อาชญากรรม

ผัวเก่าง้อเมียไม่สำเร็จ บุกเดี่ยวยิงแม่ยายเสียชีวิต ส่วนเมียเจ็บสาหัส

โดย chawalwit_m

30 มิ.ย. 2567

351 views

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 30 มิถุนายน 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร้อยตำรวจเอก นันทวันท์ วิสามัญ พนักงานสอบสวน สภ.ปรางค์กู่ พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานศรีสะเกษ ลงพื้นที่ บ้านเลขที่ 111 หมู่ 14 ตำบลโพธิ์ศรี อำเภอปรางค์กู่ จังหวัดศรีสะเกษ เพื่อเก็บหลักฐานเพิ่มเติม สืบเนื่องมาจาก เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2567 เวลา 18.00 น. เกิดเหตุคนร้าย ทราบชื่อ นายอ๋อง (นายจาตุวี ศรีเลิศ อายุ 43 ปี ) ได้ใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิด ก่อเหตุบุกยิง นางจันหอม แรงมั่น อายุ 55 ปี ซึ่งเป็นแม่ยายของนายอ๋อง โดยนางจันหอม ถูกยิงที่หน้าอกฝั่งขวา เสียชีวิต


ส่วน นางสาวสุภาวดี แรงมั่น อายุ 34 ปี เป็นภรรยาของนายอ๋อง ถูกยิงที่บริเวณน่าอกด้านขวาได้รับบาดเจ็บสาหัส ทำการรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลศรีสะเกษ ขณะที่ นายอ๋อง ผู้ก่อเหตุ หลังจากก่อเหตุเสร็จได้เดินกลับบ้านของตัวเอง ซึ่งห่างจากบ้านที่เกิดเหตุ ประมาณ 200 เมตร ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปรางค์กู่ จะเข้ามาจับกุมตัวและทำการคุมขังอยู่ที่ สถานีตำรวจภูธรปรางค์กู่


ด้าน น.ส.รัตนา บุตรสา อายุ 30 ปี เล่าถึงวันที่เกิดเหตุว่า วันนั้นตนมาเยี่ยมผู้ตาย เนื่องจากผู้ตายไม่สบาย และระหว่างนั้นตนก็นอนเล่นในเปล สักพักผู้ก่อเหตุ นายอ๋อง เดินร้องไห้เหมือนคนเบลอมาถึงจุดเกิดเหตุ นายอ๋อง ได้เปิดเอาอาวุธปืนในกระเป๋าคาดเอวและยกปืนยิงนัดแรกไปที่ นางสาวสุภาวดี แต่นัดแรกลูกกระสุนขัดลำกล้อง นางจันทร์ (ผู้ตาย) เลยร้องขึ้นว่าทำอะไร นายอ๋อง จึงหันกระบอกปืนขึ้นยิงไปที่นางจันทร์ (ผู้ตาย) ก่อนจะหันกระบอกปืนมายิง นางสาวสุภาวดี (ผู้บาดเจ็บ) อีกครั้ง หลังจากยิงเสร็จก็เดินออกไป ตอนนั้นตนรู้สึกตกใจและไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น หลังจากเกิดเหตุตนได้โทรแจ้ง 1169 ให้มาช่วยเหลือ


ด้าน นายอมรพันธ์ ดวงอินท์ ผู้ใหญ่บ้าน ม.14 บ้านกอกหวานเหนือ ตำบลโพธ์ อำเภอปรางค์กู่ เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุตนพร้อมภรรยา ได้ยิงเสียดังคล้ายปืน เลยวิ่งตามเสียงออกมาดูกับภรรยา พอมาถึงบ้านหลังเกิดเหตุ ตนก็เห็นผู้ก่อเหตุคือ นายจาตุวี ศรีเลิศ อายุ 43 ปี หรือ อ๋อง เดินมาจากบ้าน ในมือถือปืนอยู่ และเดินไปทางบ้านของตัวเอง (บ้านของอ๋อง) ตนเห็นแบบนั้นก็เลยรีบวิ่งเข้าไปบ้านหลังเกิดเหตุ



