พระราชสำนัก

ในหลวง-พระราชินี พระราชทานเครื่องมือแพทย์ โครงการราชทัณฑ์ปันสุขฯ

29 เม.ย. 2564

56 view

ข่าวในพระราชสำนัก

ออกอากาศ วันจันทร์-ศุกร์ : 20.05 - 20.20 น. | วันเสาร์-อาทิตย์ : 19.55 - 20.15 น.

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี พระราชทานเครื่องมือและครุภัณฑ์ทางการแพทย์ สำหรับใช้ในโรงพยาบาลแม่ข่าย และเรือนจำ ในโครงการราชทัณฑ์ปันสุข ทำความดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ระยะที่ 2


วันนี้ เวลา 18 นาฬิกา 2 นาที พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จออกพร้อมด้วย เจ้าคุณพระสินีนาฏ พิลาสกัลยาณี ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา องค์ประธานกรรมการ พร้อมคณะกรรมการโครงการราชทัณฑ์ปันสุข ทำความดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท รับพระราชทานเครื่องมือและครุภัณฑ์ทางการแพทย์


โอกาสนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา กราบบังคมทูลรายงานการเริ่มดำเนินโครงการราชทัณฑ์ปันสุข ทำความดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ระยะที่ 2 จากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ นายแพทย์เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท รับพระราชทานเครื่องมือและครุภัณฑ์ทางการแพทย์สำหรับใช้ในโรงพยาบาลแม่ข่าย และนายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท รับพระราชทานเครื่องมือและครุภัณฑ์ทางการแพทย์สำหรับใช้ในเรือนจำ


ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ จัดซื้อเครื่องมือและครุภัณฑ์ทางการแพทย์ จำนวน 118 ล้าน 5 แสน 4 หมื่น 7 พัน 200 บาท แบ่งเป็นสำหรับโรงพยาบาลแม่ข่าย 102 ล้าน 6 แสน 9 หมื่น 1 พัน 400 บาท และสำหรับเรือนจำ 15 ล้าน 8 แสน 5 หมื่น 5 พัน 800 บาท ซึ่งจะช่วยเสริมศักยภาพการให้บริการด้านสาธารณสุขแก่ประชาชน และผู้ต้องขังในเขตพื้นที่อำเภอนั้น ๆ


เสร็จแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชปฏิสันถารกับผู้บัญชาการเรือนจำ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลแม่ข่าย พยาบาลประจำเรือนจำ และอาสาสมัครสาธารณสุขเรือนจำ ของเรือนจำอำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่, เรือนจำอำเภอเบตง จังหวัดยะลา, เรือนจำอำเภอรัตนบุรี จังหวัดสุรินทร์ และเรือนจำอำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งเป็นเรือนจำ 4 แห่ง จากทั้งหมด 19 แห่งของเรือนจำเป้าหมาย ในการดำเนินงานระยะที่ 2 ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ออนไลน์


ต่อจากนั้น เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรนิทรรศการเปิดโครงการราชทัณฑ์ปันสุข ทำความดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ระยะที่ 2 และผลการดำเนินงานโครงการราชทัณฑ์ปันสุขฯ เครื่องมือและครุภัณฑ์ทางการแพทย์พระราชทาน


ทั้งนี้ การดำเนินงานโครงการฯ ระยะที่ 1 สามารถช่วยเหลือผู้ต้องขังในเรือนจำทั่วประเทศ 143 แห่ง ให้มีสุขภาพโดยรวมดีขึ้นอย่างชัดเจน ส่วนโครงการฯ ระยะที่ 2 จะดำเนินการในเรือนจำอำเภอ 19 แห่ง ซึ่งเป็นเรือนจำขนาดเล็ก อยู่ห่างไกล ติดชายแดน บางแห่งมีอายุการใช้งานมานาน นอกจากจะเน้นการดำเนินงานตามระยะที่ 1 แล้ว ยังเพิ่มในมิติของการบริหารจัดการโรคติดต่อ โดยเฉพาะการกักโรค การส่งเสริมเรื่องสุขาภิบาลเรือนจำ และอนามัยสิ่งแวดล้อม การบำบัดน้ำเสีย การกำจัดขยะ และโภชนาการ


