สังคม

พ่อปวดท้องรุนแรง รอรักษานานสุดท้ายดับ รพ.ยอมรับประเมินอาการล่าช้า เผยมีผู้ป่วยวิกฤตเข้ามาเวลาเดียวกัน

9 ชั่วโมงที่แล้ว

54 views

ครอบครัวคาใจ พ่ออายุ 65 ปี ปวดท้องรุนแรง ไปหาหมอ รอนานก่อนเสียชีวิต ขณะที่ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมุกดาหาร ยอมรับประเมินอาการซ้ำล่าช้า เกินกรอบเวลา อีกทั้งมีผู้ป่วยวิกฤตเข้ามารักษาในเวลาพร้อมกัน


เหตุการณ์เศร้านี้ เกิดขึ้นเมื่อคืนวันที่ 12 สิงหาคมที่ผ่านมา เวลาประมาณ 1 ทุ่ม เมื่อนางอ่อนสี อายุ 54 ปี ภรรยาพานายชาม สามี อายุ 65 ปี ไปที่โรงพยาบาลมุกดาหาร เพราะมีอาการปวดท้องอย่างรุนแรง


ตามคำบอกเล่าของครอบครัวระหว่างการซักประวัติ นายชามแจ้งพยาบาลว่า รู้สึกคล้ายมีก้อนแข็งผิดปกติอยู่บริเวณท้อง ก่อนถูกนำไปรอภายในห้องฉุกเฉิน ต่อมาแพทย์สอบถามอาการ ตรวจอัลตราซาวด์เบื้องต้น และแจ้งว่าจะฉีดยาบรรเทาปวดแล้วก็กลับบ้าน


หลังจากนั้น นายชามต้องรอประมาณ 2 ชั่วโมง โดยยังไม่ได้ฉีดยาตามที่ได้รับแจ้ง และก็ยังไม่ได้ตรวจ CT Scan ในช่วงแรก ซึ่งขณะนั้นก็ปวดท้องมาก


กระทั่งเวลา 4 ทุ่ม นายชามเริ่มมีอาการปวดรุนแรงขึ้น บุตรสาวจึงสอบถามเจ้าหน้าที่เคาน์เตอร์ห้องฉุกเฉิน ว่า ต้องรออีกนานเพียงใด พร้อมแจ้งว่า บิดาเริ่มไม่ไหวและเกรงว่าจะเข้าสู่ภาวะช็อก


หลังจากนั้นไม่นาน ผู้ป่วยมีอาการเกร็ง อาเจียน หน้าซีด เหงื่อออกทั่วร่าง และหมดสติ ครอบครัวจึงร้องขอความช่วยเหลือ เจ้าหน้าที่นำตัวเข้าห้องกู้ชีพ ให้ออกซิเจน และตรวจสัญญาณชีพ โดยญาติกล่าวว่า ขณะนั้นวัดความดันโลหิตสูงถึง 200 มิลลิเมตรปรอท


ทีมรักษาจึงส่งนายชามตรวจ CT Scan อย่างเร่งด่วน ก่อนแจ้งครอบครัวว่า พบความผิดปกติของหลอดเลือด ภายในช่องท้อง ต้องผ่าตัดทันที มิฉะนั้นอาจไม่สามารถรักษาชีวิตไว้ได้


ญาติลงนามยินยอมให้รักษา พร้อมใส่ท่อช่วยหายใจ และประสานแพทย์เฉพาะทางด้านหลอดเลือด ต่อมา ผู้ป่วยมีชีพจรอ่อนลง ก่อนเข้าสู่ภาวะหัวใจหยุดเต้น แม้ทีมแพทย์พยายามช่วยฟื้นคืนชีพ แต่ไม่สามารถยื้อชีวิตไว้ได้


ต่อมา เช้าวานนี้ (วันที่ 13 สิงหาคม) ลูกสาวของผู้เสียชีวิต ได้โพสต์ผ่านบัญชีส่วนตัว พร้อมร้องเรียนสื่อ เพื่อขอให้ช่วยตรวจสอบและนำเสนอข้อเท็จจริง ติดแฮชแท็ก เป็นคืนที่เจ็บปวดที่สุดในชีวิต


พร้อมตั้งคำถาม และขอคำชี้แจงจากโรงพยาบาลว่า เหตุใดพ่อจึงไม่ได้รับการตรวจ CT Scan ตั้งแต่ยังรู้สึกตัว สามารถพูดคุยและบอกถึงความผิดปกติภายในท้องได้ รวมถึง เหตุใดจึงต้องรอเป็นเวลานานก่อนอาการทรุดหนัก และเสียชีวิตในเวลาต่อมา


