สังคม
“ป๋อง สุพรรณ” ให้ข้อมูลกับกองปราบแล้ว บอกเป็นแค่กรรมการ “มูลนิธิหวันโชติ” เฉยๆ ยันไม่เกี่ยวการเงิน
8 ชั่วโมงที่แล้ว
59 views
“ป๋อง สุพรรณ” เผยเข้าให้ปากคำตำรวจแล้ว กรณีเป็นกรรมการ “มูลนิธิหวันโชติ” ยืนยันไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเงินของมูลนิธิฯ เป็นแค่กรรมการเฉยๆ ยอมรับเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตอนนี้ยังไม่กล้าไปวัดเลย
จากกรณีที่พนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามให้มีการออกหมายเรียก นายเสมอ งิ้วงาม หรือ “ป๋อง สุพรรณ” เซียนพระรุ่นใหญ่ชื่อดังในวงการ เข้ามาให้ข้อมูลเรื่องมูลนิธิหวันโชติ จัดตั้งขึ้นโดยสมีโชติ อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ หลังพบว่าเป็นหนึ่งในคณะกรรมการ
ทีมข่าวได้ติดต่อไปยัง ป๋อง สุพรรณ ระบุว่า ได้เดินทางเข้ามาให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนแล้ว ตั้งแต่วันที่ 17 กันยายนที่ผ่านมา ในฐานะกรรมการมูลนิธิหวันโชติ เนื่องจาก เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ.2568 อดีตเจ้าอาวาสได้ติดต่อมาหาตนว่า ให้มาเป็นกรรมการมูลนิธิฯ ด้วยความที่เป็นลูกศิษย์และศรัทธา ตนจึงไม่ได้ขัดอะไร แต่ก็ไม่ได้มีอำนาจในมูลนิธิฯดังกล่าว การจะทำเอกสารหรือการเบิกเงินมูลนิธิฯ อำนาจอยู่ที่อดีตเจ้าอาวาส , เลขา และกรรมการ รวม 3 คน ตนเป็นเพียงแค่กรรมการที่ถูกแต่งตั้งมาเท่านั้น ซึ่งตนไม่ได้ทราบถึงการเงินของมูลนิธิฯเลย เรื่องนี้ก็ได้ชี้แจงกับพนักงานสอบสวนไปหมดแล้ว เงินทั้งหมดของมูลนิธิฯ ตนไม่ทราบและไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง เพราะตั้งแต่ที่เข้ามาเป็นกรรมการก็ไม่เคยมีวาระการประชุม แม้แต่ครั้งเดียว หากอยากรู้ว่ามีเงินอยู่เท่าไร ต้องถามคนที่ชื่อว่า “คุณหมี” ที่เป็นเลขาและ เหรัญญิกที่ดูแลเรื่องเงินให้กับอดีตเจ้าอาวาส
ที่ผ่านมา ตนพอทราบว่า มูลนิธิฯนี้เคยมีการเบิกเงินไปซื้อครื่องมือทางการแพทย์ ข้าวสารอาการแห้ง นำไปช่วยเหลือบริจาคตามที่ต่างๆ โดยมีหลักฐานที่ชัดเจน แต่เชิ่อว่า เงินมูลนิธิฯยังมีไม่มาก เนื่องจากเพิ่งจัดตั้งขึ้นมาได้เมื่อไม่นาน
ผู้สื่อข่าวถามว่าหลังจากทราบเรื่องเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับอดีตเจ้าอาวาสแล้วรู้สึกอย่างไร นายป๋อง สุพรรณ เผยว่า ตนก็รู้สึกเสียใจเหมือนกับคนอื่นที่ศรัทธาในตัวอดีตเจ้าอาวาส ส่วนตัวแล้วตนเคยบวชที่วัดนี้ โดยพระอุปัชฌาย์กับหลวงพ่อหวล อดีตเจ้าอาวาส ก่อนจะช่วยบูรณาพัฒนาวัดพุทไธศวรรย์ ถวายเสา 60 ต้น สร้างศูนย์ปฏิบัติธรรม เพราะหลวงพ่อหวลเคย กล่าวไว้ว่าอย่าทิ้งวัด ตนจึงรับปาก พอเจ้าอาวาสองค์ใหม่มาก็ต้องช่วยเหลือ เพราะเจ้าอาวาสองค์ใหม่มาบอกอยากบูรณะวัดแต่ต้องใช้เงินหลักร้อยล้าน ตนก็ได้ร่วมถวายไป
ส่วนพฤติกรรมของอดีตเจ้าอาวาส ที่ผ่านมา ไม่เคยสงสัยในตัวอดีตเจ้าอาวาสเลยแม้แต่น้อย ขนาดลูกศิษย์ที่เป็นคนขับรถของอดีตเจ้าอาวาส ทำงานมา 20 ปียังบ่นกับตนเลยว่ามาหลอกกันได้ และรู้สึกเสียใจ ซึ่งตนเคยตั้งข้อสงสัยเพียงบ้าง แต่ก็ไม่ได้คิดอะไร คิดว่าไปแค่กราบไหว้ทำบุญ ไม่ได้ไปนอนเฝ้ากับเขา ก็เลยไม่รู้พฤติกรรม ยอมรับว่าตนไปที่วัดบ่อยเพราะไปกราบองค์หลวงพ่อใหญ่จตุครามซึ่งเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ
ส่วนสีกาเอ๋ ไม่เคยคุยด้วย แต่เคยเห็นอยู่ที่วัด หากอยากรู้อะไรเพิ่มควรไปถามลูกศิษย์น่าจะรู้รายละเอียดมากกว่าตัวเอง เพราะตนเองเป็นคนนอก
หลังเกิดเรื่องขึ้น ก็ยังไม่ได้เข้าไปที่วัด เนื่องจากยังสะเทือนใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น แต่ยังอยากเข้าไปกราบไหว้องค์หลวงพ่อจตุคามอยู่ เพราะเป็นสิ่งที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของเรา แล้วก็ได้ฝากบอกถึง เจ้าอาวาสรูปใหม่ ว่าอย่าทำลายองค์หลวงพ่อจตุคามทิ้งนะ ให้คนอื่นได้มากราบไหว้องค์หลวงพ่อจตุคาม องค์นี้ที่บุด้วยทองหนักถึง 9 กิโลกรัม ที่มาจากศรัทธาของประชาชน ส่วนตัวบริจาคทองไป 1 กิโลกรัม ซึ่งตอนนี้ก็ยังสร้างไม่เสร็จ ทองยังอยู่กับผู้รับเหมาชุดใหม่ ซึ่งไม่รู้จะสร้างเสร็จตอนไหน ต้องไปถามกับทางวัด
แท็กที่เกี่ยวข้อง กองปราบ ,มูลนิธิหวันโชติ ,ป๋อง สุพรรณ