อาชญากรรม

‘เจ๊นิด’ ยืนกรานปัดวางยาฆ่าผัว ขอสู้เพื่อลูก ท้าตร.เปิดหลักฐาน โต้พี่ผัวโกหก หวังฮุบเงินประกัน 60 ล้าน

โดย JitrarutP

27 ก.ค. 2565

288 views

“เจ๊นิด” แจงยิบ ยืนกรานไม่ได้วางยาฆ่าผัว ท้าตำรวจมีหลักฐานก็เปิดออกมาเลย จากนี้ขอสู้เพื่อลูก เชื่อ พี่ฝ่ายชายให้สัมภาษณ์โกหก เพราะอยากได้เงินประกัน 60 ล้านบาท







น.ส.ทรงอัปสร หรือ เจ๊นิด ภรรยาเสี่ยเก่ง ที่เสียชีวิต ตั้งโต๊ะชี้แจงโต้กลับฝั่งบ้านผัวในหลายประเด็น โดยเรื่องแรก เจ๊นิด เปิดเอกสารคำร้อง ของศาลเยาวชน ขอดูแล เด็ก 2 คนซึ่งเป็นบุตรของเจ๊นิดและเสี่ยเก่ง โดยผู้ร้อง คือ พี่ชายของเสี่ยเก่ง ผู้เสียชีวิต เชื่อว่าเพราะ หวังเงินประกัน 60 ล้านบาท แบ่งเป็น เล่มที่หนึ่ง 40 ล้าน เล่มที่สอง 20 ล้าน ที่เสี่ยเก่งทำไว้



ตัวเองขอสู้เต็มที่ด้วยหลักฐาน โดยเฉพาะที่มีการฟ้องถอดตัวเองจากความเป็นแม่ ระบุว่า นางสาว ทรงอัปสร ถือเป็นความประพฤติชั่วร้าย เป็นเหตุให้ผู้เยาว์ทั้งสองเกิดความหวาดกลัว แต่จุดประสงค์สำคัญ เจ๊นิด เชื่อว่า คือการขาดผู้จัดการให้ความยินยอมในการจัดการทรัพย์สินของผู้เยาว์ทั้งสอง ที่จะต้องได้รับจากบิดาของผู้เยาว์ที่ได้จัดทำประกันชีวิตไว้และผู้เยาว์มีสิทธิจะได้ผลประโยชน์จากกรมธรรม์



ส่วนเรื่องที่สอง ที่บอกว่าตัวไปซื้อยาฆ่าแมลงกับคนใช้ เจ้าตัวยอมรับว่า เรื่องจริง วันนั้นวันที่ 26 พ.ย. ประมาณช่วงบ่าย เจ๊นิดคุยกับคนใช้ ว่าต้นโพธิ์ 7 สีหน้าโรงงานมันมีแมลงกัด จึงบอกว่าเดี๋ยวไปหาซื้อยาฆ่าแมลง และตัวเองปลูกต้นไม้ขายด้วย ก็ใช้ยาประเภทนี้ตลอด  ร้านที่ไปมา เคยไปซื้อแต่ไม่ได้บ่อยขนาดนั้น วันที่ไป ตัวเองขับรถไป พอถึงร้านก็ให้ นางน้อย คนรับใช้ ลงไปซื้อ



ซึ่งประเด็นนี้สอดคล้องกับที่ทีมข่าวตรวจสอบกับร้านขายอุปกรณ์การเกษตร ที่เจ๊นิดไปซื้อยาฆ่าแมลง ทางร้านให้ข้อมูลตรงกันว่า เจ๊นิดอยู่บนรถ ส่วนคนที่ลงมาซื้อ คือ นางน้อย ซึ่งทางร้าน หยิบยาฆ่าแมลง ชนิดน้ำแบบขวด หลายยี่ห้อมาให้เลือก แต่ไม่เอา ก็ยังแปลกใจ บอกขอเปลี่ยนเป็นชนิดผง



ทางร้านจึงไปค้นในสต๊อกดู พบว่ามียาฆ่าแมลงฆ่าหนอนชนิดผงอยู่หลายซอง หนึ่งในนั้นคือ "แลนเนท" หรือ "เมโทมิล" ซองสีแดง ซึ่งเป็นยาอันตราย ใช้เป็นยาเบื่อ ปกติไม่ค่อยมีใครใช้ จากนั้นหญิงคนนั้นเดินกลับไปที่รถ ก่อนเดินกลับมาและตัดสินใจ เลือก แลยเนท ซองแดงดังกล่าวไป 1 ซอง ก่อนขึ้นรถออกไปทันที ไม่คิดว่าจะเอาไปวางยาฆ่าคน



ส่วนกล้องวงจรปิดที่ร้านตำรวจเคยเข้ามาตรวจสอบแล้ว ตอนนั้นกล้องบันทึกแค่วันต่อวัน จึงไม่เห็นภาพอะไร แต่มีกล้องวงจรปิดจากร้านใกล้เคียงที่เห็นทั้งคู่มาซื้อของ ซึ่งตำรวจเก็บไว้เป็นหลักฐานแล้ว และข้อมูลตรงนี้ ทางร้านอุปกรณ์การเกษตรก็ให้ปากคำกับตำรวจไปแล้วตั้งแต่เกิดเหตุ พ.ย. 64 และไม่คิดว่าจะมีประเด็นอะไรอีก กระทั่งมาเป็นข่าวอีกรอบ