โดยผลตรวจ CT Scan พบหลอดเลือดแดงใหญ่ในช่องท้องโป่งพองและฉีกขาด ภรรยากับบุตรสาวยืนยันไม่ประสงค์เอาความ แต่อยากให้เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นบทเรียน เพื่อป้องกันความสูญเสียแก่ครอบครัวอื่น


เย็นเมื่อวานนี้ ครอบครัวได้นำนายชาม มาทำพิธีบำเพ็ญกุศล ที่วัดมงคลโสภา บ้านนาโสกน้อย อำเภอเมืองมุกดาหาร บรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า


นางอ่อนสีและนางสาวธัญรัตน์ ลูกสาว กล่าวว่า ไม่ติดใจเอาความหรือดำเนินคดีกับผู้ใด แต่อยากขอคำอธิบายจากโรงพยาบาลว่า เหตุใดกระบวนการตรวจวินิจฉัยและรักษาจึงล่าช้า จนต้องสูญเสียเสาหลักของครอบครัว เพราะหากพ่อได้รับการตรวจอย่างละเอียดและรักษาเร็วกว่านี้ อาจมีโอกาสรอดชีวิต พร้อมฝากให้โรงพยาบาลนำกรณีของพ่อไปทบทวน เพื่อไม่ให้ความสูญเสียลักษณะเดียวกันกับผู้อื่น


ด้านแพทย์หญิงนภาพร เกียรติดำรง ผู้อำนวยการ โรงพยาบาลมุกดาหาร และนายแพทย์วิลาศ นรินทร์ รองผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ ได้กล่าวแสดงความเสียใจ พร้อมชี้แจงถึงการรักษาว่า เมื่อมาถึงโรงพยาบาล นายชามได้รับการคัดกรองเป็นผู้ป่วยฉุกเฉินระดับที่ 2 หรือสีชมพู ซึ่งมีความเร่งด่วนรอง จากระดับที่ 1 หรือสีแดง อันเป็นกลุ่มวิกฤตสูงสุด


ตามแนวทาง ผู้ป่วยระดับสีชมพูควรได้รับการประเมินอาการซ้ำทุก 30 นาที แต่กรณีนี้ มีช่วงห่างการติดตามประมาณ 1 ชั่วโมง จึงยอมรับว่า กระบวนการล่าช้ากว่ากรอบเวลาที่กำหนด ขณะเดียวกัน ช่วงเวลานั้นก็มีผู้ป่วยระดับสีแดงเข้ามาพร้อมกัน ได้แก่ ผู้ถูกงูเห่ากัด ซึ่งมีอาการรุนแรงจนต้องใส่ท่อช่วยหายใจ และผู้มีภาวะหัวใจหยุดเต้น จากการติดเชื้อในกระแสเลือด ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเร่งช่วยเหลือ ผู้ที่อยู่ในภาวะคุกคามต่อชีวิตก่อน


แพทย์หญิงนภาพร ย้ำว่า ไม่ใช่ข้อแก้ตัว และยอมรับความล่าช้า ในขั้นตอนการประเมินซ้ำ ทั้งนี้ เมื่อพบว่า นายชามมีอาการรุนแรงขึ้น ทีมรักษาได้ประสานแพทย์เฉพาะทางด้านหลอดเลือด และส่งตรวจ CT Scan ผลปรากฏว่า หลอดเลือดแดงใหญ่ในช่องท้องโป่งพองและฉีกขาด ซึ่งถือเป็นภาวะวิกฤตสูงที่สุด จากนั้นสัญญาณชีพของผู้ป่วยอ่อนลง ก่อนเสียชีวิตในที่สุด


ด้านนายแพทย์วิลาศ กล่าวว่า โรงพยาบาลจะนำกรณีนี้มาทบทวนข้อบกพร่อง เป็นบทเรียน ป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำ


ล่าสุด นายแพทย์ สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า ได้รับรายงานและตรวจสอบกรณีนี้ มีการสรุปสาเหตุการเสียชีวิต เป็นภาวะโรคเส้นเลือดใหญ่โป่งพอง ซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงสูงของการเสียชีวิตอยู่แล้ว และในช่วงนั้นทราบว่า ที่โรงพยาบาลมุกดาหารมีผู้ป่วยฉุกเฉินรายอื่นมาเข้ารับบริการอยู่ด้วย เชื่อว่า มีการจัดสรรบุคลากรรักษาตามลำดับอาการ อย่างไรก็ตาม จะมีการตรวจสอบเพิ่มเติมอีกครั้งว่า การรักษาของโรงพยาบาลเป็นไปตามมาตรฐานหรือไม่



อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : https://youtu.be/J-V9uwEyyl8

แท็กที่เกี่ยวข้อง  โรงพยาบาล ,คนไข้

คุณอาจสนใจ

Related News