สังคม
'ศักดิ์สยาม' ยันไม่มีซุกหุ้น ไม่หวั่น ชูวิทย์แฉแหลก-ศาลสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่
3 มี.ค. 2566
137 views
วันนี้ (3 มี.ค. 66) ศาลรัฐธรรมนูญ มีคำสั่งรับคำร้อง ของประธานสภาผู้แทนราษฎร และสั่งให้ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม หยุดปฏิบัติหน้าที่รัฐมนตรีแล้ว กรณีถูกฝ่ายค้านเข้าชื่อ ขอให้ตรวจสอบคุณสมบัติความเป็นรัฐมนตรี ของนายศักดิ์สยาม
โดยคำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญครั้งนี้ เป็นผลมาจาก 54 ส.ส.ฝ่ายค้าน เข้าชื่อร้องต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 7 ก.พ. ที่ผ่านมา ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย คุณสมบัติความเป็นรัฐมนตรี ของ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ว่าต้องพ้นจากความเป็นรัฐมนตรีหรือไม่
เนื่องพบพยานหลักฐานที่เชื่อได้ว่า นายศักดิ์สยาม ยังคงเป็นเจ้าของ ห้างหุ้นส่วนจำกัดบุรีเจริญคอนสตรัคชั่นอยู่ ซึ่งตามรัฐธรรมนูญห้ามผู้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีเป็นหุ้นส่วน ในห้างหุ้นส่วนหรือบริษัท เกินกว่าที่กฎหมายกำหนด
เรื่องนี้ แม้ว่า นายศักดิ์สยาม จะแจ้ง ต่อ ป.ป.ช. ว่าได้ขายหุ้น หจก.บุรีเจริญคอนสตรัคชั่นไปจำนวน 119 ล้านบาท ไปเมื่อปี2561 ก่อนเข้ารับตำแหน่ง แต่ฝ่ายค้านกล่าวหาว่า การขายหุ้นดังกล่าว อาจเป็นการทำนิติกรรมอำพราง เพื่อเลี่ยงกฎหมาย เป็นการโอนหุ้นให้ บุคคลอื่นถือแทน แบบ นอมินี
เพราะหลังโอนหุ้นแล้ว นายศักดิ์สยาม ยังยอมให้ หจก.บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น ใช้บ้านพักของตัวเองเป็นที่ตั้ง(เพิ่งมาย้ายออกภายหลัง) แถมราคาหุ้นที่ขายไป 119 ล้าน เป็นราคาทุน ทั้งปี 2562 ทำรายได้ถึงมากถึง 379 ล้าน และเติบโตอย่างต่อเนื่อง ไม่น่าเป็นไปได้ที่จะขายกันราคานี้
นอกจากนี้ยังมีประเด็นที่ ฝ่ายค้านมีหลักฐานว่า หจก.บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น รับงานจากกระทรวงคมนาคม หลายโครงการ วงเงินเป็นพันล้านบาท และยังมีประเด็น ของคนที่มาซื้อหุ้นจากนายศักดิ์สยาม เดิมก็เป็นลูกน้องของ นายศักดิ์สยาม เป็นลูกจ้างของ บ.ศิลาชัย บุรีรัมย์ 1991 (ที่มีข้อพิพาท ที่ดินเขากระโดง กับ รฟม. ) แต่กลับมีเงินไปซื้อหุ้นของนายศักดิ์สยาม เป็นร้อยล้าน
ฝ่ายค้านเชื่อว่า คุณศักดิ์สยาม ยังคงเป็นเจ้าของและมีอำนาจบริหารกิจการ หจก.บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น อยู่ จึงขอให้ศาลรัฐธรรมนูญ ตรวจสอบการกระทำของ นายศักดิ์สยาม ว่าเข้าข่ายเป็นการต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ หรือไม่
