อาชญากรรม

รื้อคดีล่วงละเมิดฆ่าหญิงชราเมื่อ 11 ปีก่อน รวม 10 คดี โยงผู้ต้องหาก่อเหตุที่ จ.ขอนแก่น

18 มี.ค. 2564

8 view

ข่าว 3 มิติ

ออกอากาศ วันจันทร์-ศุกร์ : 22.35 - 23.05 น. | วันเสาร์-อาทิตย์ : 22.30 - 23.00 น.

พฤติกรรมทำร้ายข่มขืนผู้สูงอายุเกิดขึ้นล่าสุดที่สำนักปฏิบัติธรรมในจังหวัดขอนแก่น โดยครั้งนี้ผู้ต้องหาก่อเหตุข่มขืนแม่ชี อายุ 79 ปี ขาพิการ โดยผู้เสียหายจำหน้าผู้ก่อเหตุ เป็นคนงาน ที่มาทำสวนปลูกพืช ห่างจากสำนักสงฆ์ไปประมาณ 300 เมตร ตำรวจจึงควบคุมตัวมาสอบสวน ทราบชื่อว่านายอัจฉริยะหรือโอ๋ อายุ 24 ปี ในสภาพเมายา แต่นายโอ๋ได้หนีออกจากโรงพัก แล้วขโมยรถจักรยานยนต์ของชาวบ้านขี่หลบหนีไป



กระทั่งเมื่อคืนนี้ ตำรวจกองปราบติดตามจับนายโอ๋ ได้ที่บ้านร้าง ที่กระท่อมนาของชาวบ้าน ภายในไร่อ้อยห่างจากสวนปฏิบัติธรรมไปประมาณ 2 เมตร ซึ่งวันนี้เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวนายโอ๋มาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ และยอมรับว่าเสพยา และดื่มสุรา หลังจากนั้นได้ปีนเข้าไปด้านหลังเรือนพัก เพื่อก่อเหตุ



ซึ่งประวัติของนายโอ๋ เคยต้องโทษ 1ปี ในคดียาเสพติดเมื่อปี 2562 ก่อนหน้านี้เคยอยู่อาศัยที่จังหวัดนครปฐม การก่อเหตุข่มขืนผู้สูงอายุ ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องตรวจสอบประวัติก่อนหน้านี้ว่านายโอ๋ เคยก่อคดีข่มขืนผู้สูงอายุรายอื่นหรือไม่ แม้นายโอ๋จะปฏิเสธว่าไม่เคยก่อเหตุที่อื่นมาก่อน แต่เจ้าหน้าทีได้ตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ให้แน่ชัด



โดยเฉพาะพื้นที่ตั้งแต่สมุทรสงคราม สมุทรสาครและนครปฐม เกิดคดีข่มขืนผู้สูงอายุต่อเนื่อง ร่วม 10 คดี ในช่วงปี 2553 -2558 ซึ่งยังติดตามจับคนร้ายไม่ได้ว่าเป็นใคร แม้เจ้าหน้าที่จะมีการตั้งทีมชุดสืบสวนสอบสวน หาพยานหลักฐาน โดยสเก็ตภาพหน้าคนร้ายจากคำบอกเล่าของผู้สูงอายุที่รอดชีวิต และตรวจพบดีเอ็นเอของคนร้ายในที่เกิดเหตุ จนนำไปสู่การตรวจดีเอ็นเอของชายต้องสงสัยจำนวนนับร้อยคน แต่ก็ยังไม่พบตัวคนร้าย



แม้ปัจจุบันสภาพพื้นที่มีจะมีรถผ่านมากขึ้นในช่วงกลางวัน แต่ผู้สูงอายุที่อยู่อาศัยในพื้นที่ ซึ่งเคยเกิดเหตุคนร้ายก่อเหตุข่มขืนผู้สูงอายุช่วงกลางคืนก็ระบุว่า กลางคืนก็ค่อนข้างเงียบและน่ากลัว แต่ที่อยู่ได้ เพราะมีลูกหลานอยู่เป็นเพื่อน แม้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะผ่านมานานแล้ว และหลังจากปี 2558 ก็ไม่พบผู้สูงอายุถูกข่มขืนอีก แต่ก็ยังเป็นปริศนาว่าคนร้ายเป็นใคร จะยังมีชีวิตอยู่หรือตายไปแล้ว หรือเป็นคนต่างถิ่นที่เข้ามารับจ้างทำงานในพื้นที่แล้วออกจากพื้นที่ไปแล้ว



สำหรับบ้านที่มีผู้สูงอายุตกเป็นเหยื่อส่วนใหญ่ก็ย้ายออกจากบ้านหลังเดิมแล้ว บ้านทรงไทย ซึ่งคนร้ายได้สวมหมวกไหมพรมเข้ามาก่อเหตุในช่วงกลางดึก เมี่อกลางปี2556 และได้ฆ่าผู้สูงอายุ ซึ่งอาศัยอยู่คนเดียวเสียชีวิต ก็ไม่มีผู้อาศัยตั้งแต่เกิดเหตุร้าย ขณะที่ผู้สูงอายุที่รอดชีวิต ก็ต้องย้ายจากบ้านหลังเดิม มาอาศัยกับลูกหลาน แต่ยังจำเหตุการณ์ได้ว่าคนร้ายพกมีดพร้ามาจึ้ที่คอ แต่สวมไหมพรมปิดบังใบหน้า

มือหยาบกร้าน



จากการเก็บหลักฐานของคนร้าย ที่ก่อเหตุในพื้นที่ จ.สมุทรสงคราม สมุทรสาคร และนครปฐม พบดีเอ็นเอของคนร้ายเป็นคนคนเดียวกัน จึงถือได้ว่าคนร้ายรายนี้เป็นฆาตรกรก่อคดีข่มขืนต่อเนื่อง

ข่าวยอดนิยม