อาชญากรรม

“ป๋อง สุพรรณ” แจงปมถวายทอง 1 กก. ยันไม่เคยยุ่งเงินวัด จุกอกถอนหายใจ “ศรัทธาสิ้นสงสัย แต่ศรัทธาก็แพ้สีกาได้”

1 ชั่วโมงที่แล้ว

7 views

“ป๋อง สุพรรณ” แจงปมถวายทอง 1 กิโลกรัม ร่วมสร้างองค์หลวงพ่อจตุคาม ยันไม่เคยยุ่งเงินวัด รับจุกอกเสียใจ หลังจากนี้ผิดว่าไปตามผิด ลั่นไม่ห้อยแล้วเหรียญเหนือดวง เตรียมนำไปหล่อทองขาย หันมาห้อยหลวงพ่อโสธรแทน ถอนหายใจบอก “ศรัทธาสิ้นสงสัย แต่ศรัทธาก็แพ้สีกาได้”

วันที่ 22 ก.ย.2569 ภายหลังจากเข้าให้ปากคำนานกว่า 2 ชั่วโมง เวลา 13.00 น. นายเสมอ งิ้วงาม หรือ ป๋อง สุพรรณ เซียนพระ ออกมาให้สัมภาษณ์ภายหลังเข้าพบพนักงานสอบสวน กองกำกับการ 1 กองบังคับการปราบปราม เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับกรณีที่เกี่ยวข้องกับอดีตเจ้าอาวาสวัด โดยป๋อง สุพรรณเปิดเผยว่า วันนี้มาให้ปากคำและให้ข้อมูลกับพนักงานสอบสวน ซึ่งเป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการสอบสวนหลายเรื่อง

ป๋อง สุพรรณ กล่าวว่า ในส่วนที่ตนมีชื่อเป็นกรรมการในมูลนิธิหวันโชติ ที่นายอติโชติ ทันประเสริฐ หรืออดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ จัดตั้งขึ้น โดยบอกว่า ตนไม่มีอำนาจในการสั่งจ่ายเงิน โดยผู้ที่มีอำนาจสั่งจ่ายมี 3 คน คือ แม่ของอดีตเจ้าอาวาส เลขานุการ และเหรัญญิก ดังนั้นตนจึงไม่ได้รับรู้เรื่องเงิน และไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องกับการเงินของมูลนิธิ และยืนยันว่า ตนไม่เคยเข้าไปยุ่งกับเงินวัด และสามารถตรวจสอบบัญชีได้ พร้อมย้ำว่าไม่เคยเอาเงินวัด มีแต่เป็นผู้ถวายเงินและถือว่าเป็นการทำบุญ ส่วนทองที่ถวายก็มีวัตถุประสงค์เพื่อนำไปหุ้มองค์พ่อ

ส่วนกรณีที่มีคนถามถึงเรื่องทองคำ 1 กิโลกรัมที่ตนถวาย ป๋อง สุพรรณ กล่าวว่า ทองดังกล่าวถวายเพื่อใช้หุ้มองค์พ่อจตุคามรามเทพที่วัด ซึ่งเป็นสิ่งที่ตนเคารพและศรัทธา ก่อนจะมีดำริว่าจะบุองค์พ่อทั้งหมด จึงนำช่างมาตีราคาและคำนวณว่าจะต้องใช้ทองประมาณ 9 กิโลกรัม โดยตนเป็นหนึ่งในผู้ที่ศรัทธาและถวายทองจำนวน 1 กิโลกรัม ส่วนทองทั้งหมดนั้นยังอยู่กับช่างอีกประมาณ 2 กิโลกรัม ซึ่งนำไปรีดอยู่ โดยวันนี้ตนได้ให้ข้อมูลกับกองปราบ และได้รับข้อมูลว่าช่างได้ติดต่อเพื่อนำทองมาคืนแล้ว เพื่อจะได้นำไปบุองค์พ่อให้เสร็จ หรือส่งมอบให้ทางวัดดำเนินการต่อ

ป๋อง สุพรรณ ยังฝากถึงผู้ที่จะเข้ามาเป็นเจ้าอาวาสต่อ หรือผู้ที่จะเข้ามาดำเนินการเกี่ยวกับวัดว่า ไม่อยากให้ทำลายองค์พ่อ แต่หากเป็นไปได้อยากให้บูรณะ หรือสร้างวิหารแยกต่างหาก เพื่อให้ลูกศิษย์และผู้ที่ศรัทธาองค์พ่อจตุคามรามเทพได้เข้าไปกราบไหว้และขอพร

