อาชญากรรม

ลดโทษประหาร 'อดีต ผกก.โจ้' เหลือจำคุกตลอดชีวิต แม่เหยื่อรับไม่ได้ อยากให้แลกกับชีวิตลูก

โดย thichaphat_d

9 มิ.ย. 2565

20 views

จากคดีอันโด่งดัง ที่สังคมให้ความสนใจเป็นอย่างมาก โดยเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2564 กลุ่มเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่นำโดย 'ผกก.โจ้' ได้คลุมหัวผู้ต้องหาด้วยถุงพลาสติกสีดำ ใส่กุญแจมือด้านหน้า ลงมือทำร้ายร่างกาย จนผู้ต้องหาได้เสียชีวิตที่โรงพยาบาล


วานนี้ (8 มิ.ย. 65) ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง พิพากษาประหารชีวิต

  • พันตำรวจเอก ธิติสรรค์ อุทธนผล หรือ โจ้ อดีตผู้กำกับ สภ.เมืองนครสวรค์
  • พันตำรวจตรี รวีโรจน์ ดิษทอง สารวัตรสืบสวน
  • ร้อยตำรวจเอก ทรงยศ คล้ายนาค รองสารวัตรปราบปราม
  • ร้อยตำรวจโท ธรณินทร์ มาศวรรณา รองสารวัตรปราบปราม
  • ดาบตำรวจ วิสุทธิ์ บุญเขียว ผู้บังคับหมู่งานปราบปราม
  • สิบตำรวจตรี ปวีณ์กร คำมาเร็ว ผู้บังคับหมู่งานปราบปราม


ส่วน ดาบตำรวจ ศุภากร นิ่มชื่น ผู้บังคับหมู่งานปราบปราม พิพากษาจำคุก 8 ปี เพราะไม่ได้ร่วมฆ่าโดยทรมาน แต่อยู่ในเหตุการณ์


หลังทั้งหมด ร่วมกันใช้ถุงดำคลุมหัวขณะสอบสวน นาย จิระพงษ์ ธนะพัฒน์ หรือ มาวิน ผู้ต้องหาคดียาเสพติด จนเสียชีวิต เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2564 ภายในห้องปฏิบัติการพิเศษชุดยาเสพติด สภ.เมืองนครสวรรค์ ซึ่งพฤติการณ์ในคลิปวิดีโอจะเห็นว่า ...

  • ผู้ต้องหาถูกพาเข้ามาห้องก็ถูกคลุมด้วยถุงพลาสติกสีดำแล้วถูกพันธนาการด้วยกุณแจมือไว้ด้านหน้า ก่อนถูกจูงไปนั่งเก้าอี้
  • ผกก.โจ้ เดินเข้ามาใช้ถุงพลาสติกสีขาวซ้อน 2 ใบ คลุมหัว ลงมือทำร้ายร่างกายโดยการทุบ1 ครั้ง และจับกด
  • ผกก.โจ้ ยได้ใช้ถุงพลาสติกซ้อน 2 ใบ คลุมหัวผู้ต้องหาเป็นครั้งที่ 2 และเป็นคนใช้น้ำราดหน้าขณะผู้ต้องหาแน่นิ่งไป
  • พันตำรวจตรี รวิโรจน์ ทำหน้าที่ช่วยจับกดผู้ต้องหา และนำถุงดำเข้ามาให้ 1 ใบ แต่ไม่ได้ใช้
  • ร้อยตำรวจโท ธรณินทร์ เป็นคนที่พาผู้ต้องหาเข้ามานั่ง ช่วยจับกด และปั๊มหัวใจครั้งที่ 3 ให้ผู้ต้องหา
  • ดาบตำรวจ วิสุทธิ์ หรือ ดาบโบ้ ช่วยจับกดและเดินออกไปนอกห้อง
  • ดาบตำรวจศุภากร เดินเข้ามาในห้องดูเหตุการณ์และเดินออกไป
  • ร้อยตำรวจเอก ทรงยศ ช่วยจับกด และปั๊มหัวใจครั้งแรกให้ผู้ต้องหา
  • สิบตำรวจตรี ปวีกรณ์ ช่วยจับกดและปั๊มหัวใจครั้งที่ 2 ให้ผู้ต้องหา


โดยคดีนี้ นายโชคชัย อ่างแก้ว ทนายความของอดีตผู้กำกับโจ้ เปิดเผยว่า คดีนี้สู้กันตามข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน โดยเฉพาะคลิปเหตุการณ์ตอนคลุมศีรษะนายมาวินด้วยถุงดำ เป็นการกระทำที่ไม่มีเจตนาให้นายมาวินเสียชีวิต 