และศาลรัฐธรรมนูญ ได้พิจารณาแล้ว มีมติเป็นเอกฉันท์ รับคำร้องไว้พิจารณา และให้ นายศักดิ์สยาม หยุดปฏิบัติหน้าที่ รัฐมนตรีตั้งแต่วันที่ 3 มีนาคม จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย และให้โอกาส ยื่นชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา ภายใน 15 วัน
ย้ำว่าทั้งหมดเป็นข้อกล่าวหาของฝ่ายค้าน ศาลให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ตามกระบวนการขั้นต้น ยังไม่มีการวินิจฉัย ซึ่งนอกจากคดีนี้แล้ว ฝ่ายค้าน ได้ ยื่นให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบแล้วเช่นกัน ว่ามีการปกปิดบัญชีทรัพย์สิน หรือแสดงบัญชีทรัพย์อันเป็นเท็จหรือไม่
ด้าน คุณศักดิ์สยาม บอกว่าทราบคำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญแล้ว ยืนยันว่าไม่ได้ซุกหุ้นหรือให้ นอมินี ถือหุ้นแทน หลังจากนี้ก็จะชี้แจงข้อกล่าวหาไปตามกรอบเวลา ภายใน 15 วัน นับจากวันที่ได้รับแจ้ง จาก ศาลรัฐธรรมนูญ อย่างเป็นทางการ ซึ่งตนเองได้เตรียมคำชี้แจง ไว้เรียบร้อยแล้ว และระหว่างที่หยุดปฏิบัติหน้าที่ ได้มอบหมาย ให้ นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม จะเป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่แทน
คุณศักดิ์สยาม ยังยืนยันย้ำว่า ตนเองได้ถอนหุ้นจาก หจก.บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น ไปแล้วก่อนจะมาเป็นรัฐมนตรี จึงมั่นใจในพยานหลักฐาน
ความจริงเรื่องนี้ คุณศักดิ์สยาม ก็ชี้แจงฝ่ายค้านไปแล้ว ในการอภิปรายไม้ไว้วางใจ ตอนนั้น คุณศักดิ์สยาม นำหลักฐานมาแสดง ยืนยันว่ามีการโอนเงินซื้อขายหุ้นกันจริง โอนกัน 3 ครั้ง ตั้งแต่ เดือน ส.ค. 2560 ถึงเดือน ม.ค. 2561 รวม 119.5 ล้านบาท และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจดังกล่าวแล้ว
ซึ่งทั้งหมดเป็นไปตามที่ นาย ชูวิทย์ เคยลั่นวาจาไว้ที่กระทรวงยุติธรรมเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ว่าจะแฉ 12 ประเด็นเรื่องคอร์รัปชั่น ซึ่งเกี่ยวกับที่ดินเขากระโดง จังหวัดบุรีรัมย์ รถไฟฟ้าสายสีส้ม และที่ดินในจังหวัดสระบุรี วันนี้มาเต็มทั้งอุปกรณ์ประกอบฉาก และหลักฐาน
วันนี้นาย ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ มาในหัวข้อ "แฉเพื่อชาติ ตายยกรัง" ทำป้ายไวนิลขนาดใหญ่เป็นพื้นที่ของการรถไฟแห่งประเทศไทย จำนวน 5,083 ไร่ และมาร์คจุด สิ่งก่อสร้าง ทั้งสนามฟุตบอลช้างอารีน่า / สนามแข่งรถ ช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต / หจก. บุรีรัมย์เจริญคอนทรัคชั่น / บริษัท ศิลาชัย บุรีรัมย์(1991) จำกัด / บ้านพัก ศักดิ์สยาม ชิดชอบ / บ้านพัก เนวิน และ เครือข่ายตระกูลชิดชอบ โดยในแผนที่มีคำพิพากษาศาลฎีกา เขากระโดง แปะไว้ด้วย นอกจากนี้ยังมีคำพิพากษาให้รื้อถอนขับไล่ชาวบ้าน 35 คน ที่แพ้คดี รฟท.
