สังคม

หมอไขปริศนา “รอยพับติ่งหู” สัญญาณบอกเสี่ยงโรคหัวใจหรือไม่?

8 ชั่วโมงที่แล้ว

1.1K views

แพทย์สถาบันโรคทรวงอก ไขปริศนา “Frank’s Sign” หรือ “รอยพับติ่งหู” สัญญาณบอกเสี่ยงโรคหัวใจหรือไม่? แนะตรวจเช็กร่างกาย

นายแพทย์เขตต์ ศรีประทักษ์ ผู้อำนวยการสถาบันโรคทรวงอก อธิบายว่า ถึงกรณีรอยพับที่ติ่งหู หรือ Frank’s Sign เป็นสิ่งบ่งชี้ว่าโรคหัวใจนั้น นพ.เขตต์ อธิบายว่า ไม่ได้มีการใช้รอยพับของติ่งหูเป็นการวินิจฉัย เพียงแต่ Frank’s Sign อาจจะบอกว่าคุณอาจจะมีโรคไขมันสูงอยู่

แต่ในทางกลับกัน นอกจากหูที่พับแล้ว ยังมีลักษณะภายนอกอย่างอื่นด้วยที่บอกว่าไขมันสูง เช่น ก้อนไขมันที่เอ็นร้อยหวาย ที่เวลาลูบดูจะเป็นตุ่มๆ ที่หัวตา เป็นคราบสีเหลืองซึ่งเป็นคราบไขมัน หรือว่าบริเวณข้อศอก ที่พอลูบไปแล้วจะเจอเป็นตุ่มเป็นก้อนไขมัน เหล่านี้คืออาการภายนอกของไขมันสูง โดยเฉพาะไขมันเลว ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ

แต่ย้ำว่า ปัจจัยเหล่านี้ไม่ได้เป็นตัววินิจฉัยหลักว่าคุณเป็นโรคหัวใจ หรือถ้าพูดให้เข้าใจง่ายๆ คือ คุณมีลักษณะของโรคที่เป็นความเสี่ยงของหัวใจ แนะนำให้ไปตรวจเพิ่มเติม

เมี่อถามว่า แล้วลักษณะติ่งหูพับ ให้สังเกตจากอายุด้วย เช่นว่า หากเจอในคนอายุน้อย ซึ่งยังไม่ควรจะมีรอยย่น รอยพับ ประกอบกับเมื่อซักประวัติครอบครัวกลับไป แล้วพบว่ามีคนในครอบครัวอาจจะเคยเป็นโรคหัวใจ หลอดเลือด ไขมันสูง ก็อาจจะต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ โดยลักษณะรอยพับที่หู เป็นรอยเฉียง ซึ่งอาจจะเกิดจากหลอดเลือดที่อยู่ใต้บริเวณนั้น เกิดเสื่อมสภาพ ทำให้เกิดการเหี่ยว หรือว่าการย่นเป็นรอย

เมื่อถามว่า ติ่งหูไปสัมพันธ์กับหัวใจได้อย่างไร คุณหมออธิบายว่า โรคของหลอดเลือด เป็นโรคระบบหลอดเลือดในร่างกายมีหมด และพวกหลอดเลือดฝอยก็เป็นโรคอย่างหนึ่งเหมือนกัน เพราะฉะนั้นคุณอาจจะมีโรคทั้งระบบของหลอดเลือด ก็อาจจะมีอาการแสดงให้เห็นบริเวณหลอดเลือดชั้นใต้ผิวหนัง

คุณหมอย้ำว่า การที่เห็นรอยพับ รอยย่น ที่ Frank’s Sign อาจจะสงสัยว่ามีโรคของหลอดเลือดขนาดเล็ก มีโรคไขมัน แต่ถ้ามีอาการทางหัวใจ คุณหมอก็จะมุ่งเป้าไปที่การตรวจหัวใจเป็นหลัก และหากพบรอยพับไม่ต้องตกใจ

ส่วนเหตุของการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ มีพฤติกรรมเสี่ยง เช่น สูบบุหรี่ เครียด นอนน้อย พักผ่อนไม่พอ รวมถึงมีความเสี่ยงในครอบครัวที่คนเป็นโรคหัวใจ คุณพ่อคุณแม่ญาติสายตรง มีโรคความดัน ไขมันหรือไม่ ก็คือเริ่มจากการคัดกรองความเสี่ยงก่อน

ทั้งนี้คุณหมอ ย้ำว่าหากเราอยากจะรู้ ต้องมีการตรวจคัดกรอง เพราะขนาดรถที่เราขับทุกวัน เรายังเช็กระยะ ร่างกายเราก็เหมือนกัน ก็ต้องไปหาคุณหมอ ซึ่งการตรวจร่างกายเป็นการคัดกรองเหมือนกัน ถึงจะทราบว่าเรามีความเสี่ยงอะไร

คุณอาจสนใจ

Related News