อาชญากรรม

ทำแผนฯ พ่อเลี้ยงเดี่ยว ฉุนลูกร้องไห้จับหัวโขกพื้นดับ สารภาพเสพยาบ้า เครียดปัญหาเศรษฐกิจ

04 มิ.ย. 2564

71 view

เรื่องเด่นเย็นนี้

ออกอากาศ : วันจันทร์-ศุกร์ : 16:30 - 18:00 น.

ตำรวจคุมตัวพ่อ ทำร้ายลูกแท้ๆ อายุเพียง 1 ขวบ 6 เดือนจนเสียชีวิต ทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ยอมรับเครียดเรื่องเศรษฐกิจ และเสพยาบ้า  เมื่อลูกร้องไห้ทำให้โมโหจึงจับหัวลูกโขกพื้น


จากเหตุการณ์ ที่เด็กชายเอนามสมมติ อายุ 1 ขวบ 6 เดือนเสียชีวิตบ้านภายบ้านเช่า ภายในซอยพุทธบูชา 44 แยก 11 ย่านทุ่งครุ โดยสภาพเด็กมีร่องรอยบาดแผลฟกช้ำที่ใบหน้า คล้ายถูกทำร้าย ซึ่งหลังเกิดเหตุตำรวจได้วบคุมตัว พ่อแท้ๆ ของเด็กมาสอบปากคำนั้น


ล่าสุด หลังการสอบปากคำนานหลายชั่วโมง พ่อของเด็ก รับสารภาพว่าเป็นคนทำร้ายลูกชายจนเสียชีวิต ตำรวจจึงคุมตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ


โดยพ่อของเด็กบอกว่า วันเกิดเหตุลูกชายร้องไห้งอแง จึงเกิดความรำคาญผลักลูกจนล้มลง และจับหัวโหกกับพื้นจนลูกแน่นิ่ง จากนั้นก็ชงนมให้ลูกกินตามปกติ ยอมรับก่อนก่อเหตุมีภาวะความเครียดเรื่องเศรษฐกิจ และได้เสพยาบ้าไป 3 เม็ด


ขณะที่ แม่ของเด็กที่เสียชีวิต บอกว่าเคยคบหากับพ่อของเด็ก เมื่อ 3-4 ปีที่ผ่านมา และยอมรับว่าพ่อของเด็ก เสพยาเสพติด ที่ผ่านมาก็เคยถูกทำร้ายร่างกาย และได้เลิกลากันไปเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา โดยสาเหตุที่เลิกลาเพราะพ่อของเด็ก ไม่ยอมเลิกเสพยาเสพติด จึงหนีไปอยู่ที่จังหวัดระยอง


ยอมรับไม่เคยคิดว่า พ่อของเด็ก นายสมศักดิ์ จะฆ่าลูกตัวเอง ส่วนจะรับลูกคนโตซึ่งอายุ 3 ขวบเศษ ที่อยู่กับพ่อของเด็กไปหรือไม่ คงต้องคุยกันหลายฝ่าย


พันตำรวจเอก ภัสพงษ์ บุตรไทย ผู้กำกับการสน.ราษฎร์บูรณะ เปิดเผยว่า ผลการชันสูตรศพของเด็ก ที่เสียชีวิต พบว่าบริเวณหน้าผากมีการแตกร้าว สมองบวมช้ำ ทำให้เสียชีวิต


ซึ่งสอดคล้องกับคำรับสารภาพของผู้ต้องหา ที่บอกว่ามีการผลัก และจับหัวเด็กโขกลงกับพื้น โดยหลังก่อเหตุ ผู้ต้องหาได้ชงนมข้นหวานผสมน้ำให้ลูกกินตามปกติ เพราะไม่มีเงินจะซื้อนมผงให้ลูก


นอกจากนี้จากการสอบสวนเพื่อนบ้าน ยังระบุว่า ผู้ต้องหามีพฤติกรรมรุนแรงและชอบทำร้ายร่างกายอดีตภรรยา แต่ไม่เคยเห็นว่าทำร้ายร่างกายลูก ทั้งนี้พบว่าผู้ต้องหาเคยถูกจับคดียาเสพติดเมื่อปี 2556


เบื้องต้นตำรวจดำเนินคดี 4 ข้อหา คือทำร้ายร่างกายผู้อื่นให้ถึงแก่ความตาย เสพยาเสพติด พรบ.คุ้มครองเด็ก และพรบ.ความรุนแรงในครอบครัว โดยจะนำตัวไปขออำนาจศาลฝากขังวันพรุ่งนี้



สามารถดูข่าวทาง Youtube ได้ที่ : https://youtu.be/T86TAWOHW4o

ข่าวยอดนิยม