สังคม

รพ.เร่งตรวจสอบ ดรามาพยาบาลแช่งคนไข้หญิง หลังโพสต์รอตรวจ สุดท้ายล้มในห้องน้ำเสียชีวิต

9 ชั่วโมงที่แล้ว

349 views

โรงพยาบาลเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง ดรามาพยาบาลแช่งคนไข้ไปตาย หลังโพสต์รอตรวจ สุดท้ายคนไข้เสียชีวิต ลูกชายเล่า หมดเวลาเยี่ยมญาติพากันกลับบ้าน แม่ไปเข้าห้องน้ำคนเดียวแล้วล้มเลือดคั่ง

เมื่อวันที่ 17 ส.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในพื้นที่และสื่อสังคมออนไลน์ หลังหญิงรายหนึ่งเสียชีวิต ภายหลังปรากฏภาพและข้อความจากบัญชีเฟซบุ๊กชื่อ “รัตติยา ปะบุญเรือง” ซึ่งโพสต์ระหว่างอยู่ภายในสถานพยาบาล พร้อมภาพความผิดปกติที่ปรากฏตามร่างกายหลายตำแหน่ง ขณะที่ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “Tle Pattanapong” ซึ่งระบุว่าเป็นลูกชายของผู้เสียชีวิต ตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับเหตุที่มารดาหมดสติในห้องน้ำ ก่อนเสียชีวิตในเวลาต่อมา

จากการตรวจสอบโพสต์แรกระบุสถานที่ว่า “ห้องฉุกเฉิน รพ.ศูนย์ขอนแก่น” โดยแสดงว่าเผยแพร่เมื่อ 3 วันก่อน พร้อมข้อความว่า “กูมาแต่12.00จนป่านนี้ถ้าบ่ตรวจให้กูแต่ตายยุบ้านโลด” เป็นการกล่าวอ้างว่าผู้โพสต์เดินทางมาถึงโรงพยาบาลตั้งแต่เวลา 12.00 น. และกำลังรอรับการตรวจ ซึ่งเวลาที่มีการบันทึกภาพหน้าจอ โพสต์ดังกล่าวมียอดแสดงความรู้สึกประมาณ 4.2 พันครั้ง มีความคิดเห็น 2.1 พันข้อความ และถูกแชร์ออกไปประมาณ 1.9 พันครั้ง

ส่วนอีกโพสต์หนึ่งแสดงว่าเผยแพร่เมื่อ 2 วันก่อน มีข้อความว่า “นอนโรงบาลจักอาทิตย์เด้อลูกค้าหนักยุค” พร้อมสัญลักษณ์ร้องไห้ 4 ตัว และแนบภาพร่างกายหลายตำแหน่งระหว่างเข้ารับการรักษา

จากภาพบริเวณใบหน้า เห็นหญิงรายดังกล่าวนอนตะแคงอยู่บนเตียง สามารถลืมตาได้ แต่สีหน้าดูอ่อนเพลียและอิดโรย ริมฝีปากมีสีแดงคล้ำและดูบวม ส่วนอีกภาพเป็นภาพระยะใกล้ของใบหน้าขณะอยู่บนเตียงผู้ป่วย

ภาพบริเวณฝ่ามือปรากฏจุดและปื้นสีชมพูถึงแดงหลายขนาด กระจายอยู่บริเวณกลางฝ่ามือ โคนนิ้ว และบางส่วนของนิ้วมือ ขณะที่บริเวณต้นขาปรากฏปื้นสีชมพูแดงรูปร่างไม่สม่ำเสมอหลายแห่ง บางจุดมีสีจาง ส่วนบางจุดเห็นเป็นรอยแดงอย่างชัดเจน

อีกภาพหนึ่งเป็นการถ่ายหน้าจอโทรศัพท์ ซึ่งปรากฏรอยแดงอมม่วงหลายแห่ง กระจายบริเวณลำตัวส่วนล่าง มีลักษณะเป็นจุดและปื้นหลายขนาด อย่างไรก็ตาม คุณภาพและมุมของภาพไม่เพียงพอที่จะยืนยันว่ารอยดังกล่าวนูนเป็นตุ่มหรือไม่ อีกทั้งไม่พบตุ่มน้ำ แผลเปิด หรือหนองอย่างชัดเจน

ขณะเดียวกัน ในช่องความคิดเห็นปรากฏข้อความจากบัญชีเฟซบุ๊กชื่อ “Tle Pattanapong” ซึ่งระบุว่าเป็นลูกชายของผู้เสียชีวิต โดยผู้สื่อข่าวอยู่ระหว่างประสานติดต่อเพื่อขอข้อมูลและยืนยันข้อเท็จจริง ระบุว่า “ขอบคุณทุกคนมากๆ ครับ ผมเป็นลูกชายของผู้เสียชีวิต” พร้อมอ้างว่า ที่จริงแล้วมารดาน่าจะได้ออกจากโรงพยาบาลในวันนั้นหรือวันถัดไป แต่ช่วงเวลาประมาณ 04.00 น. ของวันดังกล่าว มีเจ้าหน้าที่โทรมาแจ้งว่า มารดาหมดสติภายในห้องน้ำขณะไปทำธุระ ศีรษะฟาดพื้น และมีเลือดคั่งในสมอง โดยเหตุเกิดหลังจากสิ้นสุดเวลาเยี่ยมญาติแล้ว