ระหว่างการดำเนินงานระยะที่ 1 ได้พบปัญหาดังกล่าว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงพระราชทานพระราชดำริให้ดำเนินการเพิ่มเติมระยะที่ 2 ซึ่งเรือนจำทั่วประเทศ 143 แห่ง จะน้อมนำไปดำเนินการ โดยแนวพระราชดำรินี้ ยังสอดรับกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ของประเทศในปัจจุบัน รวมทั้งพบว่า ผู้ต้องขังเป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรังจำนวนมาก โภชนาการจึงเป็นสิ่งสำคัญ ที่กระทรวงสาธารณสุข จะเข้ามาดำเนินการในโครงการ เรือนจำอาหารปลอดภัยต้นแบบ ต่อไป


นับตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในประเทศไทย สร้างความเดือดร้อนทุกข์ยากในการดำเนินชีวิต และประกอบสัมมาชีพแก่ประชาชนจำนวนมาก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาด และการดำเนินมาตรการต่าง ๆ เพื่อควบคุมและยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในประเทศไทย และได้พระราชทานพระบรมราโชบายในการปฏิบัติงานของบุคลากรทางการแพทย์


พร้อมทั้งพระราชทานเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ รวมถึงจัดสร้างรถเก็บตัวอย่างชีวนิรภัย รถวิเคราะห์ผลด่วนพิเศษ และรถเอกซเรย์ระบบดิจิทัล เพื่อใช้ปฏิบัติงานเชิงรุกในภาคสนามในการตรวจเชื้อฯ แก่ประชาชนในพื้นที่เป้าหมายมาโดยตลอด


ซึ่งโครงการราชทัณฑ์ปันสุข ทำความดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ นับเป็นโครงการที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ได้พระราชทานความช่วยเหลือ ทั้งแก่ผู้ต้องขังและประชาชน ให้สามารถเข้าถึงบริการทางสาธารณสุข


โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดโครงการอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2562 และพระราชทานพระราชดำริว่า ผู้ต้องขังส่วนใหญ่ประสบปัญหาด้านสุขภาพ เนื่องจากขาดแคลนเครื่องมือและครุภัณฑ์ทางการแพทย์ จึงได้พระราชทานแนวพระราชดำริการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ ซึ่งการดำเนินโครงการฯ เป็นไปตามหลักมนุษยธรรม และสอดคล้องกับข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับงานราชทัณฑ์ ข้อกำหนดแมนเดลา และข้อกำหนดกรุงเทพฯ ที่เป็นข้อกำหนดของสหประชาชาติ


การดำเนินงานโครงการราชทัณฑ์ปันสุข ทำความดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ระยะที่ 1 ในทัณฑสถาน โรงพยาบาลราชทัณฑ์ และเรือนจำกลาง หรือทัณฑสถานซึ่งเป็นเรือนจำขนาดใหญ่ รวม 25 แห่ง โดยได้พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ จัดซื้อเครื่องมือและครุภัณฑ์ทางการแพทย์ จำนวน 190 ล้าน 7 หมื่น 2 พัน 863 บาท ซึ่งได้ผลเป็นอย่างดี ส่งผลให้เรือนจำทั่วประเทศที่เหลือ 118 แห่ง ดำเนินการตามแนวทางของโครงการฯ ในทุกมิติ


และสำหรับโรงพยาบาลแม่ข่าย สังกัดกระทรวงสาธารณสุข และโรงพยาบาลทหาร ตำรวจ รวมทั้งจิตอาสาพระราชทาน ต่างเข้ามาสนับสนุนการตรวจรักษาในเรือนจำอย่างเต็มที่ ทำให้เกิดผลในเชิงคุณภาพที่ชัดเจน คือ อัตราการเกิดโรคทางเดินหายใจ และโรคผิวหนังลดลง อัตราการนำผู้ต้องขังไปรักษายังโรงพยาบาลภายนอกลดลง รวมทั้งในปีที่ผ่านมาที่มีการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้เรือนจำทั่วประเทศ สามารถจัดให้มีห้องแรกรับ และห้องแยกโรคอย่างถาวร สำหรับรับมือกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค ที่กลับมาแพร่ระบาดอยู่ในปัจจุบัน


ทั้งนี้การดำเนินงานโครงการราชทัณฑ์ปันสุข ทำความดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ทั้งระยะที่ 1 และ 2 สะท้อนถึงน้ำพระราชหฤทัย และพระเมตตาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ที่ทรงห่วงใยประชาชนชาวไทยทุกหมู่เหล่า ทรงรับเป็นพระราชภารกิจสำคัญในการให้ความช่วยเหลือพสกนิกรให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี สามารถเข้าถึงบริการทางการแพทย์และสาธารณสุขได้อย่างทั่วถึง จึงนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้



ข่าวยอดนิยม