อาชญากรรม

วิน จยย.หัวร้อน ยิงเพื่อนดับกลางตลาด ก่อนขอมอบตัว สารภาพเคลียร์ปัญหาไม่ลงตัว

โดย weerawit_c

14 เม.ย. 2565

119 views

จากกรณีชายใช้อาวุธปืนยิงนายฉัตรชัย สุขใจดี อายุ 53 ปี วินรถ จยย.เบอร์ 40 จำนวน 6 นัด เสียชีวิต บริเวณปากซอยเสริมสุข ถนนประชาชื่น แขวงวงศ์สว่าง เขตบางซื่อ ทราบชื่อผู้ก่อเหตุคือนายสมปอง ทำนองดี อายุ 44 ปี เหตุเกิดเมื่อช่วงเช้า วานนี้ (13 เม.ย.)


โดยกล้องวงจรปิดบันทึกภาพนาทีก่อเหตุ โดยในภาพจะเห็นผู้ตายสวมเสื้อ จยย.รับจ้างหมายเลข 40 ขี่ จยย. มาหาผู้ก่อเหตุบริเวณริมถนน ก่อนที่จะมีการพูดคุยเคลียร์ปัญหากัน แต่เหมือนจะไม่สามารถตกลงกันได้ ผู้ก่อเหตุจึงได้ชักอาวุธปืนออกมายิงผู้ตาย ก่อนที่ผู้ตายจะพยายามลงจากรถ จยย. และฟุบตัวลงที่ข้างรถ ส่วนผู้ก่อเหตุได้ขับรถ จยย. หลบหนีไป


หลังเกิดเหตุผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปพูดคุยกับผู้ที่เห็นเหตุการณ์ นางเจน (นามสมมติ) เล่าว่าตนเองมาขายของตั้งแต่ตี 5 ขณะที่เตรียมของช่วงใกล้ 06.00 น. ก็เห็นผู้ตายขับรถมาจอดที่บริเวณที่เกิดเหตุ เมื่อผู้ตายมาจอดก็พบว่าผู้ก่อเหตุก็วิ่งเข้ามาหา มีการพูดคุยกันสักพัก โดยผู้ก่อเหตุมีการขึ้นเสียง ส่วนผู้ตายพนายามอธิบาย จากนั้นผู้ก่อเหตุมีการตะคอกผู้ตายประมาณ 3 ครั้ง ก่อนที่ผู้ก่อเหตุจะชักอาวุธปืนขึ้นมายิง 4-5 นัด จากนั้นผู้ก่อเหตุก็เดินออกไป ไม่ได้มีทีท่าตกใจ หรือจะเข้าไปช่วยผู้ตายแต่อย่างใด ส่วนผู้ตายหลังถูกยิงก็ค่อย ๆล้มลง จนมีคนในระแวกนั้นเดินไปดูและเรียกเจ้าหน้าที่ตำรวจ ยอมรับเลยว่าตอนแรกที่เห็นผู้ตายชักปืนออกมายิง ตนคิดว่าปืนเป็นปืนปลอม จนกระทั่งผู้ก่อเหตุยิงและเห็นผู้ตายล้มลงจึงรู้ว่าเกิดเหตุสลดขึ้นแล้ว


ทางด้าน นายสมพงษ์ เขียนจตุรัส อายุ 58 ปี เป็นอีกคนที่เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า เมื่อช่วงเช้าตนกำลังทำงานอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 4 เมตร ซึ่งช่วงเกิดเหตุตนเองได้ยินผู้ก่อเหตุตะโกนเรียกผู้ตายที่ขับรถผ่านไปว่าพี่น้อยๆ จากนั้นผู้ตายจึงขับรถย้อนกลับมาหาผู้ก่อเหตุ เมื่อผู้ตายมาถึงผู้ก่อเหตุจึงพูด "ปัญหานะ จะจบได้หรือยัง" ผู้ตายจึงบอกว่า "จบก็จบ" ผู้ก็เหตุจึงพูดต่อว่า "จบก็จบไป" จากนั้นผู้ก่อเหตุก็ชักปืนออกมาจากข้างหลังและกระหน่ำยิงผู้ตายคารถจักรยายนต์จนล้มลงเสียชีวิต


