อาชญากรรม

ผอ.ปัดปิดข่าว 'ครูดิ่งตึกดับ' ชี้ไม่เกี่ยวปมหาเด็กเข้าเรียน ญาติเผยมีอาการซึมเศร้า เคยคิดสั้นมาก่อน

โดย thichaphat_d

6 พ.ค. 2565

429 views

กรณีเพจเฟซบุ๊ก “อีซ้อขยี้ข่าว” เผยแพร่เรื่องราว “อาจารย์หญิง” คนหนึ่งทราบชื่อนางสาววิลาวัลย์ วชิรกุลศิริพร หรืออาจารย์วิ อายุ 53 ปี กระโดดลงมาจากอาคารเรียนชั้น 5 เพราะถูกผู้บริหารวิทยาลัยดังเมืองแปดริ้ว จ.ฉะเชิงเทรา ด่าทอและกดดัน จากสาเหตุหานักเรียนใหม่ไม่ได้ตามเป้า


โดยทางเพจ ระบุข้อความว่า “อาจารย์คนหนึ่งของโรงเรียนชื่อดังเมืองแปดริ้ว เครียดหนัก เพราะถูกบังคับให้หานักเรียนใหม่ เข้ามาเรียนตามยอดที่ให้ไว้ พอใกล้เปิดเทอม เมื่อเป้ายังไม่ถึง เลยถูกต่อว่าและเรียกไปด่าจนอับอายทำให้เธอกดดันและคิดสั้น ดิ่งตึกของอาคารเรียนที่อยู่ตรงชั้น 5 ลงมาเสียชีวิต”


“แม้เกิดเรื่องราวใหญ่โตเช่นนี้ขึ้นในโรงเรียนก็ตาม แต่ทุกอย่างกับถูกปิดมิด ให้เป็นความลับ พร้อมคำสั่งห้ามให้เรื่องนี้เล็ดลอดออกไป และยังกำชับให้ทุกคนบอกไปในทิศทางเดียวกันว่า สาเหตุมาจากความเครียดส่วนตัวเรื่องปัญหาหนี้สิน”


ทางเพจยังเปิดเผยแชตที่มีการพูดคุยกับแหล่งข่าว โดยมีการแจ้งเรื่องผู้ตายว่า “ในที่ประชุม โดนด่ายิ่งกว่าอะไร” พร้อมระบุอีกว่า "ครูโดดตึกชั้น 5 วันนี้จะเผาแล้ว ยังจะพยายามปกปิดต่อ ไม่บอกข้อมูลใด ๆ กับสื่ออีก แถมสั่งเพจจังหวัดห้ามโพสต์ข่าวนี้ บรรดาลูกศิษย์ถามแค่วัดจะไปร่วมส่งอาจารย์แกเป็นครั้งสุดท้าย แค่ชื่อวัดยังไม่ยอมบอกหรือว่ามีเรื่องเน่า ๆ ที่ชาวบ้านห้ามรู้"


ล่าสุดมีแชตที่อดีตเพื่อนของอาจารย์วิ ออกมาเปิดเผยยืนยันว่าสถาบันแห่งนี้มีการบังคับให้ครูทำยอดจริง หากทำไม่ได้ตามเป้า “แม้มีประสบการณ์หาเด็กไม่ได้จะโดนหักเงินเดือนเป็นหมื่น” เพื่อนของครูวิ ระบุว่า “พูดแล้วน้ำตาจะไหล” “หักเงินไปให้คนที่หาเด็กได้” “ตอนหลังถูกไล่ออกเรื่องหาเด็กไม่ได้”


หลังเรื่องราวถูกเผยแพร่ในโซเชียล มีผู้เข้ามาอาลัยแสดงความเห็น พร้อมเรียกร้องทางสถาบันฯ ออกมาชี้แจงข้อเท็จจริง จากการตรวจสอบพบว่าศพของอาจารย์หญิงคนนี้ มีการจัดสวดอภิธรรมศพมาตั้งแต่วันที่ 2 พ.ค.ที่วัดพงษารามอ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา โดยมีการฌาปนกิจวานนี้ (5 พ.ค.) เวลา 16.00 น. มีเพื่อนร่วมอาชีพในวิทยาลัยฯ และลูกศิษย์ไปร่วมงานไว้อาลัย บรรยากาศเงียบเหงา


ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่วัดพงษาราม คุยกับนางกาญจนา ริยะกุล หรือป้าจู พี่สาวผู้เสียชีวิต เผยว่า ไม่ติดใจ และไม่ทราบสาเหตุการเสียชีวิตที่แน่ชัด น้องสาวก็ไม่เคยมาปรึกษาหรือเล่าปัญหาอะไรให้ฟัง ข่าวที่ออกไปว่าถูกกดดันหายอดนักเรียนให้ได้ตามเป้า ก็อาจมีส่วนให้เครียดคิดสั้น เพราะน้องสาวพี่อาการซึมเศร้า ไม่รู้มีแรงกดดันที่วิทยาลัยฯ หรือไม่ และไม่ทราบทางวิทยาลัยฯ มีระบบอย่างไร


