อาชญากรรม

ทลายแหล่งขายปืนออนไลน์ ยึดของกลางกว่า 2 พันกระบอก-กระสุนเกือบ 1 แสนนัด

โดย paranee_s

14 ก.ค. 2565

3.1K views

จากกรณีที่เคยปรากฏเป็นข่าว คนร้ายใช้อาวุธปืนยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เข้าระงับเหตุวัยรุ่นทะเลาะวิวาทกันจนเสียชีวิต ในพื้นที่ อ.คลองหลวง จว.ปทุมธานี หรือกรณีเหตุนักศึกษา ปวช.ปี 1 ทดลองยิงปืนดัดแปลงกระสุนลั่นเจาะท้องเพื่อนเสียชีวิต และเหตุอื่นๆ อีกหลายเหตุในลักษณะเดียวกัน ประกอบกับการก่อเหตุลอบสังหารบุคคลสำคัญในต่างประเทศนั้น จะเห็นได้ว่าอาวุธปืนส่วนใหญ่ที่นำมาใช้ในการก่อเหตุเป็นอาวุธปืนที่ผู้กระทำผิดดัดแปลงทำขึ้นทั้งสิ้น ซึ่งปัจจุบันมีการลักลอบซื้อขายทางสื่อสังคมออนไลน์


วันนี้ (14 ก.ค.65) เวลา 10.30 น. กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบอาญชากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) โดย พล.ต.ท.กรไชย คล้ายคลึง ผบช.สอท., พล.ต.ต.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.ชูฉัตร ธารีฉัตร รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.มนเทียร พันธ์อิ่ม รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.กานตพงศ์ ชัยรุ่งเรือง ผบก.สอท.2, พล.ต.ต.นิเวศน์ อาภาวศิน ผบก.ตอท, พล.ต.ต.ฉัตรชัย นันทมงคล ผบก.พฐก. และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ร่วมกันแถลงข่าวกรณีการจับกุมผู้ต้องหา พร้อมตรวจยึดของกลางอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน และอุปกรณ์ส่วนควบอาวุธปืนจำนวนมาก มีรายละเอียดดังต่อไปนี้


จากการสืบสวนพบว่ามีการลักลอบจำหน่ายอาวุธปืนที่ผิดกฎหมายให้กับประชาชนทั่วไป ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง กระทั่งเมื่อวันที่ 12 ก.ค.65 ได้นำหมายค้นศาลอาญามีนบุรี เข้าตรวจสถานที่น่าเชื่อว่าเป็นแหล่งจำหน่าย และเก็บอาวุธปืนในพื้นที่ สน.ร่มเกล้า และ สน.บางชัน จำนวน 2 จุด มีผลการปฏิบัติ ดังนี้


จุดที่ 1 คือร้านค้าบริเวณ ถ.ราษฎร์พัฒนา แขวงสะพานสูง เขตสะพานสูง กรุงเทพฯ ทำการตรวจยึดของกลางได้แก่อาวุธปืนแบลงค์ (Blank Gun) จำนวน 1,865 กระบอก, เครื่องกระสุนปืนแบลงค์ จำนวน 82,450 นัด และอุปกรณ์ส่วนควบอาวุธปืน จำนวน 31 ชิ้น



จุดที่ 2 คือหมู่บ้านเพอร์เฟคเพลส วงแหวนรามคำแหง ถ.เคหะร่มเกล้า แขวงคลองสองต้นนุ่น เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ ทำการตรวจยึดของกลาง ได้แก่ อาวุธปืนอัดลมแรงดันสูง เบอร์ 1 และ เบอร์ 2 จำนวน 142 กระบอก, อาวุธปืนแบลงค์ (Blank Gun) จำนวน 238 กระบอก, เครื่องกระสุนปืนอัดลมแรงดันสูง เบอร์ 1 และ เบอร์ 2 จำนวน 410 กล่อง และอุปกรณ์ส่วนควบอาวุธปืน จำนวน 97 ชิ้น



รวมของกลาง ทั้ง 2 จุด ได้แก่

1. อาวุธปืนแบลงค์ (Blank Gun) จำนวน 2,103 กระบอก

2. อาวุธปืนอัดลมแรงดันสูง เบอร์ 1 และ เบอร์ 2 จำนวน 142 กระบอก

3. เครื่องกระสุนปืนแบลงค์ จำนวน 82,450 นัด

4. กระสุนปืนอัดลมแรงดันสูง เบอร์ 1 และ เบอร์ 2 จำนวน 410 กล่อง

5. อุปกรณ์ส่วนควบอาวุธปืน จำนวน 128 ชิ้น


โดยในจุดที่ 2 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการจับกุมตัวผู้ต้องหา 1 ราย คือ นายสิทธิพจน์ อายุ 50 ปี ในข้อหา มีและจำหน่ายอาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืนสำหรับการค้า โดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนท้องที่ ตามพ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนฯ พ.ศ.2490 มาตรา 7, 72 มีอัตราโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ปี - 10 ปี ปรับตั้งแต่ 2,000 - 20,000 บาท และข้อหาช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำ หรือ รับไว้ โดยประการใดซึ่งของอันตนพึงรู้ว่านำเข้ามาโดยไม่ถูกต้องตามพิธีการทางศุลกากร ตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2560 มาตรา 246 มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับเป็นเงิน 4 เท่า ของราคาของซึ่งได้รวมค่าอากรเข้าด้วยแล้ว หรือทั้งจำทั้งปรับ


ก่อนนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


ทั้งนี้ การปฏิบัติการของกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ (บช.สอท.) มุ่งเน้นที่จะแก้ปัญหาการนำอาวุธอันตรายไปใช้ก่อเหตุป้องกันชีวิต และทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน ลดความสูญเสียที่จะเกิดขึ้น สนองตามนโยบายการดำเนินงานของสำนักงานตำรวจชาติ



คุณอาจสนใจ