สังคม

'อ.สมพงษ์' มองการบ้านเด็ก ป.4 เรื่องกายวิภาคฯ เป็นเรื่องพิสดาร ชี้เป็นการทำร้ายพัฒนาการเด็ก

โดย weerawit_c

19 ก.ย. 2564

83 views

จากกรณีที่มีการแชร์ในข้อมูลในสื่อออนไลน์ระบุถึง แบบฝึกหัดของเด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่สี่ซึ่งผู้ปกครองระบุว่ามีเนื้อหาที่ยากจนผู้ปกครองเองก็ไม่สามารถตอบได้ มีการวิพากษ์วิจารณ์เป็นวงกว้างในสื่อออนไลน์ซึ่งมีการสืบค้นข้อมูลและระบุว่าแบบทดสอบดังกล่าวเป็นข้อมูลเนื้อหาในรายวิชากายวิภาค สำหรับนักศึกษาแพทย์ซึ่งเรียนในระดับมหาวิทยาลัย


ประเด็นนี้ ศาสตราจารย์ ดร.สมพงษ์ จิตระดับ อาจารย์ประจำคณะคุรุศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการบริหารกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาในฐานะนักวิชาการมองว่าการออกข้อสอบหรือแบบทดสอบนี้เป็นข้อสอบที่ยากแบบพิสดารและค่อนข้างประหลาดจากปกติที่เคยเจอจะพบว่ามีการออกข้อสอบหรือการเรียนเนื้อหาที่เกินระดับชั้นอยู่บ้างแต่ก็ยังอยู่ในช่วงชั่นใกล้เคียงกัน เช่น เด็กป.4 อาจจะเรียนรู้เนื้อหาหรือข้อสอบของช่วงชั้นป.5 หรือ ป.6 แต่ครั้งนี้เป็นเด็กนักเรียน ป.4 ที่จะต้องทำแบบฝึกหัดของนักศึกษาระดับมหาวิทยาลัยเป็นเรื่องไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง


และการกระทำแบบนี้เข้าข่ายลักษณะการยัดเหยียดให้เด็กต้องเรียนรู้เนื้อหาวิชาทางการแพทย์ซึ่งจะเป็นการปลูกฝังให้เด็กคิดว่าต้องเรียนแพทย์ซึ่งเป็นค่านิยมของผู้ปกครองหรือโรงเรียน และมองว่าแบบทดสอบนี้เกินหลักสูตรเกินเนื้อหาหน่วยงานที่เกี่ยวข้องใครเป็นคนดูแลหรือควบคุมและต้องมีส่วนรับผิดชอบในการออกข้อสอบเกินเนื้อหา เกินวัยของเด็ก หรือยังจะปล่อยให้เกิดขึ้นอีก เพราะลักษณะนี้เกิดขึ้นหลายครั้ง เป็นการทำร้ายพัฒนาเด็ก


เนื่องจากในช่วงชั้นประถมศึกษาเป็นวัยที่เด็ก ควรได้รับการส่งเสริมพัฒนาการด้านจินตนาการแต่ข้อสอบหรือแบบเรียนลักษณะนี้ไม่ได้ส่งเสริมจินตนาการเป็นการใช้ความจำ ข้อสอบหรือเนื้อหาลักษณะนี้ไม่น่านำมาใช้กับเด็กประถม


หลังจากนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่าง อย่าง สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา สมศ. หรือ สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ สทศ. ควรเข้ามากำกับดูแล ออกนโยบายกำหนด ขอบข่ายของการออกแบบทดสอบสำหรับเด็ก


ทั้งนี้ ศ.ดร.สมพงษ์ ระบุเพิ่มเติมว่าในระยะหลังระบบการศึกษาในสังคมไทยเริ่มลดการใช้ วิธีการประเมินเด็กจากแบบทดสอบเน้นการทำกิจกรรมมากกว่า สอดคล้องกับกระบวนการเรียนรู้ที่เน้นการทำกิจกรรม เสริมทักษะ มากกว่าเนื้อหา ซึ่งถือว่า มีความเหมาะสมตามช่วงวัยของเด็กสถานศึกษาโรงเรียนควรปรับแนวทางการประเมินเด็กให้มีความเหมาะสมตามช่วงวัยจะถือเป็นการเรียนรู้ที่ดีที่สุด


รับชมผ่านยูทูบ :https://youtu.be/oPBawyLvinE

คุณอาจสนใจ