อาชญากรรม

'วัยรุ่นเลือดร้อน' ใช้มีดดาบฟัน 'ชายแก่' เหตุ ฉุน! รถถูกล็อกล้อ หลังจอดในที่ห้ามจอด

โดย paweena_c

30 มิ.ย. 2565

33 views

'วัยรุ่นเลือดร้อน' ใช้มีดดาบฟันชาย อายุ 66 ปี บาดเจ็บ เหตุฉุนเพราะถูกล็อกล้อ หลังเอารถไปจอดที่ลาดจอดของหอพักแห่งหนึ่ง โดยไม่แจ้งนิติบุคคล

'เพจสายไหมต้องรอด' โพสต์คลิปเหตุการณ์ ชายอายุ 66 ปี ได้มีปากเสียงกับชายวัยรุ่น จากนั้น ชายวัยรุ่นได้ใช้มีดฟันชายอายุ 66 ปี จนได้รับบาดเจ็บ โดยที่เพจสายไหมต้องรอดระบุว่า ลูกหลานใครเอาไปเก็บทีค่ะ ทะเลาะกับคนแก่ว่าแย่แล้ว เอามีดมาฟันคนแก่ดูแย่กว่า พิกัด ถนนรัชดาภิเษก 36 แยก 9-9 พื้นที่ สน.พหลโยธิน

ทีมข่าวลงพื้นที่มายังจุดเกิดเหตุ ซึ่งเป็นลานจอดรถของหอพักแห่งหนึ่ง และได้ พบกับชายอายุ 66 ซึ่งถูกฟันและปรากฎในคลิป

โดยชายคนนี้ บอกว่าตนเป็นคนดุแลหอพักในช่วงกลางคืน ส่วนวันเกิดเหตุคือ ตี 3 ของวันที่ 25 มิถุนายนที่ผ่านมา ผู้ก่อเหตุได้ขับรถกระบะวีโก้มาจอดในที่จอดของหอพัก ซึ่งตอนแรกตนไม่เห็น แต่ยามของอีกตึกมาบอก ตนจึงไปล็อกล้อ เนื่องจากที่จอดบริเวณนี้ เป็นที่จอดส่วนบุคคล หากใครที่จะมาหาคนที่หอพัก จะต้องแจ้งกับนิติบุคคลก่อนว่าจะขอจอดรถ หากไม่แจ้งก็จะต้องถูกล็อกล้อ โดยจะมีป้ายบอกให้เห็นอย่างชัดเจน

จนเวลาผ่านไปประมาณ 30 นาที ผู้ก่อเหตได้เดินมาที่ลานจอด ตนจึงถามว่าเอารถมาจอดได้อย่างไรโดยที่ไม่ได้แจ้ง แต่ผู้ก่อเหตุกลับมีท่าทีฉุนเฉียว และโวยวาย ตนจึงบอกผู้ก่อเหตุให้โทรศัพท์ไปหานิติบุคคลเพื่อให้ปลดล็อกล้อ แต่ผู้ก่อเหตุไม่ยอม เดินไปหยิบมีดดาบจากหลังรถ แล้วตรงเข้ามาฟันตนโดยมีดยังไม่ได้ถูกถอกออกจากฝัก แต่ตนหลบทัน

ผู้ก่อเหตุจึงชักมีดออกจากฝักแล้วฟันตนอีกครั้งเข้าที่แขนข้างซ้าย จนต้องเย็บ 6 เข็ม ซึ่งผู้ก่อเหตุยังได้พูดกับตนว่า "อย่าให้โหดนะ" โดยหลังจากที่ฟันตนแล้วยังท้าให้ตนแจ้งตำรวจด้วย ตนจึงโทรแจ้ง 191

เมื่อตำรวจมาก็ได้ไปเจรจากันที่ สน.พหลโยธิน ซึ่งภายหลังผู้ก่อเหตุได้ขอโทษตน แต่ตนรู้สึกว่าเขาไม่ได้สำนึกผิด ทั้งนี้ตนกับผู้ก่อเหตุไม่เคยรู้จักกันมาก่อน และมารู้ที่หลังว่าผู้ก่อเหตุพักอยู่แถวดอนเมือง และวันเกิดเหตุได้ขับรถมาหาแฟนที่หอพักแถวนี้

ที่สำคัญแม้ตำรวจจะแจ้งข้อหากับผู้ก่อเหตุ 3 ข้อหา คือ ทำร้ายร่างกายผู้อื่น พกมีดไปในทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร และข้อหาบุกรุกในเวลากลางคืน แต่ตำรวจก็ได้ให้ผู้ก่อเหตุประกันตัวในชั้นพนักงานสอบสวน ตอนนี้ยังรับว่ากังวลในหลายเรื่อง เพราะไม่รู้ว่าผู้ก่อเหตุเป็นผู้มีอิทธิพล หรือ อาจจะย้อนกลับมาทำร้ายตนซ้ำอีกหรือไม่


คุณอาจสนใจ

Related News