อาชญากรรม

ไม่พอใจ หนุ่มขับรถพุ่งชนแฟนสาหัส หลังถูกฝ่ายหญิงบอกเลิก

โดย attayuth_b

19 ก.ค. 2565

216 views

วันนี้ (19 ก.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สภ.เมืองตรัง น.ส.น้ำ (นามสมมุติ) อายุ 27 ปี เจ้าหน้าที่หน่วยงานแห่งหนึ่ง เข้าให้ปากคำกับ ร.ต.อ พิเชษฐ์ สิงหา รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองตรัง เจ้าของคดี หลังจากที่ น.ส.น้ำ (นามสมมุติ) ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีกับ นายฟ้า (นามสมมุติ) อายุ 25 ปี พนักงานบริษัทแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นแฟนหนุ่มได้ก่อเหตุขับรถยนต์กระบะยี่ห้อมาสด้า รุ่นบีที 50 สีดำ พุ่งชน น.ส.น้ำ ขณะขับขี่รถ จยย.ฮอนด้า สกู๊ปปี้ สีดำ ระหว่างกำลังขับเข้าบ้านในพื้นที่ ต.นาตาล่วง อ.เมืองตรัง จนทำให้ น.ส.น้ำถูกพุ่งชนติดอยู่กับเสาประตูรั้วบ้านได้รับบาดเจ็บ กระดูกก้นกบร้าว กระดูกไหปลาร้าและคางร้าว ปวดแขนขาและสะโพกรวมทั้งมีบาดแผลถลอกและฟกช้ำ ต้องนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลเพื่อรักษาอาการกว่า 2 วัน เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 17.00 น. วันที่ 11 ก.ค.65 ที่ผ่านมา เนื่องจากที่ นายฟ้า ไม่พอใจที่ น.ส.น้ำ ได้ขอเลิกราไปก่อนหน้าที่จะเกิดเหตุ

น.ส.น้ำ กล่าวว่า เหตุการณ์วันนั้นตนขับรถ จยย.กลับจากทำงานเพื่อจะเข้าบ้าน ก็ดูซ้ายดูขวาระวังตัวตลอด ว่าไม่เห็นมีใครตามมา แต่พอจอดรถหน้าบ้าน เขาขับรถมาจากทางไหนเราก็ไม่เห็นเลย พอได้ยินเสียงรถก็หันไปดูปรากฏว่าเขาขับรถยนต์กระบะเข้ามาพุ่งชนเลย จนทำให้ตนพร้อมกับรถไปอัดติดอยู่กับเสาประตูรั้วบ้าน ขณะนั้นรู้สึกปวดหลัง และขาขยับไม่ได้เลย เพราะตัวเราติดอยู่กับรถและเสา ก่อนที่ตนจะช่วยตัวเองออกมาจากจุดนั้น กลัวว่าเขาจะพุ่งมาชนซ้ำ เพราะเขาได้ถอยรถออกไปเหมือนจะพุ่งเข้ามาชนใหม่หลายครั้ง แต่พอเขาเห็นเราขยับตัวเขาก็ลงมาจากรถและมาลากตัวเรามาทุบทำร้ายร่างกายเราซ้ำ ก่อนที่จะลากให้ตนขึ้นรถไปกับเขาอีก พร้อมทั้งพูดข่มขู่ให้ตนไปกับเขาให้ได้ จนทำให้ขณะนั้นคุณพ่อของตนที่อยู่ในบ้านได้ยินเสียง ก็เลยวิ่งถือมีดพร้าออกมาจากบ้าน ทำให้เขาตกใจและรีบวิ่งหนีไป โดยทิ้งรถเอาไว้ในที่เกิดเหตุ โดยที่มีคุณพ่อ น้องสาว และเพื่อนบ้านที่ได้ยินเสียงวิ่งออกกันมาช่วยเหลือตน ก่อนจะนำตัวส่งโรงพยาบาล

น.ส.น้ำ กล่าวอีกว่า ตนคบหาเปิดเผยกันมาเป็นระยะเวลา 2 ปี โดยพ่อแม่ทั้งสองฝ่ายรับรู้ ที่ผ่านมาก็มีการทะเลาะกันบ้าง มีการกระชากแขนก็ถือเป็นเรื่องปกติ ซึ่งเราก็ได้ให้อภัยเขามาหลายรอบแล้ว มีปัญหากันมาหลายครั้ง ตนบอกเลิกมาก็หลายรอบ ด้วยความที่เขาเป็นคนเจ้าชู้ นอกใจ และตนได้ตีตัวออกห่างมาตลอด เพราะเคยใช้วิธีการบอกเลิกด้วยดีมาแล้วแต่เขาก็ไม่เคยเลิก แต่ที่ได้เป็นเรื่องใหญ่ขึ้นมา เนื่องจากก่อนหน้านี้ตนไปเที่ยว จ.กระบี่กับเพื่อน ทำให้เขาได้ขับรถจาก จ.ตรัง ไปตามตนถึงที่ จ.กระบี่ เมื่อวันที่ 27 มิ.ย.65 ที่ผ่านมา และเขาได้ไปดักรอตนที่ บขส.จ.กระบี่ เมื่อเขาเห็นเรานั่งรอรถอยู่ เขาก็ได้ปรี่เข้ามากระชากแขนตน เพื่อที่จะให้กลับไปกับเขา แต่ตนก็ยืนยันที่จะไม่กลับ ก่อนที่จะชิงโทรศัพท์มือถือไปจากมือตน รวมทั้งเขาของทุกอย่างของตนไปหมดเลย เหลือไว้แค่ตัวเปล่า ก่อนที่จะมีพลเมืองดีแถวนั้นเข้ามาช่วยเหลือตน ก่อนจะติดต่อให้คุณพ่อไปรับกลับมา