น้องสาวไม่มีครอบครัว ไม่มีภาระอะไรทำงานเป็นครูมา 20 กว่าปี “ทางญาติพี่น้องได้คุยกันจะไม่เอาเรื่องใดๆ ไม่อยากให้มีการขุดคุ้ยข่าวเดี๋ยวมันจะยุ่งเหมือนคดีแตงโม” ส่วนที่บอกว่าสถาบันฯ สั่งปิดข่าวตนไม่ทราบ หลังเกิดเหตุยังไม่ได้พูดคุยกับผู้บริหารสถาบันเทคโนโลยีฉะเชิงเทรา อย่างไรก็ตามรู้สึกเสียใจไม่น่าเกิดเหตุนี้ขึ้น


เมื่อ 2 เดือนก่อนน้องสาวก็เคยคิดสั้นกินยาฆ่าตัวตาย แต่หลานๆ มาเห็นจึงสามารถนำส่งโรงพยาบาล ทัน ครอบครัวมีกัน 10 คน ป้าจู เป็นลูกคนที่ 3 ส่วนคุณครูผู้เสียชีวิตเป็นคนที่ 8 ป้าจูยืนยันว่าครูผู้เสียชีวิต ได้รักษาตนเองทานระยะหนึ่งโดยหมอให้การรักษาพร้อมให้ยาจากอาการป่วยซึมเศร้า


กระทั่งเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคมที่ผ่านมา น้องสาวคือคุณครู ได้กระโดดอาคารเรียนสูง 5 ชั้น ตกลงมาจมกองเลือด เพื่อนๆ ที่เป็นครู ได้โทรแจ้งกู้ชีพเข้ามาช่วย มีการพยายาม CPR ก่อนนำส่งโรงพยาบาลเมืองพุทธโสธร เสียชีวิตในเวลาต่อมา พร้อมนำคุณครูมาตั้งสวดบำเพ็ญกุศลที่วัดพงษาราม  ต.เกาะขนุน อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา


นักข่าวได้คุยกับลูกศิษย์ของอาจารย์วิ ซึ่งเรียนจบไปแล้วให้ข้อมูลทางโทรศัพท์ว่า อยากให้มีการตรวจสอบวิทยาลัยฯเรื่องกดดันให้อาจารย์หาเด็กใหม่เข้ามาเรียน ทางสถาบันไม่ควรไปกดดันอาจารย์ ตนเองพอจะสนิทกับอาจารย์วิ แต่ไม่เคยทราบปัญหาส่วนตัวของอาจารย์


ทั้งนี้ ตนเองเคยถูกอาจารย์อีกท่านหนึ่งให้ช่วยแนะนำชักชวนเด็กเข้ามาเรียน ตนหามาให้คนนึงโดยได้ค่าตอบแทน 500 บาทต่อคน อาจารย์เกือบทุกคนที่ทำแบบนี้ ส่วนตัวเองไม่เคยแนะนำเด็กให้กับอาจารย์วิ นอกจากนี้อาจารย์บางท่าน จะมีเพจเฟซบุ๊กของใครของมันเพื่อรับสมัครนักเรียน


ช่วงที่ตนเรียนอยู่นั้น จะมีอาจารย์ภายในวิทยาลัยฯ บางท่านบอกว่าช่วยแนะนำเด็กมาเรียนให้หน่อย เทรมนี้ครูต้องหา 50 คน ซึ่งทุกปีที่มีเด็กจบ ม.3 จะเข้าเรียนต่อวิทยาลัยฯ อาจารย์ให้ลูกศิษย์ในวิทยาลัยฯ ช่วยแนะนำชักชวนเด็กใหม่เข้ามาเรียน สถาบันอื่นตนไม่ทราบแต่ที่นี่เป็นแบบนี้มานานแล้ว ส่วนสาเหตุที่อาจารย์วิ คิดสั้นฆ่าตัวตาย คาดว่าน่าจะหาเด็กเข้าเรียนได้ไม่เยอะ จึงเกิดความเครียดหรือไม่