ก่อนจะเริ่มเรื่องว่า ฟ้าดินบันดาลมีจริง เช้านี้นายศักดิ์สยามคงไม่ได้สติ ไม่ได้ล้างหน้า ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์ ให้นาย ศักดิ์สยาม พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี และขอนายกรัฐมนตรีอย่าแต่งตั้ง นาย อนุทินมารักษาการณ์เด็ดขาด เพราะจะเป็นการทำซ้ำ 2
พร้อมบอกว่า ชนวนเหตุเรื่องนี้มาจาก "รถไฟฟ้าสายสีส้ม" ในฐานะประชาชนขออภิปรายไม่ไว้วางใจ นาย ชูวิทย์ อ้างว่า นาย ศุภวัฒน์ คือ นอมินี ของนายศักดิ์สยาม เนื่องจากเป็นเพื่อนสมัยมัธยมกันมา ปัจจุบันนาย ศุภวัฒน์ เป็นลูกจ้างของบริษัทศิลาชัยบุรีรัมย์ ของ นาย ศักดิ์สยาม ได้เงินเดือนแค่ 9 พันบาท และมีประกันสังคม ต่อมาปี 2561 โอนหุ้นให้นาย ศุภวัฒน์ 119 ล้าน ต่อมาปี 2562 นาย ศุภวัฒน์เพิ่มทุนอีก 40 ล้านบาท และยังบริจาคเงินให้พรรคภูมิใจไทย 7 ล้าน 5 แสนบาท และยังให้บริษัทศิลาชัยบุรีรัมย์ที่เขาทำงานอยู่กู้เงิน 221 ล้านบาท โดยไม่มีดอกเบี้ยและสัญญา
พอนาย ศักดิ์สยาม นั่งตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ปลายปี 2563 - 2564 รับงานก่อสร้างของกรมทางหลวงหลายโครงการ มูลค่ากว่า 1,200 ล้านบาท ผ่านนอมินี ที่ชื่อ ศุภวัฒน์
ส่วนที่ดินเขากระโดง ตำบลอิสาณ อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ ที่เป็นที่ตั้งของสิ่งปลูกสร้างของเครือยข่ายตระกูลชิดชอบ ซึ่งเป็นพื้นที่ของการรถไฟแห่งประเทศไทย จำนวน 5,083 ไร่ และมีคำพิพากษาศาลฎีกา ที่การรถไฟแห่งประเทศไทยเป็นจำเลย และโจทก์ เป็น นายศุภวัฒน์ 1 คดี และ ชาวบ้าน 35 คนอีก 1 คดีโจทก์ แต่สุดท้าย การรถไฟแห่งประเทศไทย ชนะคดีและมีการขับไล่ ชาวบ้าน 35 คน ออกจากพื้นาที่ แต่การรถไฟกลับไม่กล้าที่จะไล่ เครือข่ายตระกูลชิดชอบ ออกจากพื้นที่ จนเป็นที่มาของการสร้างอาคารต่างๆ ทั้ง สนาม ฟุตบอลช้างอารีน่าและสนามแข่งรถ
ซึ่งการสร้างดังกล่าว มีการนำเงินหลวงมาใช้ในการก่อสร้างทั้งหมด ไม่ใช่เงินส่วนตัวเลย แต่กลับไม่เปิดเป็นพื้นที่ สาธารณะให้ประชาชนได้ใช้แต่กลับไปใช้ส่วนตัว ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าว ตนเองมองว่า เลวร้ายที่สุดเท่าที่พรรคภูมิใจทำทำต่อประเทศชาติ เพราะขณะที่มีการก่อสร้างสนาม คนของการกีฬาแห่งประเทศไทยและและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นคนของพรรคภูมิใจไทย อีกทั้ง นายก้องศักด ยอดมณี ที่ตอนนี้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าการกีฬาแห่งประเทศไทยยังเป็นผู้สนับสนุนพรรคภูมิใจไทยในปัจจุบันอีกด้วย
