สังคม

พ่อแม่คาใจ ลูกชายคลอดได้ 5 วันเสียชีวิต หลังมีจัดเลี้ยงโต๊ะจีนในห้อง ICU เด็ก

6 ชั่วโมงที่แล้ว

2.9K views

พ่อแม่ร้องปวีณาลูกชายคลอดได้ 5 วันเสียชีวิต หลังมีจัดเลี้ยงโต๊ะจีนในห้อง ICU เด็ก พนักงานไม่ได้ใส่ชุดป้องกัน ด้านนายแพทย์สาธารณสุขทราบเรื่องแล้วแต่ยังไม่ได้รับรายงาน พร้อมสอบสวนข้อเท็จจริง-ให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย

วันที่ 23 ก.ค. 69 พ่อวัย 40 ปี และแม่วัย 36 ปี เข้าร้องเรียนกับทางมูลนิธิปวีณา หลังคลอดลูกชายคลอดก่อนกำหนด โดยการผ่าคลอด มีน้ำหนักแรกเกิด 4,305 กรัม และพบว่าปอดติดเชื้อต้องเข้ารักษาในห้องไอซียู เด็ก โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดอ่างทอง โดยระหว่างที่เข้าทำการรักษาได้มีการจัดเลี้ยงโต๊ะจีน จำนวน 5 โต๊ะ ภายในห้องไอซียูเด็ก ซึ่งมีเด็กที่เพิ่งคลอดประมาณ 5 คน รวมอยู่ในห้องนั้น รวมทั้งลูกของพ่อแม่ที่มาร้องทุกข์ ผ่าคลอดได้ 5 วัน มีภาวะความดันในปอดสูง ซึ่งหมอแจ้งว่าปลอดภัยแล้ว แต่ภายหลังโรงพยาบาลได้จัดเลี้ยงโต๊ะจีน ภายในห้องไอซียู ปลอดเชื้อเด็กอ่อน จำนวน 5 โต๊ะ ซึ่งมีพนักงานเสริฟโต๊ะจีนเข้ามาเสิร์ฟ โดยไม่ได้ป้องกันหรือสวมหน้ากากอนามัยใดๆ หลังจัดงานวันรุ่งขึ้น 21 ก.ค. 2569 ทารกของพ่อแม่ที่มาร้องทุกข์เสียชีวิต พ่อแม่ติดใจการเสียชีวิต จึงแจ้งมาขอความช่วยเหลือมูลนิธิปวีณา

หลังได้รับเรื่องปวีณา ได้ประสาน ผกก.สภ.สามโก้ จังหวัดอ่างทอง ส่งศพชันสูตรที่สถาบันนิติเวชโรงพยาบาลตำรวจ โดยที่โรงพยาบาลที่ทารกเสียชีวิต ไม่ได้แจ้งตำรวจเพื่อมาชันสูตรพลิกศพการเสียชีวิตของเด็กเบื้องต้น ซึ่งแจ้งให้พ่อแม่รีบนำศพทารกไปเผาเลย แม่จึงโทรศัพท์สายด่วน 1134 มาขอความช่วยเหลือจากมูลนิธิปวีณา

ล่าสุด นางปวีณาเดินทางไปสถาบันนิติเวชโรงพยาบาลตำรวจ พาพ่อแม่เด็กทารกไปรับศพ และสอบถามสาเหตุการเสียชีวิตของทารกเบื้องต้นกับแพทย์ พ่อแม่ที่ข้องใจหลังลูกเสียชีวิต พบบริเวณกะโหลกศีรษะฝั่งขวายุบ และกระดูกข้อเท้าข้างซ้ายหมุนได้ อยากทราบว่าเกิดจากสาเหตุใด

