อาชญากรรม

กองปราบบุกค้นสำนัก "อาจารย์แก้กรรม" - เหยื่อโผล่เพิ่ม แฉพฤติกรรมวิปริตอนาจารสัตว์

2 ชั่วโมงที่แล้ว

181 views

เมื่อช่วงค่ำ วันที่ 9 พ.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปราม นำกำลังบุกตรวจค้นบ้านของอาจารย์แก้กรรม ที่บ้านท่ากองิ้ว หมู่ 2 ตำบลปากบ่อง อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน หลังมีผู้เสียหายเข้าแจ้งความดำเนินคดีถูกล่วงละเมิดทางเพศ

เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจบุกไปถึง อาจารย์แก้กรรม มีสีหน้าอาการตกใจจนหน้าซีดอย่างเห็นได้ชัด เพราะหวั่นว่าจะถูกจับกุม แต่เจ้าหน้าที่แจ้งว่ามาตรวจค้นหาหลักฐานต่างๆที่คาดว่าจะเกี่ยวข้องกับคดี โดยสามารถยึดเอกสารประมาณ 3-4 ลัง และเสื้อผ้า พร้อมทั้งเชิญตัวมาสอบสวนเพิ่มเติมที่ สภ.ป่าซาง แต่อาจารย์แก้กรรม อ้างว่ากำลังจะกินข้าว เพราะถึงเวลากินข้าวมื้อเย็น แต่กินไม่ลง ขอเวลากินข้าวสักพัก

ต่อมาเวลาประมาณ 20.21 น. อาจารย์แก้กรรมได้เดินทางมาพร้อมกับเลขาฯส่วนตัว เพื่อให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ และปฏิเสธให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน


ด้าน นายเอ (นามสมติ) อายุ 18 ปี พร้อมครอบครัว ผู้เสียหายจากอาจารย์อมมังกรแก้กรรมคนดัง เดินทางเข้าพบ นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ หรือ เอกสายไหมต้องรอด ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด


ผู้เสียหาย กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในเดือน ก.พ.ปี 2568 ขณะนั้นแม่ไปเที่ยวกับพ่อ และพาไปทำธุระแถวภาคเหนือ ก่อนจะเห็นคลิปวิดีโอในโซเชียลว่าอาจารย์คนดังกล่าวเป็นคนมีชื่อเสียง แม่มีอาการปวดหลังจึงเข้าไปให้อาจารย์คนดังกล่าวดูอาการให้

เมื่อไปถึง อาจารย์ให้แม่เข้าไปสอบถามอาการ มีการคุยกันเพียงเล็กน้อย ภายหลังจะมาคุยกับตน จากนั้นได้เรียกตนให้เข้าไปนั่งข้าง ๆ และมีการกระซิบข้างหูพูดเรื่องอนาจาร จากนั้นอาจารย์ได้ให้ลูกศิษย์หาร้านอาหารให้พ่อกับแม่ และบอกให้ตนเข้าไปกินข้าวกับอาจารย์เพียงแค่ 2 คน ระหว่างทานข้าวตลอด 1 ชั่วโมง อาจารย์ไม่มีการพูดเรื่องอนาจาร

ต่อมา เมื่อกินข้าวเสร็จ อาจารย์ได้พาเข้าไปในห้อง ก่อนให้นั่งสมาธิ 5 นาที และพูดเรื่องลามกเกี่ยวกับสัตว์ เช่น สุนัขตัวนี้น่ารักไหม อยากมีสัมพันธ์ด้วยไหม จะทำท่าไหน อาจารย์เล่าว่าตัวเองเคยกระทำอนาจารกับสุนัข

ก่อนที่จะเรียกสุนัขตัวหนึ่งเดินเข้าไปในห้อง และได้จับสุนัขตัวนั้นมาลูบหัว และจับอวัยวะเพศของสุนัข ก่อนที่อาจารย์จะส่งเสียงครางออกมา ตอนนั้นตนกลัวมาก ตลอดระยะเวลาที่อยู่ภายในห้อง อาจารย์คนดังกล่าวทำหน้าตาหื่นกาม เอาลิ้นเลียขอบปากอยู่บ่อยครั้ง

