อาชญากรรม

'ตร.ไทย-ไต้หวัน' ร่วมล่า 'มือโหด' ฆ่าสองผัวเมียไทยในไต้หวัน หลังพบหนีกลับเชียงใหม่

โดย paweena_c

13 มิ.ย. 2565

71 views

ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เตรียมเข้าพบ ตำรวจไต้หวัน เร่งไล่ล่าคนร้าย คดีสองสามีภรรยาชาวไทย ถูกฆาตกรรมที่ไต้หวัน หลังพบหนีกลับมาอยู่ที่เชียงใหม่ แต่ยังไม่พบตัว


จากเหตุการณ์สะเทือนขวัญ คดี นายประเสริฐ และ นางสาวลี่ สองสามีภรรยาชาวไทย เชื้อสายไต้หวัน ถูกนายสันติ คนร้าย ซึ่งเป็นชาวไทยฆาตกรรม และนำศพยัดท้ายรถสปอร์ตเอสยูวีหรูสีขาว BMW X4 และนำรถไปทิ้งไว้ที่ลานจอดรถ หน้าสถานีรถไฟความเร็วสูงเถาหยวน

ก่อนตำรวจสถานีจงลี่ เถาหยวน เข้าไปตรวจสอบช่วงเช้าของวันที่ 10 มิถุนายน และพบศพทั้งคู่ถูกคลุมด้วยถุงพลาสติก บริเวณศีรษะถูกตีด้วยของแข็ง สภาพศพเสียชีวิตมาประมาณ 2 วัน และที่น่าสลดใจนางสาวลี่ ตั้งครรภ์ลูกแฝดได้ 5 เดือน

ในรถไม่มีร่องรอยการต่อสู้ ตำรวจคาดว่าถูกทำร้ายจนเสียชีวิตจากที่อื่น และนำศพยัดใส่ท้ายรถของผู้ตาย มาจอดทิ้งไว้

เมื่อตรวจสอบกล้องวงจรปิดย้อนหลัง คาดว่าปมสาเหตุมาจากข้อพิพาททางการเงิน ทราบว่าคนร้าย ซึ่งก็คือนายหวัง นัดเจรจาปัญหาธุรกิจกับ 2 สามีภรรยา ที่ถูกฆาตกรรม เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน ซึ่งสื่อท้องถิ่นรายงานว่า ในคืนนั้นช่วงเวลาประมาณ 22.15 น. 2 สามีภรรยาขับรถจากเถาหยวน ไปเขตถู่เฉิง เมืองนิวไทเป เพื่อนัดเจรจากับนายสันติ

ก่อนที่ทั้งคู่จะหายตัวไป กระทั่งในเวลา 04.50 น. ของวันที่ 9 มิถุนายน คนร้ายได้ขับรถของผู้ตาย มาจอดทิ้งศพที่ลานจอดรถ สถานีรถไฟความเร็วสูงเถาหยวน และรีบหนีไป ก่อนที่คนร้ายหนีกลับมาไทยด้วยสายการบิน STARLUX เที่ยวบิน JX741 เวลา 10.30 น. ของวันที่ 9 มิถุนายน

ทั้งนี้เมื่อทีมข่าวตรวจสอบภาพของผู้ต้องสงสัยที่ก่อเหตุในภาพ พบว่าคือ นายสันติ ศุภอภิรดีไพลิน อายุ 35 ปี ภูมิลำเนาเดิมอยู่ อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ เป็นคนที่ผู้ตายไว้ใจ ได้รับสัญชาติไต้หวันแล้วเช่นกัน และทำงานเป็นล่ามอยู่ที่ไซต์งานก่อสร้างแห่งหนึ่ง ที่เขตถู่เฉิง นครนิวไทเป

ล่าสุด ผู้สื่อข่าว เดินทางไปยังที่บ้านของนายสันติ ตามทะเบียนบ้าน แต่ไม่พบตัว พบเพียงผู้ใหญ่บ้าน บอกว่า นายสันติเอาชื่อมาไว้ที่บ้านหลังนี้ และล่าสุดมีคนเห็น นายสันติมาโผล่ที่ อ.ชัยปราการ ใกล้กับบ้านของผู้ตาย ซึ่งขณะนี้ตำรวจกำลังเร่งไล่ล่าตัว

