเปิดคลิปการจับกุม

นอกจากนี้ยังโพสต์เฟซบุ๊กว่า “บางอย่าง ไม่ใช่อย่างที่ท่านอธิบดีแถลง” และโพสต์ข้อสงสัยรัวไม่ว่าจะเป็น เรื่องทุเรียนที่ถูกยึด นั้นถูกขายเกือบหมด หรือการที่เจ้าหน้าที่ได้เตรียมลังสำหรับใส่ทุเรียนไว้พร้อม และมีหน่วยงานต่างๆ นำรถเข้ามารับ

ขณะที่กรมศุลกากรก็ยืนยันว่าการนำทุเรียนไปจำหน่ายให้หน่วยราชการนั้นสามารถทำได้ตามที่ระเบียบระบุไว้ เนื่องจากหากเก็บรักษาไว้ก็เกรงว่าของจะเน่าเสีย จึงจำหน่ายให้หน่วยราชการและ เก็บรักษาของกลางเป็นเงินแทน

ทั้งนี้เรื่องดังกล่าวได้ส่งให้ตำรวจเพื่อนำเรื่องขึ้นสู่ศาลแล้ว


คุณอาจสนใจ

Related News