ส่วนประเด็นสำคัญ ที่มีพยาน รวมถึงหลักฐานกล้องวงจรปิดในโรงงาน เห็นว่า ตัวเจ๊นิด มีการโยนถุงบางอย่างทิ้งข้ามกำแพงโรงงาน ขณะที่ตำรวจเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุวันที่ 27 พ.ย. 64 หลังจากที่ เสี่ยเก่ง แอดมิทอยู่ รพ. เพียงวันเดียว ซึ่งตำรวจ ไปค้นจนเจอถุงดำที่อยู่ข้างกำแพงโรงงาน ปรากฎว่า เป็น ยาฆ่าแมลงซองสีแดง และ ยาฆ่าแมลงชนิดน้ำแบบขวด รวมถึงมีเงินสดในนั้น 500,000 บาท



เจ๊นิด บอกว่า ท้าให้ตำรวจเอาหลักฐานออกมาเลย  ตัวเองพร้อมสู้ อย่ามาพูดว่ากล้องเสีย พร้อมยอมรับว่า ตัวเองโยนถุงดำทิ้งจริง แต่ไม่รู้ว่าข้างในเป็นอะไร ถามว่าทำไมต้องเอาไปทิ้ง



เจ๊นิด ให้เหตุผลว่า หลังจากสามีวูบและนอนรักษาตัวในโรงพยาบาลวันที่ 26 พ.ย.  วันที่ 27 พ.ย. มีผู้หญิงคนหนึ่งเข้ามาในบ้าน มาเก็บเอกสารส่วนตัวไปหมดรวมถึงกรมธรรม์ประกัน 60 ล้านบาท ซึ่งตัวเองอยู่บนบ้านกับลูก 2 คน ผู้หญิงคนดังกล่าว บอกว่าให้ เจ๊นิดรับสารภาพไปว่า วางยาฆ่าผัวตัวเอง  โดยใช้คำพูดว่า “ มึงฆ่าผัว เดี่ยวลูกกูรับเลี้ยงเอง” และ ผู้หญิงคนนี้ก็ตบตี ด้วยความตกใจตัวเองจึงพยายามขับรถหนีและเอาถุงดำโยนทิ้ง เพราะผู้หญิงคนนี้สั่งให้ทิ้ง ตัวเองไม่รู้ด้วยซ้ำว่า ข้างในถุงดำคืออะไร





ส่วนเรื่องที่สาม ที่บอกว่า ตัวเองเอายาใส่ในขวดเครื่องดื่มชูกำลัง ใส่ในอาหาร ให้ลูกน้องและคนในบ้านกิน ถ้าจริง ต้องมีลายมือ วงจรปิดต้องบันทึกภาพได้ ตัวเองจะทำไปเพื่ออะไร ทุกวันนี้อยู่สุขสบาย มีกิน มีใช้ ไม่มรเหตุจูงใจให้ลงมือทำ สำหรับเรื่องมือที่ 3 ว่า เสี่ยเก่งมีชายอื่นก็ไม่เป็นความจริง ตัวเองกับเสี่ยรักกันดีมาตลอด



ส่วนเรื่องที่สี่ โรงงานอาหารสัตว์เป็นธุรกิจกงสี ให้ฝั่งนั้นเอาหลักฐานมา ว่า เป็นกงสี เพราะชื่อ มีแค่เสี่ยเก่ง ส่วนชื่อตัวเองที่ไม่ได้อยู่ในที่อยู่โรงงาน เพราะมีบ้านหลายหลัง



เรื่องตอน เสี่ยเก่งล้ม วันที่ 26 พ.ย. แล้วตนบอกว่าให้ลูกน้องเช็ดน้ำลายทำลายหลักฐาน และกีดกันตอนเอาส่งโรงพยาบาล ขอชี้แจ้งแบบนี้ว่า ตรงที่ล้มเป็นโรงงาน พื้นมีฝุ่นของอาหารสัตว์ จมูกเสี่ยเก่งติดกับพื้น กลัวจะสูดดมเยอะ จึงบอกให้ลูกน้องเอาทิชชู่มาเช็ดจมูกเสี่ยเก่ง แล้วจากนั้นลูกน้องจะเอาเสี่ยเก่งขึ้นหลังกระบะ ไปส่ง รพ. ตัวเองเลยบอกว่าไม่ได้ ไม่ให้เอาไว้หลังกระบะ ทำไมไม่เอาไว้ในรถ





สำหรับเรื่องมีเพื่อนสนิท เสี่ยเก่ง ที่ออกมาพูดแฉตนเมื่อวานนี้ เพื่อนที่ออกมาพูดเนี่ย มีผลประโยชน์กับโรงงาน ติดหนี้ เขาอาจจะมาพูดเพราะได้ผลประโยชน์จากอีกฝ่าย ก็เป็นไปได้



หลังจากมีหลายคนให้ข้อมูลว่า เธอมาจาก สปป.ลาว และมาพบรักกับเสี่ยเก่งตอนที่เป็นนักร้องร้านอาหารกลางคืน เจ๊นิด ยืนยันเลยว่าเป็น คนไทย พร้อมโชว์บัตรประชาชนให้ดู ส่วนเรื่องเป็นนักร้องไม่ขอตอบเพราะไม่เกี่ยวกับคดี



พร้อมฝากถามอีกฝ่ายว่าถ้าไม่ใช่เรื่องสมบัติ กล้าคืนลูกมาให้ตนไหม แต่เรื่องทรัพย์สิน เจ๊นิดบอก ก็ต้องเรียกร้องคืน เพราะทำมาด้วยน้ำพักน้ำแรง เรื่องเงินประกันของลูก โมฆะไปเลยก็ได้ ไม่ต้องมีใครได้ กล้าไหม

คุณอาจสนใจ