“วัดก็ส่วนวัด และวัดมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ มีของดี หากใครไม่ดีและออกไปแล้วก็ต้องตัดออกไป เพราะตนรับไม่ได้”

ส่วนเรื่องที่ต้องการชี้แจงมากที่สุด คือกรณีที่อาจารย์โชติไม่จับเงิน โดย ป๋อง สุพรรณ เล่าว่า ตนไปวัดตั้งแต่ปี 2552 และบวชที่วัดแห่งนี้วันที่ 26 ตุลาคม 2559 โดยบวชกับหลวงพ่อหวล เป็นอดีตเจ้าอาวาส วัดพุทไธศวรรย์ และได้นำเสาไปถวายหลวงพ่อหวลจำนวน 60 ต้น ความยาวต้นละ 6 เมตร แต่หลวงพ่อหวลบอกว่าให้นำไปไว้ด้านใน เพราะปลวกจะกิน จึงนำไปทิ้งไว้ในสระน้ำ หลังจากหลวงพ่อหวลมรณภาพ และอาจารย์โชติเข้ามาเป็นเจ้าอาวาส อาจารย์โชติได้นำเสาทั้ง 60 ต้นที่ตนถวายขึ้นมา และนำไปสร้างศูนย์ปฏิบัติธรรมจนแล้วเสร็จ ทำให้ตนเกิดความศรัทธามากขึ้น

ป๋อง สุพรรณ กล่าวว่า ในช่วงที่พูดคุยกัน อาจารย์โชติเคยบอกว่าไม่มีเงินและไม่สร้างวัด โดยการบูรณะวัดต้องใช้เงินประมาณ 200-300 ล้านบาท และอาจารย์โชติบอกว่าจะไม่จับเงินวัด ไม่แตะต้องเงินวัด โดยตอนที่หลวงพ่อหวลมรณภาพ บัญชีวัดมีเงินประมาณ 26 ล้านบาท แต่ล่าสุดตนเพิ่งทราบจากพนักงานสอบสวนว่า เงินวัดมีมากกว่านั้น

ป๋อง สุพรรณ กล่าวว่า เมื่อถามว่าจะทำอย่างไรในการบูรณะวัด จึงมีการสร้างวัตถุมงคล โดยตนเป็นคนดูแลและติดต่อโรงงาน ส่วนทางวัดจะเป็นผู้จ่ายเงินโดยตรง เมื่อสร้างเสร็จและปลุกเสกเสร็จ ตนก็จะทำเสื้อหรือผ้ายันต์ และไม่เคยนำเงินวัดมาใช้ โดยจะเป็นผู้ทำพิธี ประชาสัมพันธ์ และเชิญชวนให้คนมาร่วมทำบุญ เพราะมีความศรัทธาและต้องการช่วยกันสร้างวัด

ป๋อง สุพรรณ กล่าวว่า เงินสามารถหาได้จริง แต่สุดท้ายวัดไม่ได้ถูกสร้างตามวัตถุประสงค์ จึงต้องขออภัยลูกศิษย์และผู้ใหญ่ที่ตนเคยแนะนำหรือชักชวนให้ไปทำบุญ เพราะตนศรัทธาจริงๆ พร้อมระบุว่า เมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้น ตนต้องแยกระหว่างความศรัทธากับความงมงาย เพราะเมื่อเห็นภาพที่เกิดขึ้น ตนรู้สึกเสียใจมากจุกอก เพราะขอครอบครัวศรัทธานับถือจริงๆ

สำหรับเหรียญเหนือดวง ป๋อง สุพรรณ กล่าวว่า รุ่นที่สร้างขึ้นในปี 2549 ตนยังไม่ได้เข้าวัด แต่รุ่นหลัง ๆ ที่สร้างขึ้น เช่น รุ่นปาฏิหาริย์ เหนือดวง ตนช่วยประชาสัมพันธ์เพื่อให้คนไปจองวัตถุมงคลที่วัด และนำเงินเข้าวัดเพื่อบูรณะวัด แต่วันนี้อดีตเจ้าอาวาสไม่ได้นำเงินไปสร้างตามวัตถุประสงค์ ตนจึงรับไม่ได้ และได้มาให้ข้อมูลกับพนักงานสอบสวน ปัจจุบันสำหรับเหรียญรุ่นเหนือดวงครอบครัวของตนเองไม่มีใครห้อยแล้ว และจะนำไปให้ช่างทองนำไปหล่อและขาย แล้วนำเงินไปทำบุญ ส่วนตอนนี้ตนมาห้อยหลวงพ่อโสธร

