อาชญากรรม

ผบก.ปอศ.เผย “แอ็คมี่ วรวัฒน์” หนีออกนอกประเทศตั้งแต่ปี 67 ประสานอินเตอร์โพล ออกหมายแดง

3 ชั่วโมงที่แล้ว

141 views

ผบก.ปอศ.เผยมีผู้เสียหายแจ้งความเอาผิด “แอ็คมี่ วรวัฒน์” แล้ว 61 ราย คาดตัวเลขความเสียหายพุ่งหลักร้อยล้าน พบหนีหมายจับคดีเก่าออกนอกประเทศตั้งแต่ปี 67 ประสานอินเตอร์โพล ออกหมายแดง

วันที่ 10 มี.ค.2569 พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผบก.ปอศ. ระบุว่าความคืบหน้ากรณี มีผู้เสียหายมาแจ้งความดำเนินคดีกับนายแอ็คมี่ วรวัฒน์ หลังถูกหลอกลงทุนเกี่ยวกับเหรียญดิจิทัลและคริปโตเคอร์เรนซี พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ ระบุว่า เบื้องต้นมีผู้เสียหายเข้ามาแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน 61 ราย โดยแต่ละคนลงทุนคนละ 1-2 ล้านบาท เบื้องต้นมูลค่าความเสียหายอยู่ที่ 76 ล้านบาท พนักงานสอบสวนโดย บก.ปอศ. กองกำกับการ 4 ได้มีการเตรียมพนักงานสอบสวนในการสอบปากคำผู้เสียหายไว้แล้ว เชื่อว่ามีผู้เสียหายมากกว่านี้ และคาดว่ามูลค่าความเสียหายเป็นหลักร้อยล้าน

ส่วนที่มาร้องทุกข์แจ้งความดำเนินคดีเข้าข่ายความผิด พ.ร.ก.การกู้ยืมเงิน หรือแชร์ลูกโซ่ เพราะจากการตรวจสอบพบว่า มีการเชิญชวนให้ลงทุนได้ค่าตอบแทนมากกว่าที่กฎหมายกำหนดเป็นหลัก 100 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้ยังเข้าข่ายความผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ และ ฉ้อโกงประชาชน

ส่วนกรณีที่นายวรวัฒน์ มีการสร้างเหรียญดิจิตอล ACT ขึ้นมาเองมีความผิดหรือไม่ พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จะต้องประสานไปที่ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ก.ล.ต. เป็นความผิดตาม พ.ร.ก.การประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลหรือไม่ แต่อย่างไรก็ตามเชื่อว่าเข้าข่ายความผิด พ.ร.ก.การประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ถึงแม้จะไม่ได้จดทะเบียนบริษัทแต่ถ้าซื้อขายระหว่างบุคคลก็ถือว่าเป็นความผิด

และจากการตรวจสอบพบว่า ก.ล.ต.มีการร้องทุกข์ดำเนินคดีไว้อีก 2 คดี เมื่อปี 2568 ในคดีแรกพนักงานสอบสวนได้ทำการสอบสวนเสร็จสิ้นและส่งสำนวนไปให้อัยการ และมีการออกหมายจับนายวรวัฒน์แล้ว ส่วนอีกหนึ่งคดีเดิม คือการชักชวนให้ลงทุนในเว็บไซต์พันเอ็กซ์ ในคดีนั้นมีผู้เสียหายประมาณ 40 คน มูลค่าความเสียหาย 10 ล้านบาท ขณะนั้นพนักงานสอบสวนดำเนินการออกหมายจับแล้วเช่นเดียวกัน แต่ในทางสอบสวนเรายังรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อออกหมายจับบุคคลอื่น เพราะเชื่อว่านายวรวัฒน์ไม่ได้ทำคนเดียว ยังมีบุคคลอื่นที่เป็นเครือข่ายของนายวรวัฒน์เข้ามาเกี่ยวข้อง ส่วนภรรยาของนายวรวัฒน์ ขณะนี้ยังไม่พบความเชื่อมโยงหรือเกี่ยวข้อง

และจากการตรวจสอบพบว่านายวรวัฒน์ เดินทางออกนอกประเทศตั้งแต่วันที่ 15 พฤศจิกายน 2567 เบื้องต้นได้ประสานส่งข้อมูลการออกหมายจับในคดีเดิมเมื่อปี 2568 ไปที่องค์การตำรวจอาชญากรรมระหว่างประเทศแล้ว เพื่อให้เขาประสานออกหมายแดง

ส่วนที่ทำให้ประชาชนยังหลงเชื่อ แม้นายวรวัฒน์จะเคยมีหมายจับมาก่อน ระบุว่าเป็นเรื่องของภาพลักษณ์ ผู้เสียหายหลายรายรู้ว่านายวรวัฒน์เคยมีหมายจับ แต่นายวรวัฒน์อ้างว่าเป็นหมายจับปลอม และมีรูปถ่ายกับบุคคลสำคัญทำให้ประชาชนหลงเชื่อมาลงทุน และยืนยันว่ารูปแบบการหลอกลวงตั้งแต่ปี 67 จนถึงปัจจุบันเป็นรูปแบบการหลอกลวงที่คล้ายกัน

พ.ต.อ.จำนาญ จันทร์เทศ ผกก.4 บก.ปอศ. ระบุถึงเรื่องกระเป๋า Wallet ของนายวรวัฒน์ เบื้องต้นตำรวจพบหลักฐานทางการเงินที่ชัดเจนว่ามีเงินอยู่ในกระเป๋า Wallet ทั้งในไทย และต่างประเทศ แต่การที่จะอายัดกระเป๋าเงินดังกล่าวจะต้องผ่านขั้นตอน และประสานความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ เบื้องต้นได้ร่างหนังสือแล้วจะมีการดำเนินการต่อไป และเท่าที่เห็นเงินในกระเป๋าเหลือจำนวนน้อยไม่ถึงหลักล้าน

คุณอาจสนใจ