อาชญากรรม
ผบก.ปอศ.เผย “แอ็คมี่ วรวัฒน์” หนีออกนอกประเทศตั้งแต่ปี 67 ประสานอินเตอร์โพล ออกหมายแดง
10 มี.ค. 2569
412 views
ผบก.ปอศ.เผยมีผู้เสียหายแจ้งความเอาผิด “แอ็คมี่ วรวัฒน์” แล้ว 61 ราย คาดตัวเลขความเสียหายพุ่งหลักร้อยล้าน พบหนีหมายจับคดีเก่าออกนอกประเทศตั้งแต่ปี 67 ประสานอินเตอร์โพล ออกหมายแดง
วันที่ 10 มี.ค.2569 พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผบก.ปอศ. ระบุว่าความคืบหน้ากรณี มีผู้เสียหายมาแจ้งความดำเนินคดีกับนายแอ็คมี่ วรวัฒน์ หลังถูกหลอกลงทุนเกี่ยวกับเหรียญดิจิทัลและคริปโตเคอร์เรนซี พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ ระบุว่า เบื้องต้นมีผู้เสียหายเข้ามาแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน 61 ราย โดยแต่ละคนลงทุนคนละ 1-2 ล้านบาท เบื้องต้นมูลค่าความเสียหายอยู่ที่ 76 ล้านบาท พนักงานสอบสวนโดย บก.ปอศ. กองกำกับการ 4 ได้มีการเตรียมพนักงานสอบสวนในการสอบปากคำผู้เสียหายไว้แล้ว เชื่อว่ามีผู้เสียหายมากกว่านี้ และคาดว่ามูลค่าความเสียหายเป็นหลักร้อยล้าน
ส่วนที่มาร้องทุกข์แจ้งความดำเนินคดีเข้าข่ายความผิด พ.ร.ก.การกู้ยืมเงิน หรือแชร์ลูกโซ่ เพราะจากการตรวจสอบพบว่า มีการเชิญชวนให้ลงทุนได้ค่าตอบแทนมากกว่าที่กฎหมายกำหนดเป็นหลัก 100 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้ยังเข้าข่ายความผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ และ ฉ้อโกงประชาชน
ส่วนกรณีที่นายวรวัฒน์ มีการสร้างเหรียญดิจิตอล ACT ขึ้นมาเองมีความผิดหรือไม่ พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จะต้องประสานไปที่ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ก.ล.ต. เป็นความผิดตาม พ.ร.ก.การประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลหรือไม่ แต่อย่างไรก็ตามเชื่อว่าเข้าข่ายความผิด พ.ร.ก.การประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ถึงแม้จะไม่ได้จดทะเบียนบริษัทแต่ถ้าซื้อขายระหว่างบุคคลก็ถือว่าเป็นความผิด
และจากการตรวจสอบพบว่า ก.ล.ต.มีการร้องทุกข์ดำเนินคดีไว้อีก 2 คดี เมื่อปี 2568 ในคดีแรกพนักงานสอบสวนได้ทำการสอบสวนเสร็จสิ้นและส่งสำนวนไปให้อัยการ และมีการออกหมายจับนายวรวัฒน์แล้ว ส่วนอีกหนึ่งคดีเดิม คือการชักชวนให้ลงทุนในเว็บไซต์พันเอ็กซ์ ในคดีนั้นมีผู้เสียหายประมาณ 40 คน มูลค่าความเสียหาย 10 ล้านบาท ขณะนั้นพนักงานสอบสวนดำเนินการออกหมายจับแล้วเช่นเดียวกัน แต่ในทางสอบสวนเรายังรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อออกหมายจับบุคคลอื่น เพราะเชื่อว่านายวรวัฒน์ไม่ได้ทำคนเดียว ยังมีบุคคลอื่นที่เป็นเครือข่ายของนายวรวัฒน์เข้ามาเกี่ยวข้อง ส่วนภรรยาของนายวรวัฒน์ ขณะนี้ยังไม่พบความเชื่อมโยงหรือเกี่ยวข้อง
และจากการตรวจสอบพบว่านายวรวัฒน์ เดินทางออกนอกประเทศตั้งแต่วันที่ 15 พฤศจิกายน 2567 เบื้องต้นได้ประสานส่งข้อมูลการออกหมายจับในคดีเดิมเมื่อปี 2568 ไปที่องค์การตำรวจอาชญากรรมระหว่างประเทศแล้ว เพื่อให้เขาประสานออกหมายแดง
ส่วนที่ทำให้ประชาชนยังหลงเชื่อ แม้นายวรวัฒน์จะเคยมีหมายจับมาก่อน ระบุว่าเป็นเรื่องของภาพลักษณ์ ผู้เสียหายหลายรายรู้ว่านายวรวัฒน์เคยมีหมายจับ แต่นายวรวัฒน์อ้างว่าเป็นหมายจับปลอม และมีรูปถ่ายกับบุคคลสำคัญทำให้ประชาชนหลงเชื่อมาลงทุน และยืนยันว่ารูปแบบการหลอกลวงตั้งแต่ปี 67 จนถึงปัจจุบันเป็นรูปแบบการหลอกลวงที่คล้ายกัน
พ.ต.อ.จำนาญ จันทร์เทศ ผกก.4 บก.ปอศ. ระบุถึงเรื่องกระเป๋า Wallet ของนายวรวัฒน์ เบื้องต้นตำรวจพบหลักฐานทางการเงินที่ชัดเจนว่ามีเงินอยู่ในกระเป๋า Wallet ทั้งในไทย และต่างประเทศ แต่การที่จะอายัดกระเป๋าเงินดังกล่าวจะต้องผ่านขั้นตอน และประสานความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ เบื้องต้นได้ร่างหนังสือแล้วจะมีการดำเนินการต่อไป และเท่าที่เห็นเงินในกระเป๋าเหลือจำนวนน้อยไม่ถึงหลักล้าน
แท็กที่เกี่ยวข้อง ปอศ. ,แอ็คมี่ วรวัฒน์ ,หลอกลงทุนเหรียญดิจิทัล