แม้จำเลยกับพวกจะคลุมด้วยถุงพลาสติกหลายใบ ได้มีการคลายถุงให้มีอากาศหายใจ ใช้เวลาคลุมและผ่อน นาน 7 นาที หากจงใจให้เสียชีวิต จะใช้เวลาคลุมถุงแค่ 4 นาที ก็เสียชีวิตได้ เป็นประเด็นการต่อสู้


โดยการใช้ถุงดำคลุมศีรษะต้องการรีดข้อมูลที่ซ่อนยาเสพติดจากนายมาวิน เพื่อประโยชน์ทางราชการเท่านั้น


คดีนี้จำเลยทั้ง 7 คน ถูกดำเนินคดี 4 ข้อหา คือ ...

1. เป็นเจ้าพนักงานร่วมกันปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต

2. เป็นเจ้าพนักงานของรัฐร่วมกันปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต

3. ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยทรมานหรือโดยกระทำทารุณโหดร้าย

4. ร่วมกันตั้งแต่ห้าคนขึ้นไปข่มขืนใจผู้อื่น


การอ่านคำพิพากษา ศาลได้อ่านคำพิพากษาผ่านระบบ Video Conference ไปยังเรือนจำกลางคลองเปรม ให้จำเลยทั้ง 7 คนฟัง โดยศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า แม้จำเลยจะให้การว่า ไม่ได้ประสงค์ให้ถึงแก่ชีวิต แต่การกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำที่สามารถเล็งเห็นได้ว่า หากใช้ถุงดำคลุมศีรษะอยู่นานถึง 6 นาที จะเป็นเหตุทำให้เสียชีวิตได้ จึงเชื่อได้ว่าจำเลยมีเจตนาฆ่า


อีกทั้ง พฤติการณ์ที่ใช้ถุงดำคลุมศีรษะซ้ำถึง 7 ชั้น และยังช่วยกันจับตัวไม่ให้ผู้เสียชีวิตขัดขืน จึงเป็นลักษณะของการทรมาน ส่วนจำเลยที่ 6 คือ ดาบตำรวจศุภากร อยู่ภายนอกห้องขณะเกิดเหตุ และเดินเข้าไป เมื่อถูกอดีตผู้กำกับโจ้เรียกตัวให้เข้าไปช่วย แต่ไม่ได้ร่วมในการทรมาน แต่ยังกลับเข้ามาช่วยเหลือนำผู้เสียชีวิตส่งโรงพยาบาล จึงพิพากษาลงโทษจำคุก 8 ปี


ทว่า ...

  • จำเลยทั้ง 7 ได้รับข้อเท็จจริงบางส่วน
  • จำเลยทั้ง 7 ได้พยายามช่วยเหลือผู้เสียชีวิตด้วยการปั๊มหัวใจและนำส่งโรงพยาบาล
  • รู้สึกถึงความผิดได้ช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิตด้วยการวางเงินค่าปลงศพ 3 หมื่นบาท
  • วางเงินบรรเทาผลร้ายให้แก่ครอบครัวผู้เสียหายชีวิต 6 แสนบาท


จึงพิจารณาลดโทษให้ 1 ใน 3 โดยจำเลยที่ 1-5 และ 7 เหลือโทษจำคุกตลอดชีวิต ส่วนจำเลยที่ 6 เหลือโทษจำคุก 5 ปี 4 เดือน


ส่วนคำร้องขอให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทน จำเลยกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ดังนั้น หน่วยงานของรัฐต้องรับผิดต่อผู้เสียหาย ซึ่งผู้เสียหายอาจฟ้องหน่วยงานของรัฐดังกล่าวโดยตรง (สำนักงานตำรวจแห่งชาติ)


ทั้งนี้ สำหรับบรรยากาศการฟังคำพิพากษาผ่านจอภาพ Video Conference ที่เรือนจำกลางคลองเปรม มื่อศาลกำลังจะเริ่มอ่านคำพิพากษา อดีตผู้กำกับโจ้ ได้กล่าวกับศาลว่า แค่อยากกล่าวขอโทษทุกคนและอยากอธิบายให้เข้าใจในสิ่งที่ทำ เพราะที่ผ่านมาทนายความไม่เคยเดินทางมาพบที่เรือนจำ และเขายังไม่เคยเห็นคำแถลงปิดคดีของตัวเอง