ขณะที่ น้องสาวของนางสาวลี่ เปิดเผยว่า พี่สาวและพี่เขยอยู่ที่ไต้หวันเป็นที่รักของเพื่อน ๆ และคนไทยที่รู้จักกันในเมือง พี่สาวทำงานเป็นล่าม ทำธุรกิจเกี่ยวกับการขายอาหาร ทำกับข้าว อาหารกล่องส่งให้คนไทยที่อยู่ในโรงงานที่ประเทศไต้หวัน ตนกลับมาจากไต้หวัน ตั้งแต่ช่วงวันที่ 21 พฤษภาคม เพิ่งทราบว่าเกิดเหตุร้ายกับพี่สาว เมื่อช่วง 4 ทุ่ม คืนวันที่ 9 มิ.ย. ทุกคนในครอบครัวไม่คาดคิดว่าจะมีเหตุการณ์กับพี่สาว ทางครอบครัวเสียใจ และอยู่ระหว่างดำเนินการต่าง ๆ

ในส่วนผู้ต้องสงสัยที่ปรากฏในคลิปกล้องวงจรปิด จากการสอบถามทราบว่าเป็นเพื่อนสนิทที่เติบโตมาด้วยกัน และสนิทกับทุกคนในครอบครัวเหมือนเป็นครอบครัวเดียวกัน ซึ่งหลังจากนี้จะเดินทางกลับไต้หวัน

ขณะที่ ผู้สื่อข่าวไปพูดคุยกับ นายธีรศักดิ์ โนราษ พ่อของนายประเสริฐ โนราษ หรือมาส บอกว่าลูกชายไปทำงานที่ไต้หวันหลายปีแล้ว จนได้ภรรยาสาวชาวไทย สัญชาติไต้หวัน และจดทะเบียนอยู่กินด้วยกันที่ไต้หวัน

ต่อมาทั้งคู่ทำธุรกิจข้าวกล่องส่งแรงงานไทยตามโรงงาน รวมทั้งสั่งผลไม้กับลอตเตอรี่จากประเทศไทย ไปขายให้แรงงานไทยในไต้หวัน จนพอมีฐานะ สามารถส่งเงินมาเลี้ยงดูพ่อและพี่น้อง ก่อนจะถูกฆาตกรรม

ในวันที่ 8 มิ.ย. พ่อเพิ่งจะโทรศัพท์คุยกับลูกชาย ซึ่งลูกบอกว่า จะพาภรรยากลับมาเที่ยวเมืองไทย ในวันที่ 15 มิ.ย.นี้ และจะพาพ่อกับครอบครัวไปเที่ยวทะเลด้วย ไม่คาดคิดว่าจะได้ทราบข่าวร้ายว่าลูกชายถูกฆาตกรรมพร้อมกับภรรยาและหลานแฝดที่ยังอยู่ในท้อง และอยากให้ตำรวจจับกุมคนร้ายให้ได้ เพราะพฤติกรรมโหดเหี้ยมมาก

ส่วนเรื่องจัดการศพ ได้ขอให้พี่สาวของลูกสะใภ้ ช่วยจัดการฌาปนกิจที่ไต้หวัน แล้วส่งกระดูกกลับมาบำเพ็ญกุศลที่บ้านเกิด เพราะครอบครัวทางนี้ไม่สามารถเดินทางไปไต้หวันได้ เพราะติดปัญหาการระบาดของโควิด-19 จึงได้แต่ส่งเอกสารต่าง ๆ ให้ฝ่ายญาติของลูกสะใภ้ช่วยดำเนินการแทน

ขณะที่ พลตำรวจตรี เขมรินทร์ หัสศิริ ผู้บังคับการกองการต่างประเทศ ให้ข้อมูลว่า ทางการไต้หวันน่าจะมีเอกสารหนังสืออย่างเป็นทางการมาถึงตำรวจไทยในสัปดาห์นี้ โดยยืนยันพร้อมให้ความร่วมมือในการติดตามตัวนายหวังมาดำเนินคดี

พลตำรวจโทจิรภพ ภูริเดช ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เปิดเผยว่า ในวันนี้เวลาบ่าย 3 โมง ตำรวจไต้หวันจะมาร่วมประชุม เพื่อกำหนดกรอบการทำงาน ว่าจะให้ตำรวจไทยช่วยเหลือในคดีนี้อย่างไรบ้าง เพราะไทยกับไต้หวัน ไม่มีข้อตกลงเรื่องการส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน ในคดีนี้จึงเป็นการขอความร่วมมือในกรณีพิเศษ

ซึ่งหากได้แนวทางเรื่องการดำเนินการที่ชัดเจนแล้ว ก็จะประสานกับสำนักงานอัยการ เพื่อให้ทราบกรอบการปฏิบัติหน้าที่การทำงานทั้งเรื่องการควบคุมตัว การสอบสวน หรือการจับกุมตัว ว่าสามารถทำได้ในขอบเขตหรือต้องมีขั้นตอนที่ถูกต้องอย่างไร

คุณอาจสนใจ

Related News