ทั้งนี้ผู้ตาย และผู้ก่อเหตุเป็นเพื่อนตนเองทั้งคู่ และทั้งคู่ก็เคยเป็นเพื่อนกันมาก่อน เคยดื่มกิน และตีไก่ด้วยกัน แต่พักหลังเริ่มห่างกันเพราะผู้ตายเลิกดื่มกิน และมีปัญหาไม่ลงรอยกัน เวลาขับรถผ่านก็จะมรการเบิ้ลรถจักรยายนต์ใส่กัน แต่ไม่ถึงกับมีเรื่องชกต่อยหรือลงไม้ลงมือ ทั้งคู่ไม่ได้เป็นคนที่มีอารมณ์รุนแรง แต่ถ้ามีการดื่มกินก็อาจจะมีการโวยวายบ้าง บางครั้ง


ในขณะที่ นายสมพร จุลศรีไกรวรรณ พี่ชายภรรยาของผู้ตาย เปิดเผยว่า สาเหตุของการก่อเหตุในครั้งนี้ตนไม่ทราบแน่ชัด แต่ก่อนหน้านี้ทั้งคู่เคยมีปัญหาไม่ลงรอยกันเรื่องตีไก่ชน จากนั้นก็มีการเบิ้ลรถ บีบแตรใส่กันเวลาขับรถสวนกัน ซึ่งเรื่องนี้ได้มีการเรียกมาพูดคุยและปรับความเข้าใจกัน ซึ่งทั้งคู่ก็รับปากว่าจะจบเรื่องนี้ ทำให้ไม่รู้ว่าเหตุของเรื่องนี้เกิดจากอะไรกันแน่ แต่ตนเชื่อว่าคงมีมูลเหตุมากกว่านี้ เพราะแค่การเบิ้ลรถใส่กันไม่น่าถึงกับขนาดยิงกัน ทั้งนี้จากการสัมผัสผู้ตายเมื่อตอนวัยรุ่นเป็นคนอารมณ์ร้อน แต่พออายุเยอะก็เริ่มใจเย็น เป็นคนดีเลิกดื่มกิน ทำงานเลี้ยงครอบครัว ส่วนผู้ก่อเหตุเป็นคนอารมณ์ร้อน ยิ่งเวลากินเหล้าก็จะโวยวาย ขึ้นเสียงกันบ้าง ซึ่งเมื่อคืนวันที่ 12 เม.ย.ผู้ก่อเหตุก็เพิ่งจะดื่มกิน ฉลองวันเกิดตัวเอง ก่อนที่รุ่งเช้าจะมาก่อเหตุดังกล่าง ไม่แน่ใจเหมือนว่าหลักจากที่ผู้ก่อเหตุแยกย้ายกันเมื่อตอนเที่ยงคืน จะมีการดื่มกินกันต่อถึงช่วงก่อเหตุหรือไม่


ต่อมามาเวลา 12.30 น. ตำรวจได้ควบคุมตัว นายสมปอง ทำนองดี หรือ นายเขียด อายุ 44 ปี ผู้ก่อเหตุ เข้ามาที่ห้องสืบสวน สน.ประชาชื่น เพื่อทำการสอบปากคำ หลังผู้ต้องหาหลบหนีไปบ้านพี่สาวที่ย่านสายไหม ซึ่งตำรวจได้ติดตามตัวตั้งแต่ช่วงเช้า และผู้ต้องหาตัดสินใจเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ในที่สุด


จากนั้นพลตำรวจโทสำราญ นวลมา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ได้เดินทางมาติดตามความคืบหน้าคดี และสอบปากคำผู้ต้องหา โดยได้เปิดเผยภายหลังการสอบปากคำว่า กรณีนี้ตำรวจทราบตัวผู้ก่อเหตุตั้งแต่ช่วงเช้า และฝ่ายสืบสวนได้ขับรถติดตาม พบว่าผู้ต้องหาเดินทางไปหาแม่ พูดคุยกันพักหนึ่ง แม่ก็ได้พาตัวมาที่ สน.ประชาชื่น เพื่อมอบตัว ซึ่งตำรวจได้ขับรถติดตามอยู่ตลอด


โดยเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ บอกว่าอยู่วินรถจักรยานยนต์เดียวกันกับผู้ตาย และมีสาเหตุที่ทำให้โกรธเคืองกันกับผู้ตายมานานประมาณ 5 เดือน เคลียร์กันหลายรอบแล้วไม่จบ ประกอบกับมีอาการเมาสุราและพกพาอาวุธปืนไว้อยู่แล้วด้วย เมื่อเจอผู้ตายเลยเรียกให้หยุดรถเพื่อพยายามจะเคลียร์ปัญหา แต่ก็ยังเคลียร์กันไม่ได้


ส่วนปืนที่ใช้ก่อเหตุ ผู้ต้องหาให้การว่า เป็นปืนขนาด .22 ยิงไปทั้งหมด 6 นัด ซึ่งซื้อปืนมาในราคา 7,000 บาท โดยเอามาพกติดตัวไว้นับตั้งแต่มีปัญหาขัดแย้งกับผู้ตาย


เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหา ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา / พกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร / มีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ส่วนจะมีการเปลี่ยนข้อหาจากเจตนาเป็นฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อนหรือไม่ จะต้องสอบปากคำโดยละเอียดอีกครั้ง


จากนั้น ตำรวจได้คุมตัว นายเขียด ออกจากห้องสืบสวน เพื่อพาไปเอารถจักรยานยนต์และอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุโดยผู้ต้องหาเอาไปทิ้งไว้ที่บ้านพี่สาวย่านสายไหม โดยนายเขียด ไม่พูดและไม่ตอบคำถามอะไรทั้งสิ้น ซึ่งตำรวจสามารถยึดของกลางที่ใช้ก่อเหตุได้ทั้งหมด ก่อนนำตัวนายเขียดมาคุมขังไว้ที่ สน.ประชาชื่น


โดยทีมข่าวยังได้สอบถามน้องสาวของนายเขียด บอกว่ายังไม่พร้อมจะให้สัมภาษณ์ แต่ได้เล่าให้ทีมข่าวฟังว่า เมื่อช่วงเช้าตนกับแม่เดินทางจากสระบุรี มาบ้านพี่สาวที่ย่านสายไหมแต่เช้าเนื่องในวันสงกรานต์ สักพักพี่ชายก็พาลูกๆ เข้ามาหาที่บ้าน แล้วบอกว่าไปยิงคนมา มีเรื่องกันก็เลยไปยิงเขา แต่ทำไปแล้วก็รู้ตัวว่าผิดเลยอยากมอบตัว ซึ่งพี่ชายได้มากราบขอโทษแม่ แล้วก็ฝากตนให้ช่วยดูแลลูกสาวกับลูกชายแทนด้วย จากนั้นจึงให้แม่พามาพบกับตำรวจ แต่รายละเอียดมากกว่านี้ตนไม่ทราบเพราะไม่ได้อยู่ด้วยกันและไม่ค่อยเจอกัน พี่ชายอาศัยอยู่ย่านที่ขับวินกับลูกอีก 2 คน โดยภรรยาเสียชีวิตไปนานแล้ว


ด้านลูกสะใภ้ของผู้ตาย เปิดเผยว่า ตนเพิ่งทราบเรื่องเมื่อเช้า ตอน 7 โมง มีคนโทรมาบอกว่า พ่อโดนยิง ก็เลยรีบเดินทางมาจากจังหวัดสมุทรสงคราม ซึ่งกับคนก่อเหตุตนไม่รู้จักเลย และพ่อก็ไม่เคยเล่าให้ฟังว่ามีปัญหาอะไรกับใคร เพราะปกติ พ่อเป็นคนดี ช่วยเหลือทุกคน และไม่กินเหล้าสูบบุหรี่เลย เพราะเป็นโรคหัวใจ ซึ่งตนก็งงว่าทำไมต้องมาทำกันแบบนี้ ถ้าได้เจอก็อยากจะถามว่าทำทำไม เป็นเรื่องที่สะเทือนใจมาก เพราะทำอย่างโจ่งแจ้ง ส่วนที่บอกว่ามีปัญหากันเรื่องไก่ชน ก็อาจจะเป็นไปได้เพราะเพราะชอบไก่ เลี้ยงมานานแล้ว


ส่วนหนึ่งในหลานของผู้ตายเมื่อมาถึงที่ สน.ประชาชื่น ก็อยู่ในอาการเสียใจ ร้องไห้ฟูมฟายจนตัวสั่น และทำท่าจะเดินปรี่เข้าไปโวยวายที่หน้าห้องสืบสวนที่ผู้ต้องหาอยู่ด้านใน จนญาติและเพื่อนๆ ต้องเข้ามาช่วยกันห้ามและปลอบ


เบื้องต้นทางญาติไม่ประสงค์จะให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนแต่อย่างใด รวมถึงไม่อยากให้ผู้ต้องหาได้รับการประกันตัว พร้อมจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด ส่วนศพที่ถูกนำไปผ่าพิสูจน์ที่สถาบันนิติเวช รพ.ตร. ทางครอบครัวจะติดต่อขอรับเพื่อนำไปประกอบพิธีทางศาสนา แต่ยังอยู่ในขั้นตอนของการหารือว่าจะเป็นที่ใดเนื่องจากผู้ตายมีภูมิลำเนาอยู่ในจังหวัดชลบุรี


รับชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/VFuYiS7Xo7Q

คุณอาจสนใจ