อาชญากรรม

มือแทงพ่อค้ากัญชาไม่สลด ยังนั่งยิ้มหัวเราะ พบประวัติเคยมีคดีลักปืน 19 กระบอก อีกคนในแก๊งหนีเกณฑ์ทหาร

3 ชั่วโมงที่แล้ว

19 views

ความคืบหน้าคดี 3 คนร้ายฆ่าพ่อค้ากัญชาแล้วจับยัดกล่องพลาสติก ซ่อนไว้ในบ้าน ตำรวจใช้เวลาไม่ถึง 6 ชั่วโมง ก็จับทั้ง 3 คนได้ มือแทงสารภาพทำคนเดียว ขณะที่ตำรวจเร่งหาเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านคนตายหาย คาดกลุ่มผู้ก่อเหตุเอาไปขายก่อนโดนจับ


ย้อนกลับไปช่วงเช้าวานนี้ ตำรวจได้รับแจ้งเหตุว่ามีเหตุฆาตกรรมในบ้านทาวเฮ้าส์หลังหนึ่ง ย่านดอนเมือง จึงเข้าไปตรวจสอบพบศพ นายชัยสิทธิ์ ขันทะ อายุ 34 ปี มีอาชีพเพราะกัญชาขาย ถูกมีดแทงเข้าที่อก 1 แผล แต่ศพถูกซ่อนไว้ในกล่องพลาสติกขนาดใหญ่ แล้วซ่อนในกระบะดินเอาดินกลบไว้อีกชั้น


ต่อมาตำรวจตามจับผู้ก่อเหตุได้ 3 คน คือ นายศุภกร อายุ 27 ปี มือแทง ควบคุมตัวได้ที่ร้านต้มเลือดหมูห่างจากจุดเกิดเหตุ 3 กิโลเมตร นายกฤตธนัท อายุ 24 ปี ผู้ร่วมก่อเหตุ ควบคุมตัวได้ที่บ้านแถวย่านดอนเมือง และนายชยพล อายุ 27 ปี ผู้ร่วมก่อเหตุ ควบคุมตัวได้ที่คลองหลวง จ.ปทุมธานี


ทั้ง 3 คนถูกดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ซ่อนเร้นอำพรางศพและพกพาอาวุธมีดไปในเมือง หมู่บ้าน หรือที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต


คดีนี้พยานปากสำคัญ คือ คนที่โทรมาแจ้งความกับตำรวจ และอยู่ในเหตุการณ์ตอนเกิดเหตุ เล่าให้นักข่าวฟังว่า ก่อนเกิดเหตุราว 3 ทุ่ม เขาขี่มอเตอร์ไซต์ไปหาเพื่อนรุ่นน้องแถวดอนเมือง ซึ่งผู้ตายนั่งอยู่ก่อนแล้ว ระหว่างนั้นผู้ตายก็เล่าว่า ถูกเพื่อนขโมยนาฬิกาข้อมือยี่ห้อนิกสันไป สักพักผู้ตายรับโทรศัพท์แล้วบอกว่า พวกมันมารอเคลียร์อยู่ที่บ้าน จึงชวนเขาไปเป็นเพื่อน ซึ่งตอนนั้นไม่คิดว่าจะมีอะไรรุนแรง จึงซ้อนมอเตอร์ไซต์ไปกับผู้ตาย ทั้งที่รู้จักกันไม่ถึง 1 ชั่วโมง ระหว่างนั้นผู้ตายยังโทรหา รปภ.บอกให้เข้าไปดู 3 คนนั้น ที่มารอหน้าบ้านด้วย เผื่อว่าจะมีอาวุธ แต่ รปภ.ไม่พบความผิดปกติจึงกลับออกไป


พอผู้ตายและเขาขี่มอเตอร์ไซค์มาถึงบ้านก็เข้าไปเคลียร์กันที่ชั้น 1 ของบ้าน ผู้ตายถามถึงนาฬิกาข้อมือที่หายไป คนแทง คือ นายศุภกรก็พูดว่า "มึงกล่าวหาน้องกู" แล้วชักมีดพุ่งเข้าแทงผู้ตายทันที ก่อนจะผลักผู้ตายลงกับพื้นแล้วนั่งคร่อม ผู้ตายยกมือไหว้ร้องขอชีวิตว่า "อย่าๆ" แล้วนิ่งไป ตัวเขาพยายามห้ามแล้ว แต่นาย ศุภกรตะโกนกลับมาว่า "อย่าเข้ามาห้าม ไม่งั้นจะล้างโคตร" ด้วยความกลัวจึงไม่กล้าแจ้งตำรวจ หรือทำอะไรอีก


หลังก่อเหตุเสร็จมือแทงเดินขึ้นไปชั้น 2 ของบ้านแล้วนายชยพลบอกว่าขอตัวกลับก่อน เขาเลยขอติดรถมอเตอร์ไซต์ออกมาด้วย ก่อนจะแยกย้ายกันที่หน้าหมู่บ้าน แล้วเขาก็โทรแจ้งตำรวจ แต่ไม่รู้ว่าบ้านผู้ตายเลขที่เท่าไหร่ หมู่บ้านนี้อยู่ตรงไหน จึงสื่อสารกันไม่รู้เรื่อง แต่ตำรวจฝ่ายสืบสวนหาบ้านจนเจอแต่ต้องรอเช้าถึงจะเข้าตรวจสอบได้ เพราะไม่มีหมายค้น กระทั่งเจอศพ