นอกจากนี้ ยังพบว่า การรถไฟแห่งประเทศไทย ได้ไปร้องศาลปกครอง เพื่อขอให้กรมที่ดินเพิกถอนโฉนดที่ดินดังกล่าว จากตระกูลชิดชอบ ให้ย้ายออก และยังเรียกร้องให้กรมที่ดินจ่ายค่าเสียหายอีก 700 ล้านบาท ให้กับ รฟท. ซึ่งตนมองว่า เจตนาที่การรถไฟร้องศาลปกครองแบบนี้ เป็นการประวิงเวลา แทนการฟ้องขับไล่โดยตรง และหากกรมที่ดินจ่ายก็จะเป็นการนำภาษีประชาชนมาจ่าย ซึ่งจะส่งผลเสียทั้งขึ้นและล่อง
นอกจากนี้ นายชูวิทย์ ยังเรียกร้องไปยังนายนิรุฒ มณีพันธ์ ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย คนปัจจุบัน เข้ามาจัดการเรื่องดังกล่าวให้ถูกต้อง เพราะนายศักดิ์สยามมีการตั้งบริษัทลูก เขเามาประมูลโครงการต่างๆของการรถไฟ ซึ่งนายศักดิ์สยามวางแผนการไว้หมดแล้ว ตนมองว่า เป็นการกินมูมมาม ไม่มีสติเกินไป ส่งผลเสียต่อประเทศ
อีกทั้งวันนี้ นายชูวิทย์ยังพูดถึงผล ผลคำพิพากษาศาลรัฐธรรมนูญ ที่ให้นาย ศักดิ์สยาม ยุติการปฏิบัติหน้าที่ รมว.คมนาคม ตนมองว่า วันนี้ฟ้าดินบัลดาลให้เป็นจริง เห็นว่าใครทำผิด และตนอยากให้นายศักดิ์สยาม ติดคุกนานกว่าที่ตนเคยติดคุกมา และต้องรับในสิ่งที่ทำ เพราะตนเชื่อว่านายศักดิ์สยามต้องติดคุก 100%
จาหนั้นนายชูวิทย์ ได้นำเค้ก รูปที่ดินเขากระโดง ที่ตนเองสั่งทำให้ราคา 5,083 บาท มา พร้อมสวดมนต์สาปแช่งคนที่กินที่ดินหลวง ว่าอร่อยมากมั้ย และแล่งให้ตระกูลชิดชอบ ฉิบหายวายวอดทั้งหมด
นอกจากนี้ นายชูวิทย์ ยังโชว์เอกสาร ทีมีชื่อ นายจิตต์อรุณ อนุพันธ์นัณท์ คนสนิทของ นายปลิว ตรีวิศวเวทย์ เจ้าของ ช.การช่าง ซึ่ง นายจิตต์อรุณ จะชอบทำตัวจนๆ แต่กลับหิ้วเงินหลายสิบล้านบาทไปให้กับนักการเมืองที่จังหวัดบุรีรัมย์ โดยเอกสารที่นำมาโชว์
พบว่านายจิตต์อรุณ และ พนักงานของ ช.การช่าง อีก 15 คน มีรายชื่อครอบครองที่ดิน สปก. จำนวน 700 ไร่ ในตำบลหนองย่างเสือ อำเภอมวกเหล็ก จังหวะดสระบุรี ทั้งที่พื้นที่ดังกล่าวนั้น ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี กำหนดให้ที่ดินดังกล่าวให้กับชาวบ้านที่ยากไร้ทำเกษตร แต่ฝ่ายกฎหมายของผู้ว่าฯกลับแนะนำ ให้แปลงสินทรัพย์เป็นทุนเพื่อจำนอง โดยให้ ช.การช่างไปของสินเชื้อยื่นร่วมเป็นกลุ่ม โดยอ้างให้ปลูกต้นไม้ยืนต้นในที่ดินดังกล่าว เพื่อใฟ้ สปก.ยึดคืนได้ยาก
