สังคม
หนุ่มตกงานพาน้องชาย ม.6 ตระเวนคุ้ยถังขยะกลางคืนหาอาหารประทัง 3 ชีวิต
3 ชั่วโมงที่แล้ว
4 views
สุดสงสาร หนุ่มตกงานพาน้องชาย ม.6 ตระเวนคุ้ยถังขยะกลางคืนหาอาหารประทัง 3 ชีวิต แม่ล้มป่วยถูกซาเล้งชนแล้วหนี ซ้ำน้ำไฟถูกตัด อาศัยเข้าห้องน้ำปั๊มแทน
ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า พบครอบครัว 3 ชีวิตที่น่ารันทด เมื่อพี่ชายซึ่งจบปริญญาตรีนิติศาสตร์เกิดตกงานและหางานใหม่ทำไม่ได้ พาน้องชายวัย 19 ปี เพิ่งเรียนจบชั้น ม.6 ตระเวนหาคุ้ยถังขยะตามร้านอาหารและร้านสะดวกซื้อเพื่อหาอาหารกลับบ้านไว้ประทังชีวิต 3 แม่ลูก เนื่องจากทางครอบครัวนี้ไม่มีรายได้และยังถูกตัดน้ำตัดไฟมาประมาณ 2 เดือน ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ยากลำบาก
ต่อมา วันที่ 24 ก.ย. 2569 ผู้สื่อข่าวเดินทางลงพื้นที่ยังหมู่บ้านแห่งหนึ่งใน อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี โดยได้พบนายบี อายุ 19 นักเรียนชั้น ม.6 ผู้เป็นน้องชาย เปิดเผยว่า ที่บ้านอาศัยอยู่กัน 3 คน คือ แม่ พี่ และตนเอง สาเหตุที่ครอบครัวต้องประสบปัญหา เนื่องมาจากพี่ชายซึ่งเป็นคนหาเลี้ยงครอบครัวเกิดตกงานและยังหางานใหม่ทำไม่ได้ ส่วนแม่ก็ประสบอุบัติเหตุถูกรถซาเล้งเฉี่ยวชนทำให้ทำงานไม่ได้ จนทำให้น้ำกับไฟถูกตัดไปประมาณ 2 เดือนแล้ว ทำให้ครอบครัวไม่มีน้ำไฟใช้และไม่มีรายได้ไปหาซื้ออาหาร ทำให้พี่ชายตัดสินใจพาออกไปช่วยกันคุ้ยถังขยะตามร้านอาหารและร้านสะดวกซื้อ ซึ่งก็พอได้อาหารมาประทังชีวิตให้อยู่รอดในสภาวะที่ครอบครัวต้องเจอกับวิกฤตเช่นนี้
นายบี กล่าวว่า แม้ชีวิตครอบครัวจะยากแค้นแบบนี้ แต่มองว่าจะไปโทษเศรษฐกิจอย่างเดียวไม่ได้ ซึ่งมันอาจเป็นช่วงที่เกิดสภาวะที่แย่กับครอบครัวพอดี ทำให้ตนเองกับพี่ชายต้องออกไปคุ้ยขยะกัน ซึ่งเพิ่งจะทำมาได้เพียงสัปดาห์หนึ่ง เพราะก่อนหน้านี้ก็ไม่ได้ลำบากกันขนาดนี้ ที่ทำไปก็เพื่อหาอาหารยังชีพไว้เพื่อรอให้มีงานทำ ซึ่งทั้งตนเองกับพี่ชายก็พยายามหางานทำกันอยู่ ที่ผ่านมาพี่ชายก็ไปสมัครงานแต่ยังไม่ได้งานทำ ก็พยายามสมัครงานไปเรื่อยๆ