ซึ่งก็พบ นางจันทร์หอม แรงมั่น (ผู้ตาย) นอนนั้นยังมีลมหายใจ และ นางสุภาวดี แรงมั่น (ผู้บาดเจ็บ) นอนอาการสาหัสอยู่บนเตียงหลังบ้าน ตนเห็นแบบนั้นจึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่แล้ว รีบนำตัวผู้บาดเจ็บทั้ง 2 ส่งโรงพยาบาลปรางค์กู่



ผู้ใหญ่บ้าน กล่าวต่อไปว่า ก่อนเกิดเหตุประมาณ 2 วัน ผู้ตายได้โทรศัพท์มาบอกให้ตนลงบันทึกให้หน่อย ว่ามีคนขู่ฆ่าด้วยปืน ซึ่งถ้าเกิดเหตุอะไรขึ้นกับ นางจันทร์ (ผู้ตาย) ให้คิดไว้เลยว่า นายจาตุวี ศรีเลิศ (ผู้ก่อเหตุ) เป็นคนทำ ซึ่งตอนนั้นตนก็คิดว่าอาจจะแค่การขู่ แต่ผ่านมา 2 วัน ก็เกิดเหตุยิงกันจริงๆ และเป็น นายจาตุวี เป็นคนก่อเหตุยิง นางจันทร์ จริงๆ



นางพัชรี ดวงอินทร์ อายุ 57 ปี ชาวบ้านในพื้นที่ เล่าถึงเหตุการณ์ให้ฟังว่า เมื่อเวลา 18.00 น. ของวันที่ 29 มิถุนายน 2567 ขณะที่ตนกำลังทำงานบ้านอยู่ ปรากฏว่า ได้ยินเสียงปืนดังขึ้น ตนมั่นใจเลยว่า น่าจะเกิดเหตุไม่ดีกับนางสาวสุภาวดี แน่นอน เพราะนอกจาก จะได้ยินเสียงปืนแล้ว ยังได้ยินเสียงผู้หญิงกรีดร้องด้วยความตกใจ ตนจึงรีบบอกสามีและวิ่งไปดูยังบ้านที่เกิดเหตุ ขณะที่ตนจะไปจะถึงบ้านที่เกิดเหตุ ปรากฏว่า นายอ๋อง กำลังเดินออกมาพร้อมถือปืน และเอะอะโวยวาย โดยมีใจความว่า อดทนมานานแล้ว ก่อนที่จะเดินเข้าบ้านของตัวเองไป เมื่อเห็นดังนั้น ตนจึงรีบเข้าไปดู



ปรากฏว่า เห็นร่างของนางจันหอมและนางสาวสุภาวดี นอนอยู่บนแคร่ ตนจึงรีบแจ้ง 1669 ให้เข้ามาช่วยเหลือ แต่ด้วยความใจร้อน ตนจึงให้ชาวบ้านที่อยู่ใกล้ที่เกิดเหตุ นำรถกระบะ และนำร่างของทั้ง 2 ส่งโรงพยาบาล เพื่อทำการรักษาที่โรงพยาบาลปรางค์กู่ ก่อนที่จะทราบว่า นางจันหอม ได้เสียชีวิตแล้ว ขณะที่นาวสาวสุภาวดี บาดเจ็บสาหัส ต้องนำตัวส่งมารักษาต่อที่โรงพยาบาลศรีสะเกษ



เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ตั้งข้อหาให้กับ นายจาตุวี ศรีเลิศ หรือ อ๋อง อายุ 43 ปี ว่า ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา, พยายามฆ่า, มีและพกอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต และเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจปัสสาวะ พบเป็นสีม่วง จึงได้แจ้งข้อว่า เสพสารเสพติดให้โทษ ประเภท 1 (ยาบ้า) ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้คุมตัวไว้ก่อน ก่อนที่ช่วงเช้าพรุ่งนี้ (1 ก.ค. 67) จะนำตัวส่งฝากขังที่ศาลจังหวัดศรีสะเกษ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

คุณอาจสนใจ

Related News