แต่ศาลระบุว่า วันนี้เป็นการนัดฟังคำพิพากษาแล้ว ก่อนหน้าทางศาลได้รับคำแถลงการณ์ปิดคดีทั้งหมด 454 หน้าซึ่งประกอบด้วยรายละเอียดการปิดคดี คำแถลง และผลการทำงานในขณะที่รับราชการเป็นตำรวจมาทั้งหมดแล้ว จึงไม่อนุญาตให้ อดีตผู้กำกับโจ้ ได้กล่าวกับศาล


ในช่วงที่ศาลอ่านคำพิพากษา อดีตผู้กำกับโจ้ มีแววตาเคร่งเครียด ท่าทีนิ่งเฉย บางช่วงยืนหลับตาเงยหน้ารับฟังคำพิพากษาของศาล ขณะที่คนอื่นยืนฟังด้วยสีหน้าเรียบเฉย 


ขณะที่ศาลบรรยายพฤติการณ์ของจำเลย จากหลักฐานคลิปกล้องวงจรปิดว่า ระหว่างเกิดเหตุผู้ตายส่งเสียงร้องโอดโอยจากการถูกทรมาน และถูกกระทำอย่างไรบ้าง นาง จันทร์จิรา แม่ของผู้เสียชีวิตยืนร้องไห้ ซับน้ำตาตลอดเวลา ขณะที่พ่อของมาวิน ยืนส่ายหัว ตลอดเวลา

-----------
ทันทีที่ ศาลอ่านคำพิพากษาจบ เรือตรี จักรกฤษณ์ กลั่นดี พ่อของมาวิน เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ที่เขายังไม่เห็นคลิปวงจรปิด อดีตผู้กำกับโจ้ได้เข้ามากอดพ่อกอดแม่แล้วร้องไห้ แต่พอได้ฟังคำบรรยายที่ศาลอ่านในวันนี้ คาดไม่ถึงว่าจะทำขนาดนี้ ช่วงที่ทำให้รู้สึกสะเทือนใจ คือ การเพิ่มจำนวนถุงดำเรื่อยๆ และปิดรัดแน่น จนลูกชายไม่มีอากาศหายใจ แม้พยายามจะปั๊มหัวใจ แต่ลูกชายก็ไม่หายใจแล้ว และยังเอากุญแจมือมาใส่ที่เท้าของลูกชายด้วย


ซึ่งตอนที่ฟัง แม่ก็ยืนร้องไห้ ระหว่างฟังคำพิพากษาได้เห็นท่าทีของจำเลย ก็คิดว่า เขาคงคิดว่าทำในสิ่งที่คิดว่าถูกแล้ว อยากให้จำเลยได้รับบทเรียน สิ่งที่ทำไปต้องชดใช้ และคำพิพากษาของศาลในวันนี้ก็ถือว่าพอใจแล้ว และคงจะไม่สู้ต่อ เพราะไม่อยากจะไปพยาบาทอาฆาตกัน ส่วนการเรียกเงินเยียวยาจะต้องไปฟ้องศาลแพ่ง ทีแรกจะเรียก 1 ล้าน 5 แสนบาท แต่อาจจะเพิ่มวงเงินอีก


ขณะที่ นางจันทร์จิรา แม่ของผู้เสียชีวิต บอกว่า ไม่รู้ว่าจำเลยเขาสำนึกจริงหรือไม่ แต่แม่ก็ไม่เข้าใจ ว่า ทำไมต้องทำให้ลูกแม่ตายแบบนี้ แต่ส่วนตัวอยากให้ลงโทษประหารชีวิต ให้จำเลยเป็นไปตามลูก เพราะจากที่ฟังศาลบรรยาย พฤติการณ์มันยิ่งกว่าที่เคยดูคลิป ฟังแล้วรับไม่ได้ จึงอยากให้ประหาร แลกกับชีวิตลูก

-------------

นายโชคชัย อ่างแก้ว ทนายความของอดีตผู้กำกับโจ้ เปิดเผยว่า จะยื่นเรื่องอุทรณ์ แม้จำเลยกับพวกจะคลุมด้วยถุงพลาสติกหลายใบ ได้มีการคลายถุงให้มีอากาศหายใจ ใช้เวลาคลุมและผ่อน นาน 7 นาที หากจงใจให้เสียชีวิต จะใช้เวลาคลุมถุงแค่ 4 นาที ก็เสียชีวิตได้ และที่ทำไปเพราะจำเลยต้องการรีดข้อมูลเรื่องยาเสพติดจากผู้ตาย


รับชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/RnbzY1QBg_w


คุณอาจสนใจ