ด้านอาจารย์ร่วมสถาบันวิทยาลัยดังกล่าว ยืนยันไม่มีการกดดัน แต่ผู้บริหารย้ำให้ออกแนะแนวเพราะนักเรียนที่จบ ม.3 ม.6 จะต้องหาที่เรียน ทางสถาบันฯ ก็จะออกประชาสัมพันธ์และประชาสัมพันธ์ตามเพจ ว่าสถาบันฯ รับนักเรียนแล้ว บอกขั้นตอนการสมัครและช่องทางการติดต่อ ไม่มีการกดดันให้ครูหายอดนักเรียนตามข่าวต่ออย่างใด อย่างเช่นตนเองก็ไม่มีเด็กมาสมัครเรียนด้วย ผู้บริหารก็ไม่ได้ต่อว่าอะไร  ส่วนที่อาจารณ์วิ ดิ่งตึกฆ่าตัวตายน่าจะเกิดจากปัญหาส่วนตัว  ข่าวที่ออกไปทำให้สถาบันเสียหาย


นายจรูญ เจริญรักษ์ ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคโนโลยีฉะเชิงเทรา ชี้แจงกรณีนางสาววิลาวัลย์ วชิรกุลศิริพร หรืออาจารย์วิ อายุ 53 ปี กระโดดลงมาจากอาคารเรียนชั้น 5 ยืนยันว่าไม่มีการกดดันให้หานักเรียนเข้าเรียนให้ได้ตามเป้าหมายแต่เป็นหน้าที่ของครูทุกคนจะต้องหายอดอยู่แล้ว โดยหายอดจากทางเพจเฟซบุ๊ก ไลน์ โซเชียลมีเดีย ไม่ได้ไปเดินแนะแนวเอง ใครสนใจก็สมัครมาผ่านช่องทางดังกล่าว ไม่ใช่การกดดันแต่อย่างใดมันเป็นหน้าที่ ทุกคนต้องทำ แม้กระทั่งตนเองก็ต้องทำ


“สถาบันการศึกษาเอกชนทุกแห่งก็ทำแบบนี้ ไม่อย่างงั้นจะอยู่ได้ยังไง ไม่ได้กำหนดเป้าหมายว่ากี่คน ในส่วนของผู้บังคับบัญชาก็ต้องเร่งรัด เป็นเรื่องปกติเหมือนกันทุกคน เพราะใกล้เปิดเทรมแล้วช่วงเดือน พ.ค.นี้ กรณีของอาจารณ์วิลาวัลย์ ตนเองก็ไม่ได้เร่งรัดอะไร แค่บอกว่าทุกคนต้องพยายามหา จะมานั่งอยู่เฉยๆ ได้ยังไง การเร่งรัดแบบนี้เป็นการให้เกิดการแอคทีฟ ก็คุณกินเงินเดือนเขา”  


สาเหตุไม่น่าเกิดจากเรื่องดังกล่าว คาดว่าเหตุที่ทำให้อาจารณ์วิลาวัลย์ เครียดมี 2 ประเด็น คือปัญหาจากการป่วยป็นโรคซึมเศร้ามาหลายเดือน ไม่ค่อยคุยกับใคร ที่ผ่านมาเคยกินยาฆ่าตัวตายมาเเล้ว เพื่อนๆ ร่วมงานช่วยปลอบให้กำลังใจกัน ส่วนอีกประเด็นปัญหาเรื่องการเงิน ตนไม่อยากจะเปิดเผยให้เสื่อมเสียผู้ตาย


“ยืนยันตนไม่ได้ต่อว่าด่าทอผู้ตาย จนเป็นสาเหตุทำให้อาจารย์วิลาวัลย์ เครียดคิดสั้น ครูคนอื่น ๆ ไม่เห็นคิดอะไรมากแต่อาจารย์วิลาวัลย์ เป็นคนคิดมาก ใครพูดอะไรจะร้องไห้ตลอดเวลา ส่วนประเด็นหากหานักเรียนไม่ได้ตามเป้าจะหักเงินเป็นหมื่นนั้น ยืนยันไม่มีการหักเงิน ผู้บริหารไม่ทำกันอย่างนั้นหรอก ย้ำไม่มีการกดดันแต่ถ้าครูท่านไหนทำได้ก็โอเค เขาก็พิจารณาเงินเดือนให้ อันนี้เป็นเรื่องของผู้บังคับบัญชา” เบื้องต้นได้คุยกับญาติบอกว่าไม่ติดใจสาเหตุการตาย ยอมรับเสียใจกับเหตุที่เกิดขึ้น ไม่คิดว่าอาจารย์วิลาวัลย์ จะคิดแบบนี้


ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคโนโลยีฉะเชิงเทรา ยืนยันว่า ไม่มีใครสั่งปิดข่าว เพียงแคกำชับว่าคนที่ไม่มีหน้าที่อย่างเพิ่งให้ข่าว พูดไปถ้าไม่รู้ข้อมูลเดี๋ยวมันจะไปกันใหญ่ บางคนไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ รอให้มีการรายงานผู้บังคับบัญชาก่อน แค่นี้เรื่องก็ไปกันใหญ่แล้ว จะไปห้ามเพื่อปกปิดข่าวได้อย่างไร


รับชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ZjJeQNdlcvc

คุณอาจสนใจ