จากนั้นอาจารย์ก็ได้สั่งให้ตัวเองลุกยืนขึ้นและถกขากางเกงขึ้นมาให้เห็นขาอ่อน พูดจาแทะโลมเหมือนเดิม และถามย้ำว่าอยากทำอะไรกับหมาตัวนั้นไหม ถ้าทำได้จะทำท่าไหน หรือชอบสัตว์ชนิดไหน อยากมีเพศสัมพันธ์กับสัตว์ชนิดใด หรือชอบสถานที่ไหนในป่า หรือข้างคลอง ก่อนที่อาจารย์จะทำเสียงครางในลำคอ ตลอดระยะเวลาที่อยู่ภายในห้อง อาจารย์ได้ยึดโทรศัพท์มือถือ ไม่สามารถเก็บหลักฐานหรือติดต่อใครได้

อาจารย์บอกว่าตนชะตาขาด เป็นเคสเร่งด่วนที่ต้องแก้ไข โดยจะต้องถ่ายรูปอวัยวะเพศและก้นสุนัขมาวางคู่กัน และแนบเข้าไปในหนังสือของอาจารย์ และให้แพ็กส่งไปให้อาจารย์ทางไปรษณีย์ แต่ตนไม่ได้ทำ เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้จิตใจตัวเองย่ำแย่ กระทบกระเทือนจิตใจ

ด้าน นางบี (นามสมมติ) อายุ 48 ปี แม่ของผู้เสียหาย กล่าวว่า หลังจากกลับมาจากบ้านของอาจารย์ ลูกชายได้มาเปิดใจค่อย ๆ เล่าให้ฟังว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง ยอมรับหลังจากที่ฟังแล้วรู้สึกผิด และคิดว่าตนเป็นต้นเหตุที่ทำให้ลูกต้องมาเจอเหตุการณ์แบบนี้ ซึ่งเหตุการณ์นี้ทำให้ตนหมดความศรัทธาในอาจารย์คนดังกล่าว

เมื่อถามว่า ได้มีการไปแจ้งความดำเนินคดีกับอาจารย์คนดังกล่าวหรือไม่ นางบี กล่าวว่า ไม่ได้มีการแจ้งความ เพราะไม่มีหลักฐาน กลัวว่าจะทำอะไรอาจารย์ไม่ได้ เพราะในวันนั้นที่ตนเดินทางไป ลูกศิษย์ของอาจารย์เป็นพวกข้าราชการมีตำแหน่งมียศ จึงเกรงกลัว แต่จากการหาข้อมูลในโซเชียล พบว่ามีหลายคนที่โดนพฤติกรรมเช่นนี้

นายเอกภพ กล่าวว่า ผู้เสียหายน่าจะยังมีอีกเยอะ เพราะว่าทำมานานและพฤติกรรมคล้ายกันหมด และอาจารย์คงมองว่าตัวเองมีแรงศรัทธาเยอะลูกศิษย์เยอะ จึงเอามาเป็นเกราะป้องกันตนเองและคิดว่าคงไม่คิดว่าจะมีใครทำให้เขาเสียหายได้ แต่เวรกรรมมีจริง มัวแต่ดูดวงให้คนอื่นจนไม่ได้ดูดวงให้ตนเอง เวรกรรมกำลังจะตามทัน

อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 11 พ.ค.นี้ ตนจะพาผู้เสียหายเคสนี้ไปแจ้งความที่ กองกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปราม เพื่อให้สอบปากคำผู้เสียหาย รวบรวมเป็นพยานหลักฐานดำเนินคดีกับอาจารย์คนดังกล่าวต่อไป

ทั้งนี้ ยังฝากถึงประชาชนที่กำลังเจอกับเหตุการณ์ลักษณะนี้ให้ไปแจ้งความ เพราะวันนี้กำแพงศรัทธาแตกแล้ว ตำรวจพร้อมให้การช่วยเหลือเต็มที่ให้เอาคนไม่ดีออกจากสังคม

คุณอาจสนใจ

Related News