ซึ่งกระบวนการทั้งหมด นายปลิว รู้ดีทั้งหมด เพราะมีเอกสารบันทึกภายในบริษัทเป็นหลักฐาน ส่วนนายชูวิทย์ ระบุว่า ที่ออกมาแฉถึง ช.การช่าง ไม่กลัวที่จะถูกฟ้องกลับ
ระหว่างนั้น นายชูวิทย์ ยังได้นำ โมเดลขบวนรถไฟสีส้ม มาโชว์ พร้อมพูดว่า รถไฟสายสีส้มและนายศักดิ์สยามเป็นต้นเหตุของเรื่องทั้งหมด อีกทั้งยังพูดไปถึง พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ว่าเกรงกลัวพรรคภูมิใจไทย เพราะ ตนเองอยากอยู่ในตำแหน่งและพรรคภูมิใจไทยเป็นฐานเสียงจึงต้องปกป้อง และยังถามไปยังนายกอีกว่าต้องการแค่นี้หรอไม่อยากให้ประเทศเจริญเหรอทำไมให้คนเหล่านี้เข้ามามีตำแหน่งในการบริหารประเทศ เพราะเป็นสิ่งเลวร้ายที่สุดของประเทศ
และนายชูวิทย์ ยังพูดถึงการประมูลการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ว่า เป็นอาถรรพ์มาก เพราะต้องรอดใต้แม่น้ำเจ้าพระยา ผ่านวัดพระแก้ว หากใครกระทำโดยมิชอบก็ขอให้มีอันเป็นไป และยังพูดถึง บริษัทที่เข้ามาประมูลจะต้องมี 3 คุณสมบัติคือ 1ระบบราง 2 อุโมงค์ 3สถานี ซึ่งมีหลายบริษัท เข้ามาประมูล ทั้ง บ.อิตาเลียนไทย ที่เสนอ 120,000 ล้านบาท ช.การช่าง เสนอ 9 หมื่นกว่าล้าน และ บ.BTS เสนอ 9,700 ล้านบาท ซึ่งราคากลาง อยู่ที่ 9 หมื่นทำให้ ช.การช่างได้รับงานดังกล่าวไป
ซึ่งนายชูวิทย์มองว่าการให้ ช.การช่างได้งานไป ทำให้ เกิดความเสียหาย 700% และอีกสิ่งที่ ทำให้ ช.การช่าง ได้งานไปคือ แก๊ง สวนกุหลาบคอนเน็คชั่นส์ เป็นคนช่วย โดยมีสมาชิก 5 คน คือ นายศักดิ์สยาม / นายเนวิน / นายปลิว / นกหวีด และนายสุชาติ ที่เจ้าหน้าที่ ปปช. พร้อมกับพูดถึงนาย สุชาติ ว่าการได้ตำแหน่งใน ปปช. นั้นไม่ถูกต้อง เพราะขาดคุณสมบัติ
จากนั้น นายชูวิทย์ ได้มีการ ฉีดสเปย์ใส่โมเดลรถไฟสีส้ม และใช้ ค้อนทุบพร้อม มีการตัดเค้กเขากระโดง สาปแช่ง ถ้าใครโกงกินเงินของประเทศชาติ ให้มันชิบหายมีอันเป็นไปทั้งตระกูล
รวมถึงนายชูวิทย์ยังพูดถึง นายสนธิ ลิ้มทองกุล ว่าการที่ตนเองออกมาเดินหน้าแฉไม่ได้มีใครหนุนหลัง แต่ต้องการทำเพื่อประเทศชาติดีขึ้น และไม่รู้ว่าทำไมสนธิถึงออกมาโจมตีตนเอง แต่ตนอยากจะพูดฝากไปว่า "ใครจะอยู่ ใครจะตายก่อนกัน
รับชมทางยูทูบที่ : https://youtu.be/AwqVCp81idU