สังคม
ภรรยาร้องสามีถูกไล่ออกไม่เป็นธรรมหลังทำงาน 20 ปี อ้างทุจริตหวังเบี้ยวเงิน ทำสามีเครียดจนป่วยติดเตียง
3 ชั่วโมงที่แล้ว
134 views
ภรรยาร้องมูลนิธิดัง สามีถูกบริษัทชื่อดังไล่ออกไม่เป็นธรรมหลังทำงาน 20 ปี อ้างทุจริตหวังเบี้ยวเงินชดเชย ทำสามีเครียดจนป่วยติดเตียง
วันที่ 12 ก.ย. 2569 ที่สำนักงานรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรม นายธาตรี อดีตผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการ พร้อมด้วย นางสาวแววดาว ภรรยาผู้เสียหาย เดินทางเข้าร้องเรียนต่อ นายรณณรงค์ แก้วเพชร ประธานมูลนิธิรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม และว่าที่ ร.ต.รภัสสิทธิ์ ภัทรสิริชัยสิน รองประธานมูลนิธิรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม เพื่อขอความช่วยเหลือทางกฎหมาย กรณีถูกบริษัทชื่อดังเลิกจ้างไม่เป็นธรรม
นางแววดาว ภรรยา เปิดเผยว่าสามีไม่ได้เดินทางมาด้วยตัวเอง เพราะเครียดอย่างหนักจนป่วยติดเตียง ประกอบกับป่วยเป็นโรคตับแข็งและกระดูกเสื่อม จึงทำให้อาการทรุดลงอย่างรวดเร็ว สาเหตุที่ต้องมาร้องขอความเป็นธรรม เนื่องจาก นายธาตรี (สามี) ในฐานะผู้เสียหายถูกบริษัทชื่อดังแจ้งเลิกจ้างแบบฟ้าผ่า ทั้งที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตมานานกว่า 20 ปี ในตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการ ดูแลกว่า 10 สาขา ซึ่งเป็นงานที่หนักมาก แต่ก็รับผิดชอบได้ด้วยดีโดยไม่มีข้อบกพร่องมาตลอด
ทว่า เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2569 ทางบริษัทกลับแจ้งเลิกจ้างทันทีโดยให้มีผลในวันที่ 11 มีนาคม 2569 โดยอ้างสาเหตุว่านายธาตรีกระทำการทุจริต จึงขอยืนยันว่าข้อกล่าวหาดังกล่าวไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด เชื่อว่าที่พยายามกล่าวหาว่าทุจริตเพราะต้องการที่จะไม่จ่ายเงินชดเชย เนื่องจากมีอายุงานมากถึง 20 ปี
เมื่อเห็นว่าการกระทำของบริษัทไม่ถูกต้องและเป็นการละเมิดสิทธิ์ตามกฎหมายแรงงาน นายธาตรีจึงไม่ยอมจำนนต่อข้อกล่าวหา โดยได้ตัดสินใจดำเนินการยื่นคำร้องต่อศาลแรงงานกลางเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพื่อให้กระบวนการยุติธรรมพิสูจน์ความบริสุทธิ์และเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับพนักงานที่ทุ่มเททำงานให้องค์กรมาอย่างยาวนาน
ภรรยาผู้เสียหาย กล่าวด้วยว่า ในปี 2568 สามีป่วยด้วยโรคตับแข็งและโรคกระดูกเสื่อม ทำให้ต้องเดินทางไปพบแพทย์เป็นประจำเพื่อรักษาตัว ส่งผลให้มีความจำเป็นต้องลาป่วยบ่อยครั้งแต่ก็เป็นการลาที่ถูกต้องตามกฎระเบียบของบริษัทและตามกฎหมายทุกประการ แต่อาจจะทำให้บริษัทไม่พอใจจึงอยากจะเลิกจ้าง แต่ติดที่ว่าสามีมีอายุงานมาก ถ้าเลิกจ้างโดยไม่มีเหตุผลอันควร ก็ต้องจ่ายเงินชดเชยจำนวนมาก
สำหรับข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริตนั้น นายธาตรีชี้แจงว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2569 ตนเองได้เข้าไปตรวจร้านอาหารในความรับผิดชอบ ที่สาขาราชพฤกษ์ และดำเนินการเคลียร์อุปกรณ์ภายในร้านที่ใช้งานแล้ว รวมถึงอุปกรณ์ที่ไม่จำเป็นต้องใช้ เพื่อนำไปส่งต่อให้กับสาขาอื่นๆ ที่มีความต้องการใช้งาน ซึ่งการย้ายอุปกรณ์ลักษณะนี้ถือเป็นงานในหน้าที่ อำนาจบริหารจัดการ และเป็นประเพณีปฏิบัติในการทำงานเรื่อยมาโดยไม่เคยมีปัญหาขัดข้องแต่อย่างใด
ในวันดังกล่าว ตนเองได้มอบหมายให้พนักงานของร้านชื่อเล่น “ต้า” เป็นผู้รวบรวมอุปกรณ์ที่ไม่ได้ใช้ใส่ถุง และนำไปไว้ในรถยนต์ของตนเพื่อเตรียมนำไปกระจายให้สาขาอื่น จนกระทั่งในช่วงเย็นของวันเดียวกัน ทีมงานของบริษัทก็ได้ติดต่อเข้ามา ซึ่งกระบวนการทั้งหมดเป็นการปฏิบัติงานตามปกติวิสัยของตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการ แต่กลับถูกบริษัทหยิบยกมากล่าวหาว่าเป็นความผิดร้ายแรงเพื่อใช้เป็นข้ออ้างในการเลิกจ้างและตัดสิทธิเงินชดเชยตามกฎหมายดังกล่าว ทำให้รู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรม เพราะได้ทำหน้าที่ตามปกติและไม่มีการกระทำที่เป็นไปในทางทุจริตแต่อย่างใด จึงต้องเดินหน้าฟ้องร้องตามกฎหมายเพื่อเรียกศักดิ์ศรีและสิทธิประโยชน์ตามกฎหมายคืนมา และเนื่องจากนายจ้างเป็นบริษัทใหญ่ กลัวว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงอยากร้องขอความเป็นธรรมกับสื่อมวลชนด้วย เพราะหากการกระทำของบริษัทในครั้งนี้ประสบความสำเร็จ ก็อาจจะเป็นบรรทัดฐานที่นำไปปฎิบัติต่อพนักงานคนอื่นๆ ด้วย
แท็กที่เกี่ยวข้อง นนทบุรี ,ถูกไล่ออกไม่เป็นธรรม