นางปวีณาได้รับแจ้งจากแม่เด็กทารกที่เสียชีวิตว่า เมื่อวันที่ 17 ก.ค. 69 แม่ท้องแก่ 8 เดือนต้องผ่าคลอดลูกก่อนกำหนดที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง โดยใช้สิทธิบัตรทอง ลูกชายออกมาน้ำหนักแรกเกิด 4,305 กรัม มีภาวะความดันในปอด ต้องอยู่ในตู้อบผ่านไป 3-4 วัน แพทย์แจ้งว่าอาการมีแนวโน้มดีขึ้น จู่ๆ อยู่ในตู้อบเป็นวันที่ 5 คือวันที่ 21 ก.ค. ลูกกลับมีอาการโคม่าแพทย์ต้องปั๊มหัวใจก่อนจะเสียชีวิตลงด้วยอายุเพียง 5 วัน โดยแพทย์แจ้งกับแม่ว่า “ทารกติดเชื้อใหม่ในกระแสเลือด” ส่วนในหนังสือรับรองการตายของโรงพยาบาลระบุ สาเหตุการตาย “แรงดันในปอดสูง”

แม่กล่าวว่า หลังผ่าคลอดลูกเช้าตรู่ วันที่ 17 ก.ค.69 พยาบาลกำลังจะพาตนเองไปพักฟื้นที่ห้องรวม และนำลูกเข้าตู้อบเนื่องจากหายใจผิดปกติ ประมาณเที่ยงคืนพยาบาลตามพ่อขึ้นไปพบหมอ และหมอแจ้งว่าเด็กหายใจเร็วกว่าปกติ อาจจะทำให้เด็กเหนื่อย ซึ่งจะต้องใส่ท่อช่วยหายใจทางปาก เพื่อช่วยให้เด็กหายใจได้สะดวกขึ้น พ่อจึงยอมเซ็นเอกสารยินยอมให้ทำการรักษา

ต่อมาเช้าวันที่ 17 ก.ค. 69 เวลา 10.00 น. ห้องไอซียูเด็ก ได้โทรมาแจ้งที่วอร์ดพยาบาลให้แม่ขึ้นไปหาลูก หมอห้อง ไอซียู จึงได้แจ้งให้ทราบว่าเด็กหยุดหายใจ จึงได้ทำการปั๊มกลับมาและอยู่ในสภาพตัวเริ่มเขียว หมอแจ้งว่าเด็กมีภาวะความดันในปอดสูง ซึ่งจะต้องดูอาการอย่างใกล้ชิด วันที่ 19 ก.ค. 69 แม่ออกจากโรงพยาบาล กลับมาพักฟื้นที่บ้าน วันที่ 20 ก.ค. 69 ไปเยี่ยมลูกที่โรงพยาบาลช่วงประมาณเวลา 11.00 น. ได้พบกับหมอเจ้าไข้ลูก แจ้งว่าเด็กอาการดีขึ้นแล้ว และลดยาความดันในปอดลง และลดเครื่องช่วยหายใจลงหากอาการดีขึ้น โดยจะส่งต่อไปรักษาต่อที่ รพ.เด็ก แต่ตอนนี้ไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้

จากนั้นเวลาประมาณ 13.30 พ่อแม่กลับจากซื้อของใช้ให้ลูกกลับมา พบว่าห้องไอซียูเด็ก มีผู้อำนวยการพยาบาล และบุคลากรการแพทย์ ได้นั่งกินเลี้ยงโต๊ะจีนภายในห้องไอซียูเด็ก จำนวน 5 โต๊ะ ซึ่งจัดอยู่ตู้อบของลูก มีเพียงม่านลอยใสกั้นเท่านั้น เธอจึงจะเข้าไปหาลูก กลับถูกพยาบาลไล่ออกมาด้วยน้ำเสียงดุตะคอกใส่ และบอกว่าวันนี้ไม่สะดวกให้เข้าเยี่ยม เนื่องจากมีงานจัดเลี้ยงในห้องไอซียู จึงได้ถามหัวหน้าพยาบาลไอซียูเด็กว่า ในห้องนี้จัดงานแบบนี้ได้หรือ หมอเจ้าของไข้แจ้งว่า ไม่ติดเชื้อหรอก เพราะเด็กอยู่ในตู้อบปอดเชื้อ แต่สภาพที่เห็นมีพนักงานโต๊ะจีนเดินเข้าไปเสิร์ฟอาหารและใกล้ชิดกับตู้อบลูก ไม่ได้ป้องกันสวมใส่หน้ากากอนามัยใดๆ ทั้งสิ้น