น.ส.น้ำ กล่าวต่อไปว่า จนทำให้วันถัดมาคือวันที่ 28 ก.ค.65 พ่อแม่ฝ่ายเราได้เข้าไปพูดคุยกับพ่อแม่ฝ่ายเขาเพื่อที่จะมาเป็นตัวกลางเคลียร์ให้ในการบอกเลิกเพราะต่างก็รับไม่ได้กับการกระทำ โดยที่เขาก็ยืนยันบอกว่าจะจบกันด้วยดี และเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน แต่ปรากฏว่าหลังจากนั้นเขาก็ไม่ยอมจบ ตามราวีเราตลอด ไปจนถึงที่ทำงาน และส่งแชทข้อความข่มขู่มาตลอด ทำให้ตนรู้สึกไม่ปลอดภัยมาตลอด จนกระทั้งมาก่อเหตุพุ่งชนวันที่ 11 ก.ค.65 ที่ผ่านมา หลังจากที่เขาพุ่งชนแล้ว ตนก็ได้บล็อกการติดต่อกับเขาไปทุกช่องทาง แต่ได้มีเพื่อนตนซึ่งเป็นเพื่อนกับเขาในเฟสบุ๊กได้บันทึกหน้าจอมาให้ดูว่าเขาลงสตอรี่ข่มขู่ และเหมือนไม่สำนึกผิดกับเหตุการณ์ที่กระทำ และยังโพสต์เหมือนจะก่อเหตุซ้ำอีก

น.ส.น้ำ กล่าวต่อว่า วันที่ตนจะเดินหน้าทางคดีตามกฎหมายอย่างเต็มที่และยืนยันจะไม่ยอมความโดยเด็ดขาด เพื่อความปลอดภัยเขาเรา และให้เขาได้รับโทษกับสิ่งที่เขากระทำ พร้อมทั้งมารับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้น ทั้งทางร่างกายและจิตใจ ทรัพย์สินของตน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเรียกได้ว่าช็อกไปเลย คิดว่าวันนั้นเราคงจะต้องตายไปแล้ว หากวันนั้นพ่อไม่อยู่บ้านเราคงไม่รอดมาอยู่จนถึงขณะนี้ จนมาถึงทุกวันนี้ เรายังวิตกกังวล จากบ้านที่เราอยู่อาศัย ซึ่งเป็นเซฟโซนที่ดีที่สุดสำหรับเรา แต่วันนี้มันเหมือนไม่ใช้แล้วเพราะเราหวาดกลัวตลอด ทุกวันนี้ต้องให้พ่อแม่น้องชายไปรับส่งไปทำงาน เพราะไม่กล้าไปไหนคนเดียวเพราะเขายังอยู่ในสังคมใช้ชีวิตปกติ กลายเป็นผวาไปแล้ว ชีวิตเราไม่ปกติอีกเลย

อย่างไรก็ตามน.ส.น้ำ ได้มีการโพสต์เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว พร้อมทั้งลงรูปภาพของวันเกิดเหตุ โดยมีการแชร์และมีบรรดาเพื่อนสนิทและคนรู้จัก รวมทั้งชาวโซเซียลเข้ามาคอมเม้นให้กำลังใจเป็นจำนวนมาก พร้อมทั้งอยากให้ทางตำรวจดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุให้เร็วที่สุด

เบื้องต้นในทางคดี ทางพนักงานสอบสวนยังไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหากับผู้ก่อเหตุ ยังอยู่ในระหว่างการสอบปากคำผู้เสียหาย ก่อนจะดำเนินการรวบรวมประจักษ์พยานหลักฐาน และเตรียมที่จะออกหมายเรียกตัวผู้ก่อเหตุมารับข้อกล่าวหาในเร็ววันนี้ ส่วนการแจ้งข้อหานั้นจะต้องอยู่ที่พฤติการณ์ในการก่อเหตุและพยานหลักฐานว่าเข้าข่ายการพยายามฆ่าหรือเป็นเพียงการทำร้ายร่างกายหรือไม่อย่างไร ข่าวคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป

แท็กที่เกี่ยวข้อง  ถูกบอกเลิก ,ขับรถชน ,ไม่พอใจ

คุณอาจสนใจ

Related News