สังคม
ซ้อนแผนจับแก๊งแอบอ้างเป็นกรมปกครอง เก็บส่วยผับย่านบางใหญ่ พบ 1 ในแก๊งเป็นตำรวจ
7 ก.ค. 2565
1.5K views
กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ที่วางแผนจับกุม กลุ่มคนที่ไปเรียกรับส่วยจากสถานบันเทิงย่านบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรีเมื่อราว 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา โดยชาย 2 คนนี้ แอบอ้างว่าเป็นชุดปฎิบัติการพิเศษกรมการปกครอง เรียกรับเงินแลกกับ การไม่ต้องถูกตรวจสอบ ในการเปิดสถานบันเทิง ขณะที่ชุดปฎิบัติการพิเศษของกรมการปกครองตัวจริง ยืนยันว่า คนที่ถูกจับ 1 ใน 2 คนนี้ สังกัดตำรวจท่องเที่ยว
ภาพเหตุการณ์ ขณะเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษ กรมการปกครอง พยายามสกัดจับบุคคลต้องสงสัย 2 คน ขณะพยายามขับรถหนี การจับกุม บริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าเเห่งหนึ่งย่านบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี เมื่อ 19 นาฬิกาที่ผ่านมา
หนึ่งในรถ 2 คัน ที่พยายามจะหลบหนี ติดสัญลักษณ์เป็นรถตำรวจท่องเที่ยว และชายที่ถูกควบคุมตัวลงจากรถ ก็แต่งกายคล้ายตำรวจนอก เครื่องแบบ ระหว่างนั้นพยายามตะโกนบอกว่า กำลังคุยกับนาย
ในเวลาเดียวกัน ก็มีรถยนต์อีกหนึ่งคันที่มาขับมาด้วยกัน และพยายามหลบหนี แต่เจ้าหน้าซึ่งมีทั้งชุดกรมการปกครองและตำรวจภูธรบางใหญ่ สกัดกั้นไว้แล้ว จึงควบคุมตัวมาได้เช่นกัน
การจับกุมครั้งนี้ มาจากที่ชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง ทราบข้อมูลว่ามีบุคคลโทรศัพท์ หาผู้ประกอบการ ผับ บาร์ ทั่วกรุงเทพฯ โดยแอบอ้างว่าเป็นชุดปฏิบัติการพิเศษ เรียกเก็บค่าดูแล เป็นค่าเปิดตั๋วในการดูแลครั้งแรก 5,000 บาท และรายเดือน เดือนละ 4,000 บาท หรือ 3,000 บาท หากร้านใดไม่จ่ายเงิน ชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครองจะจับกุมและสั่งปิดร้านนั้น จึงทำให้ผู้ประกอบการหลายราย หวาดกลัว และยอมจ่ายค่าดูแลให้แก่มิจฉาชีพกลุ่มนี้
ชุดปฏิบัติการพิเศษ ร่วมกับตำรวจสภ.บางใหญ่ จึงวางแผนล่อซื้อกลุ่มผู้รีดไถดังกล่าว โดยนัดหมายเจ้าของร้านแห่งหนึ่ง ในบรรดาผู้ถูกรีดส่วย ว่าจะส่งมอบเงิน 100,000 บาท ให้คนกลุ่มนี้ แต่เมื่อถึงภายในร้าน ผู้เเอบอ้าง มีพฤติการข่มขู่การ์ดที่หน้าร้าน และ ไม่ยอมรับเงินตามที่ได้นัดหมาย โดยอ้างว่าจะมีพวกตามมาอีก และบอกเจ้าของร้าน ให้ไปจ่ายเงินข้างนอกร้าน และทันที ที่รับเงินแล้วกลุ่มคนดังกล่าวก็รีบกลับ กระทั่งถูกสกัดจับไว้ดังกล่าว และคุมตัวไปที่สถานีตำรวจภูธรบางใหญ่
เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าหนึ่งในผู้ถูกจับ เป็นตำรวจสังกัดตำรวจท่องเที่ยว กรุงเทพ และอีกหนึ่งเป็นพลเรือนชื่อนายมานัส ซึ่งในรถที่นายมานัสขับมา พบธนบัตร 1 แสนบาท ที่ใช้ล่อจับ
ข้อมูลเจ้าหน้าที่ระบุว่า มีผู้ร่วมขบวนการอีกคน ระบุชื่อนายเเป๊ะ หรือ นายสุลรรณ์ แต่ไม่ได้ปรากฏตัวในที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างติดตามตัว พร้อมเตือนเจ้าหน้าที่รัฐทุกหน่วยงาน การกระทำเช่นนี้มีความผิดในหลายข้อหา โทษสถานหนักทั้งวินัยเเละอาญา