ส่วนวัตถุมงคลที่อดีตพระโชติสร้างขึ้นและตนมีไว้ครอบครอง ป๋อง สุพรรณ กล่าวว่า ทุกครั้งที่มีการสร้างวัตถุมงคล ส่วนหนึ่งที่ตนจองก็จะต้องจ่ายเงินในราคาเดียวกับคนอื่น โดยบางส่วนเพื่อนฝากจอง และแบ่งให้ทีมงานที่ต้องการ ส่วนตนจะเก็บไว้เพียงชุดหนึ่งเพื่อห้อย

ป๋อง สุพรรณ กล่าวว่า หากจับสลากได้หมายเลขพิเศษและมีคนเสนอราคาสูง ตนก็ไม่ได้ขาย แต่เก็บไว้ โดยวัตถุมงคลที่มีอยู่ไม่ได้มีจำนวนมาก และจะมีการแบ่งให้คนในสายที่ตนพาไปชวนหรือไปร่วมประมูลกัน เพราะเป็นการทำบุญ

สำหรับเหรียญหายากที่มีไว้ครอบครอง ป๋อง สุพรรณ กล่าวว่า รุ่นที่หายากอาจเป็นรุ่นเหนือดวง ซึ่งมีราคาค่อนข้างสูงและเป็นที่นิยม โดยชาวต่างชาติ โดยเฉพาะฮ่องกง ซื้อในราคาสูง และเท่าที่ทราบเคยมีการซื้อกับอาจารย์โชติโดยตรงในราคา 15 ล้านบาท ส่วนตัวเชื่อว่าคนที่มีเหรียญเหล่านี้อยู่ยังรับได้ เพราะเป็นองค์พ่อ ไม่ใช่รูปของอาจารย์โชติ

ส่วนกรณีที่อดีตเจ้าอาวาสประสานให้ตนเข้าไปเป็นกรรมการ ป๋อง สุพรรณ กล่าวว่า อดีตเจ้าอาวาสแจ้งวัตถุประสงค์ให้ทราบ หากไม่แจ้งตนก็ไม่ทำ โดยบอกว่าจะบูรณะวัด และกรรมการรวมถึงลูกศิษย์จะต้องช่วยกันหาเงินมาสร้างวัด จากนั้นจึงมีการสร้างวัตถุมงคล และนำเงินถวายให้วัด โดยทางวัดเป็นผู้ขายและจ่ายเงินเอง

ส่วนกรณีที่สีกาเอ๋เข้าวัดในช่วงเวลาใกล้เคียงกับที่ตนเข้ามาศรัทธานั้น ป๋อง สุพรรณ กล่าวว่า สีกาเอ๋เข้ามาทีหลัง และตนเพิ่งเห็นเมื่อประมาณ 1-2 ปีที่ผ่านมา พร้อมระบุว่า แม้แต่ลูกศิษย์ที่อยู่ใกล้ชิดก็ไม่รู้เรื่อง โดยมีลูกศิษย์คนหนึ่งโทรศัพท์มาบอกว่าเหมือนถูกหลอกมานาน 20 ปี และตนก็สงสารลูกศิษย์บางคนที่เคยดูแลและขับรถให้

ส่วนเรื่องเงินวัด ป๋อง สุพรรณ ยืนยันว่าไม่รู้เรื่อง เพราะการเงินเป็นบัญชีที่ทางอดีตเจ้าอาวาสดูแลเอง โดยเวลาที่ตนทำบุญจะโอนเงินเข้าบัญชีที่เป็นชื่อของนายโชติ และมีหลักฐานการโอนเงินชัดเจน เช่น การถวายประทัด 2 แสนนัด ซึ่งมีค่าใช้จ่ายประมาณ 30,000-32,000 บาท โดยตนจะโอนเงินและแจ้งว่าโอนแล้ว