การที่ตนเองกับพี่ชายออกไปเก็บเศษอาหารเพื่อประทังชีวิตนั้น ก็อาศัยเดินไปเก็บตามถังขยะหน้าร้านอาหาร ร้านสะดวกซื้อ ตามทางที่เดิน ก็จะพบกับอาหารที่เหลือทิ้ง ซึ่งจริงๆ ใครก็มองดูว่าสกปรก แต่ตนเองกับพี่ชายมองว่ามันเป็นอาหารที่สามารถใช้ยังชีพได้ เพื่อใช้พยุงชีพไปก่อนในตอนนี้ เพื่อในอนาคตจะได้งานทำ ซึ่งเมื่อได้งานทำแล้ว ตนเองกับพี่ก็จะไม่ต้องมาเดินคุ้ยหาเศษอาหารกันแบบนี้อีกแล้ว ส่วนสาเหตุที่ไม่ไปขอข้าววัดกินเพราะคิดว่าการทำแบบนี้ตนเองกับพี่ชายไม่ได้ไปเบียดเบียนใคร แค่เป็นช่วงที่ประทังชีวิตไปก่อนในตอนนี้เพื่อรองาน ซึ่งการเดินตระเวนเก็บเศษอาหารนั้นสามารถหาอาหารตามถังขยะได้ครบ 3 มื้อแต่ละวัน แบ่งกันกินในครอบครัวได้ลงตัว
นายบี กล่าวอีกว่า ส่วนที่น้ำประปาและไฟฟ้าโดนตัดไป ก็สร้างความเดือดร้อนกับครอบครัว แต่ตอนนี้ก็เริ่มอยู่ได้ เริ่มชินกันแล้ว โทรศัพท์มือถือก็อาศัยไปชาร์ตไฟข้างนอก เน็ตก็ไปหาใช้ไวไฟฟรี ส่วนน้ำก็ยังพอมีน้ำในแทงค์น้ำพอได้ใช้ดื่มกิน ทั้งน้ำทั้งไฟฟ้าถูกตัดมา 2 เดือนแล้ว ทำให้ครอบครัวต้องอยู่กันแบบนี้ เรื่องเข้าห้องน้ำก็อาศัยเดินไปปั๊มแทน เพราะเดินไปจนบ่อยจนชินแล้วทำให้รู้สึกว่าเดินไปเข้าห้องน้ำมันไม่ไกลแล้ว สำหรับคนทั่วไปอาจจะดูลำบากมาก แต่สำหรับครอบครัวมันเหมือนกับการปรับตัวกับความลำบากนี้ได้แล้ว พี่ชายเรียนจบปริญญาตรี ยังหางานทำไม่ได้ ส่วนตนเองเรียนจบมัธยมปีที่ 6 ไปแล้ว ตอนนี้ก็พยายามช่วยกันหางานทำไปก่อน แม้ว่าจะยังไม่ได้เรียนต่อ แต่ก็มองว่าการศึกษาไม่ได้สายเกินไปที่จะเรียน หากมีโอกาสก็จะพยายามจะเรียนไปด้วยทำงานไปด้วย
ผู้สื่อข่าวถามนายบีว่าต้องการความช่วยเหลืออะไรบ้าง นายบีตอบว่าถ้ามีผู้ใหญ่ใจดีมาช่วยต่อน้ำต่อไฟฟ้าให้กับครอบครัว คิดว่าชีวิตครอบครัวก็น่าจะดีขึ้น ซึ่งที่บ้านค้างค่าน้ำไว้หลายเดือนประมาณ 3,000-4,000 บาทก่อนจะถูกตัดไป ส่วนค่าไฟฟ้าอยู่ที่ประมาณ 7,000-8,000 บาทเท่านั้น ซึ่งถ้าจะมีคนมาช่วย ก็ขอบคุณมากๆ แต่ถ้าไม่มีใครช่วยก็ไม่เป็นไร เพราะไม่อยากไปรบกวนใครทำให้ใครเดือดร้อน ตอนนี้ถือว่าทางครอบครัวกำลังปรับสภาพเพื่อให้อยู่กันได้ ซึ่งก็ไม่ได้อยากเป็นข่าวให้เป็นเรื่องราวอะไร เพราะกลัวจะผู้คนที่ไม่เข้าใจในชีวิตครอบครัวมาวิพากษ์วิจารณ์ในทางเสียหาย