พยานยังยอมรับด้วยว่า เคยรู้จักกับมือแทง เป็นเพื่อนของเพื่อนอีกที เคยคุยกัน 1 ครั้ง ทราบเพียงว่า เป็นพ่อค้าขายนก และรับจ้างทวงหนี้


สำหรับชนวนเหตุเรื่องนี้เริ่มมากจากเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน ผู้ตายไปแจ้งความว่า ถูกนาย กฤตธนัท ซึ่งมานอนค้างที่บ้าน คืนวันที่ 13 มิถุนายน ขโมยนาฬิกาข้อมือไป และแคปภาพหน้าเฟซบุ๊กนายกฤตธนัท ซึ่งมีชื่อเดิมว่า อภิรักษ์ ไปโพสต์ประจานในเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุข้อความว่า "เจอตัวแล้วโจรกระจอกขโมยนาฬิกา จะมาคืยนหรือรอให้ตำรวจไปจับคิดดีๆ"


เมื่อวานนี้ (15 มิ.ย.) นายกฤตธนัท ให้ปากคำกับตำรวจ อ้างว่า โดนผู้ตายกล่าวหาว่าขโมยนาฬิกา แถมโพสต์ประจาน จึงบอกนายศุภกร เพื่อนรุ่นพี่ให้มาช่วยเคลียร์ และนายชยพล มาเป็นเพื่อน จังหวะเคลียร์กันไม่รู้เรื่องเขาเลยเดินออกมาหน้าบ้าน แล้วได้ยินเสียงผู้ตายร้องขอชีวิต หันไปดูเจอว่านาย ศุภกร แทงผู้ตายแล้ว จึงเข้าไปห้ามบอกให้พอ ก่อนจะช่วยกันเอาร่างผู้ตายใส่ในกล่องพลาสติกแล้วยกขึ้นไปเก็บที่ชึ้น 2 ของบ้าน แล้วซุกในกระบะดินอีกที


ขณะที่นายศุภกร หลังโดนสอบปากคำนานกว่า 6 ชั่วโมง ตำรวจได้คุมตัวออกมาจากห้องสืบสวน สน.ดอนเมือง และบอกกับนักข่าวว่า ตั้งใจพารุ่นน้องไปเคลียร์เรื่องนาฬิกาเท่านั้น แต่ผู้เสียชีวิตด่าบุพการีเลยฟิวส์ขาด และยืนยันว่าเขาอำพรางศพคนเดียวคนอื่นไม่เกี่ยว ด้านนายชยพลให้การปฏิเสธ ยืนยันว่าไม่รู้เห็นและไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง


เมื่อตรวจสอบประวัติอาชญากร พบว่า นายศุภกร เคยถูกดำเนินคดีลักทรัพย์ในสถานที่ราชการ เป็นอาวุธปืนของกองทัพอากาศจำนวน 19 กระบอก ในท้องที่ สน.ดอนเมือง เมื่อปี 2564 ซึ่งตอนนั้นเขาเป็นทหารเกณฑ์อยู่ในกองทัพอากาศ ส่วนนายกฤตธนัทหนีการเกณฑ์ทหาร


ส่วนเรื่องทรัพย์สินในบ้านของผู้ตายที่หายไปหลายรายการ ทั้งทีวี 3 เครื่อง พัดลม 1 ตัว กัญชา 2 ต้น โทรศัพท์ 1 เครื่อง พระเครื่อง และมอเตอร์ไซค์ผู้ตายอีก 1 คัน ตำรวจอยู่ระหว่างสืบสวนว่าหายไปไหน ซึ่งมีรายงานว่า หลังนายกฤตธนัท และนาย ศุภกร ซ่อนศพแล้วได้เรียกรถกระบะขนส่งเอกชนผ่านแอพพลิเคชั่นให้มาขนทรัพย์สินเหล่านี้ไปส่งที่ซอยย่อยบุญมาก 2 โดยที่พนักงานขนส่งไม่ทราบว่าเกี่ยวข้องกับเหตุฆาตกรรม


สำหรับบรรยากาศเช้านี้ที่ สน.ดอนเมือง ระหว่างที่ตำรวจคุมตัวทั้ง 3 คน มาพิมพ์ลายนิ้วมือ นายศุภกร มือแทง ไม่มีท่าทีสลด ยังคงยิ้มแย้มแจ่มใส หัวเราะร่าเริงไม่ได้รู้สึกผิด และช่วงบ่ายวันนี้อาจจะคุมตัวทั้ง 3 คนไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ แล้วฝากขังผัดแรกที่ศาลาอาญาทันที พร้อมคัดค้านการประกันตัว



อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : https://youtu.be/elNoAh0TIk8

แท็กที่เกี่ยวข้อง  ฆ่ายัดกล่อง ,ฆ่ายัดศพ

คุณอาจสนใจ

Related News