ป๋อง สุพรรณ กล่าวว่า ทุกสำนักข่าวโทรศัพท์มาหาตน แต่ที่ผ่านมาไม่เคยอยากออกไปรายการ เพราะยังรู้สึกชอกช้ำ และเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องที่ตนรับไม่ได้ แต่ขอให้เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีไปตามกฎหมาย ใครผิดก็ว่ากันไปตามผิดแต่วันนี้กองปราบเรียกมา จึงมาให้ข้อมูลในฐานะพยาน และนำข้อมูลที่มีมาให้ ซึ่งหวังว่าจะเป็นประโยชน์ต่อการสืบสวน

ทั้งนี้ถ้าหากตนเองไม่ศรัทธาก็คงไม่พานักมวยไปกราบไหว้ โดยล่าสุดก่อนที่จะมีเรื่อง ตนยังพานักมวยไปไหว้ และนักมวยก็ชนะการแข่งขัน

ส่วนกรณีมูลนิธิออกใบอนุโมทนาบัตร ป๋อง สุพรรณ กล่าวว่า วันนี้ได้ให้ข้อมูลกับพนักงานสอบสวนแล้ว โดยมูลนิธิไม่สามารถออกใบอนุโมทนาบัตรได้ ส่วนทางวัดเป็นผู้ไปออกใบของวัดเอง ไม่เกี่ยวกับมูลนิธิ ซึ่งเงินที่เข้ามูลนิธิจะนำไปซื้อเครื่องมือแพทย์ โดยโอนไปยังบริษัทเครื่องมือแพทย์โดยตรง และนำไปซื้อข้าวสารแจกประชาชน ซึ่งเป็นกิจกรรมของมูลนิธิ

สำหรับการที่ตนเป็นกรรมการมูลนิธิ ป๋อง สุพรรณ กล่าวว่า มีคนบอกว่าให้เป็นกรรมการ เพราะตนมีความศรัทธาและเห็นว่ามูลนิธิน่าจะสามารถสร้างประโยชน์ได้ จึงรับเป็นกรรมการ แต่ไม่ได้มีสิทธิ์หรือมีการประชุมเพื่อให้กรรมการรับรู้ว่าจะดำเนินการเรื่องใด โดยผู้ที่มีอำนาจจะเป็นอดีตเจ้าอาวาสที่เป็นผู้เซ็นเบิกเงินมาใช้

ป๋อง สุพรรณ กล่าวว่า เลขานุการของมูลนิธิได้เข้ามาชี้แจงแล้ว โดยมูลนิธิมีกรรมการทั้งหมด 7 คน และวันนี้มีผู้เข้ามาชี้แจง 5 คน ส่วนตนเพิ่งเข้ามาเป็นกรรมการ โดยมูลนิธิเพิ่งตั้งเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายนของปีที่ผ่านมา ทำให้เงินไม่ได้เข้ามากมาย และตนไม่ค่อยรู้เรื่องมูลนิธิ เนื่องจากไม่มีอำนาจในการสั่งจ่าย เป็นเพียงกรรมการเท่านั้น

เมื่อถามว่าที่ผ่านมามีการเบิกจ่ายเงินกี่ครั้ง ป๋อง สุพรรณ กล่าวว่า ไม่ทราบ เพราะไม่มีวาระการประชุม โดยเลขานุการและเหรัญญิก รวมถึงอาจารย์โชติจะเป็นผู้รู้ ส่วนตนเป็นเพียงกรรมการเหมือนคนอื่นและไม่ทราบเรื่อง

เมื่อถามว่าที่ผ่านมามีเงินเข้าบัญชีส่วนตัวหรือไม่ ป๋อง สุพรรณ กล่าวว่า มีบัญชีส่วนตัวของนายโชติ และในส่วนของวัตถุมงคลที่สร้างขึ้น ตนจะถวายเงินสด

ก่อนที่ที่สุดท้าย ป๋อง สุพรรณ จะกล่าวทิ้งท้ายว่า “เฮ้อศรัทธาสิ้นสงสัย แต่ศรัทธาก็แพ้สีกาได้” จึงขอขอบคุณผู้สื่อข่าวทุกคน และขอโทษพี่น้องที่ตนเคยชักชวนให้ไปวัดและทำบุญ แต่เชื่อว่าคนที่ไปทำบุญได้รับกุศลแล้ว ส่วนคนที่นำเงินไปแล้วไม่ทำตามวัตถุประสงค์ก็ต้องรับกรรมไป

คุณอาจสนใจ

Related News