ผู้ที่ระบุว่าเป็นลูกชายตั้งข้อสงสัยว่า เหตุใดครอบครัวจึงไม่ได้พามารดาไปเข้าห้องน้ำ โดยระบุว่า เมื่อสอบถามแพทย์กลับได้รับคำตอบไม่ชัดเจน และยังไม่ทราบว่าใครเป็นผู้พบมารดาหมดสติ เป็นคนไข้ที่อยู่ภายในตึกเดียวกันหรือพยาบาลที่เข้าเวร

เจ้าของความคิดเห็นยังตั้งคำถามว่า เหตุใดจึงปล่อยให้ผู้ป่วยไปเข้าห้องน้ำเพียงลำพัง และไม่มีผู้สังเกตว่าผู้ป่วยลุกออกจากเตียง พร้อมระบุว่าเวลาผ่านไปตั้งแต่ช่วงเช้าจนถึงช่วงบ่าย เดิมครอบครัวเข้าใจว่าจะมีการผ่าตัด แต่ท้ายที่สุดไม่ได้ผ่าตัด กระทั่งช่วงบ่าย 2-3 มีการย้ายตึกและย้ายห้อง ก่อนครอบครัวจะได้รับคำตอบสุดท้ายว่าไม่สามารถช่วยได้ทัน เนื่องจากมีเลือดออกมาก

บัญชีดังกล่าวอ้างอีกว่า มารดาล้มตั้งแต่ช่วงกลางคืน และมีการโทรแจ้งบิดาในเวลาประมาณ 04.00 น. ขณะที่เวลาเยี่ยมญาติรอบสุดท้ายอยู่ระหว่าง 18.00-20.00 น. จึงตั้งคำถามว่า หลังหมดเวลาเยี่ยมแล้ว การดูแลผู้ป่วยเป็นหน้าที่ของพยาบาลหรือไม่

ผู้ที่ระบุว่าเป็นลูกชายยังกล่าวว่า ตนเอง บิดา และญาติไม่ได้สอบถามรายละเอียดในเวลานั้น เนื่องจากอยู่ในอาการช็อก ทำอะไรไม่ถูกและไม่รู้ว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อ จึงได้แต่ยอมรับสถานการณ์ ทั้งที่มารดาควรได้กลับบ้าน แต่กลับต้องนำร่างไร้วิญญาณกลับไปแทน พร้อมระบุว่า ขณะนี้ครอบครัวกำลังประกอบพิธีตามศาสนา

อย่างไรก็ตาม ข้อความทั้งหมดเป็นข้อมูลจากบัญชีผู้ใช้ซึ่งระบุว่าเป็นลูกชายของผู้เสียชีวิต โดยยังอยู่ระหว่างการติดต่อเพื่อยืนยันตัวตนและตรวจสอบข้อเท็จจริงจากผู้เกี่ยวข้อง

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า กรณีดังกล่าวกำลังกลายเป็นกระแสดรามาอย่างหนักในพื้นที่และบนสื่อสังคมออนไลน์ หลังมีผู้ใช้เฟซบุ๊กบางรายเข้าไปแสดงความคิดเห็นในลักษณะสาปแช่งให้ผู้ป่วยเสียชีวิต และมีการระบุในโลกออนไลน์ว่าผู้แสดงความคิดเห็นรายหนึ่งเป็นพยาบาล แต่จากข้อมูลที่ได้รับขณะนี้ ยังไม่มีการยืนยันตัวตน วิชาชีพ หรือหน่วยงานต้นสังกัดของบุคคลดังกล่าว

ล่าสุด ผู้สื่อข่าวสอบถามข้อเท็จจริงไปยังโรงพยาบาลขอนแก่น โดยทางโรงพยาบาลแจ้งว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบและรวบรวมข้อมูลทั้งหมด เพื่อป้องกันไม่ให้รายละเอียดเกิดความคลาดเคลื่อนหรือถูกบิดเบือน และจะชี้แจงข้อเท็จจริงอีกครั้งในภายหลัง

ทั้งนี้ ข้อมูลที่ได้รับยังไม่ระบุอายุและที่อยู่ของผู้เสียชีวิต วันและเวลาเสียชีวิต ผลการตรวจทางการแพทย์ ตลอดจนสาเหตุการเสียชีวิตอย่างเป็นทางการ จึงยังไม่สามารถสรุปความเชื่อมโยงระหว่างรอยแดงตามร่างกาย ระยะเวลารอรับการตรวจ เหตุหมดสติภายในห้องน้ำ และการเสียชีวิตได้ จนกว่าจะมีผลตรวจสอบและคำชี้แจงจากโรงพยาบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป


แท็กที่เกี่ยวข้อง  โรงพยาบาล ,พยาบาลแช่งคนไข้

คุณอาจสนใจ

Related News