กระทั่งเช้าวันที่ 21 ก.ค.69 เวลาประมาณ 09.14 น. พยาบาลห้อง ไอซียู เด็ก โทรมาเบอร์พ่อเด็ก และแจ้งว่าอาการเด็กวิกฤตตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว ให้พ่อกับแม่รีบไปดูน้อง ประมาณ 10.00 น. หมอเจ้าของไข้บอกว่า ได้ปั๊มหัวใจเด็กไปครั้งหนึ่งก่อนหน้านี้แล้ว และเรียกพ่อเด็กไปคุยส่วนตัว แจ้งว่า เด็กติดเชื้อใหม่ในกระแสเลือด เพราะเด็กหัวใจเต้นช้าลง หมอได้เข้าไปดูอาการเด็ก 45 นาที หมอเดินออกมาบอกว่าเด็กเสียชีวิตแล้ว และเร่งให้รับศพออกจากห้อง ไอซียู นำไปวัดทำพิธี และมีพยาบาลโทรมาถามว่า เผาศพหรือยัง ทำพิธีหรือยัง

วันที่ 22 ก.ค. 69 พ่อแม่จึงได้นำศพลูกไปไว้ที่วัด และเตรียมฌาปนกิจศพวันพฤหัสบดีที่ 23 ก.ค. 69 เวลา 15.00 น. ขณะเตรียมจัดงานศพลูกที่วัดพ่อแม่ก็ทำใจไม่ได้ ติดใจสงสัยเป็นอย่างยิ่งเกี่ยวกับสาเหตุการเสียชีวิตของลูก จึงติดต่อมาขอความช่วยเหลือจากมูลนิธิปวีณาฯ ช่วยให้ความเป็นธรรมกับครอบครัวด้วย และตรวจสอบหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงของลูกด้วย

หลังรับเรื่องวันที่ 22 ก.ค. 69 นางปวีณา ได้ประสาน พ.ต.อ.กัณตภณ ธนาธิปปิ่นสกุล ผกก.สภ.สามโก้ จ.อ่างทอง ขอให้ทำหนังสือส่งศพเด็กไปชันสูตรที่สถาบันนิติเวช รพ.ตำรวจ โดย ผกก.สภ.สามโก้ ได้ร่วมกับแพทย์ รพ.สามโก้ เดินทางไปที่วัด เพื่อตรวจสอบเบื้องต้นทันที จากการชันสูตรสภาพศพทารกเบื้องต้นพบว่า ข้อเท้าซ้ายหัก กะโหลกศีรษะด้านหน้าขวายุบ ยิ่งทำให้พ่อแม่ติดใจสงสัยสาเหตุ ว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร จากนั้นพ่อแม่ได้เดินทางจาก จ.อ่างทอง นำศพลูกมายังสถาบันนิติเวช รพ.ตำรวจ เพื่อทำการชันสูตร ช่วงเช้าวันที่ 23 ก.ค. 69 นางปวีณาได้รับรายงานว่า แพทย์ได้ชันสูตรศพทารกเรียบร้อย จึงได้พาพ่อแม่เดินทางมาฟังผลการชันสูตรศพ เบื้องต้นจากแพทย์ และจะต้องรอผลชันสูตรศพอย่างละเอียดอีกครั้งประมาณ 30-45 วัน และนางปวีณาจะได้ประสาน นพ.ทวีโชค โรจนอารัมภ์กุล สสจ.อ่างทอง ตรวจสอบในเรื่องดังกล่าว

ด้าน นพ.ทวีโชค โรจนอารัมภ์กุล นายแพทย์สาธารณสุข จ.อ่างทอง กล่าวว่า เบื้องต้นตนเองพอทราบเรื่องมาบ้างแล้วตั้งแต่เมื่อวานที่ผ่านมา ซึ่งยังไม่ได้รับรายงานเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดแต่อย่างใด แต่ก็พร้อมให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย ถ้าเหตุการณ์เกิดขึ้นจริงตนเองก็จะตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง โดยขอข้อมูลข้อเท็จจริงจากทางโรงพยาบาล และคงต้องรอผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงจากทางคณะกรรมการว่ามีความผิดจริงหรือไม่ ส่วนเรื่องการจัดงานเลี้ยงจะลงไปตรวจสอบว่ามีการจัดงานเลี้ยงจริงหรือไม่ มีความเหมาะสมหรือไม่อย่างไร


คุณอาจสนใจ

Related News