สังคม
สำนักโยธา กทม. - วสท. ตรวจอาคารกันสาดถล่ม ยันไม่กระทบโครงสร้าง ยังไม่ต้องรื้ออาคาร
6 ชั่วโมงที่แล้ว
60 views
เมื่อเวลา 12.00 น. สำนักงานเขตสัมพันธวงศ์ โดย นางสาวชัญญาภัค ชำนิกล้า ผช.ผอ.เขตสัมพันธวงศ์ และเจ้าหน้าที่สำนักงานโยธา กทม. พร้อมด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านโครงสร้างอาคาร จากวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยฯ ลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุกันสาดอาคารพาณิชย์ถล่ม บริเวณใกล้วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร ถนนพระราม 4 เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย โดยได้เข้าตรวจสอบภายในทั้งบริเวณชั้น 1 และชั้น 2 ของอาคาร เพื่อดูความแข็งแรงของโครงสร้าง และจุดที่กันสาดถล่มลงมา เพื่อดูสาเหตุในเบื้องต้น และดูความมั่นคงแข็งแรงของอาคาร
นายอิทธิพล พสิษฐ์โยธิน ประธานกรรมการกฎหมายและจรรยาบรรณ วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยฯ เปิดเผยภายหลังเข้าตรวจสอบว่า การตรวจสอบในเบื้องต้นที่เข้าไปดูประมาณ 3-4 คูหาที่เกิดเหตุ และได้ขึ้นไปตรงระเบียงกันสาดหลังที่ 3 พบว่า โครงสร้างอาคารเป็นการก่ออิฐถือปูน เพราะอาคารนี้มีอายุมากกว่า 50 ปี ส่วนระบบคานเป็นแบบไม้ และกันสาดที่ถล่มเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก ซึ่งโครงสร้างอาคารที่ชำรุดเสื่อมโทรมไป ก็ทำให้ความสามารถในการรับแรงน้อยลงไป พอเอียงในระดับหนึ่ง ก็จะพังลงมา
และเท่าที่มาตรวจสอบและดูด้วยตา เบื้องต้นนั้นจะต้องทำให้พื้นที่อยู่ในเกณฑ์ความปลอดภัย เพื่อรอทำการตรวจสอบโดยละเอียดอีกครั้ง ซึ่งขณะนี้ปิดการใช้อาคาร 5 คูหา ไปก่อน ส่วนโครงสร้างกันสาดที่ยังไม่ได้ตรวจสอบและร่วงหล่นลงมาแต่ยังไม่ถล่ม ก็จะต้องค้ำยันชั่วคราวไว้ก่อน
ส่วนตัวโครงสร้างอาคาร โดยเฉพาะจุดชั้น 2 ที่เป็นแบบก่ออิฐถือปูนแล้วมีคานค้ำตัวโครงสร้างอยู่นั้น ไม่มีความน่ากังวลใจ แต่ผู้ใช้อาคารยังมีการวางข้าวของอยู่ในชั้น 2 จำนวนมาก ก็จะต้องประสานผู้เช่าอาคารให้ยกของลงมาจากชั้น 2 ก่อน เพื่อรอการตรวจสอบโดยละเอียดอีกครั้ง เพื่อประเมินความแข็งแรงและการเสริมความแข็งแรงของอาคาร
ส่วนอาคารลักษณะนี้จะมีอายุการใช้งานได้นานแค่ไหนนั้น นายอิทธิพล มองว่า ขึ้นอยู่กับการดูแลและการใช้งาน ซึ่งผู้ใช้อาคารที่เป็นอาคารพาณิชย์ มักจะมีการเก็บของในปริมาณมาก แต่ถ้าตัวอาคารที่เป็นพื้นไม้ หากจะถล่มมักจะมีสัญญาณเตือน ทั้งนี้มองว่า อาคารที่ดีต้องมีกำลังในการรองรับน้ำหนักได้ดี และมีวัสดุที่ดี รวมถึงรูปทรงของโครงสร้างต้องดี
สำหรับสาเหตุที่กันสาดถล่มลงมานั้น เบื้องต้นประเมินว่า ตัวกันสาดที่ถล่มลงมามีลักษณะเป็นคอนกรีต ซึ่งอยู่คนละส่วนกับหลังคาที่เป็นไม้ กันสาดอยู่นอกอาคาร มักจะโดนแดดโดนฝน รวมถึงตัวสำคัญในการรับแรงคือเหล็ก ดังนั้นหากใช้ไปนานวัน คอนกรีตก็มีรอยแตก และมีความชื้นเข้าไป ทำให้ความสามารถของเหล็กในการรับแรงดึงเมื่อเจอความชื้นก็ลดลง และภาวะการเสื่อมไม่ได้เกิดขึ้นทันทีทันใด แต่เป็นลักษณะค่อย ๆ เสื่อมไปเรื่อย ๆ ดังนั้นผู้ใช้อาคารก็ควรสังเกตและแจ้งให้เจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบด้วย มองว่า หลังจากนี้ทางเขตควรจะเข้าสำรวจอาคารในลักษณะนี้ที่มีความใกล้เคียงกันด้วย
ส่วนอาคารทั้งหมดจะต้องถึงขั้นรื้อถอนเลยหรือไม่นั้น นายอิทธิพล บอกว่า เท่าที่ดูส่วนที่ถล่มเป็นกันสาดด้านหน้า ส่วนผนังและพื้นภายในยังคงใช้งานได้ แต่ต้องงดใช้อาคารไว้ก่อน
นายอิทธิพล ยังให้ข้อเสนอแนะกับอาคารในลักษณะเดียวกันด้วย ว่า กทม.ควรจะรื้อถอนกันสาดเดิมที่เป็นคอนกรีตออก เพราะไม่กระทบกับโครงสร้างหลักของอาคาร และให้เปลี่ยนมาใช้กันสาดโครงเหล็กหลังคาเมทัลชีตแทน โดยเฉพาะส่วนที่ยื่นออกมาบนทางเท้า เพราะเป็นวัสดุที่มีน้ำหนักเบา
ส่วนกรณีที่ชาวบ้านสะท้อนว่า ที่ผ่านมามีการซ่อมแค่กันสาดของตัวเองแบบชั่วคราว หากจะดำเนินการปรับปรุงทั้งหมด จะต้องประสานกับผู้เช่าหลังอื่นด้วยนั้น นางสาวชัญญาภัค ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตสัมพันธวงศ์ บอกว่า เท่าที่พูดคุยกับชาวบ้าน เขาจะรวมตัวกันยื่นเรื่องต่อสำนักงานเขต เพื่อขอซ่อมแซมกันสาด แต่เนื่องจากเป็นพื้นที่ของวัดไตรมิตรฯ ก็จะต้องให้ทำตามขั้นตอน
โดยระหว่างรอดำเนินการซ่อมแซม ทางสำนักงานเขตจะออกประกาศเพื่อแจ้งวิธีปฏิบัติ และจะให้นายตรวจเข้ามาดำเนินการตรวจสอบ เพราะที่ผ่านมา เราได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง หากจุดไหนมีความเสี่ยง ก็จะทำหนังสือถึงเจ้าบ้านเพื่อให้ซ่อมแซมปรับปรุง
ทั้งนี้ ทางกรุงเทพมหานคร ได้มีการสั่งการมาก่อนหน้านี้เพื่อให้ทุกสำนักงานเขตตรวจสอบอาคารที่มีกันสาด โดยทางสำนักงานเขตสัมพันธวงศ์ ก็ได้ส่งนายตรวจออกตรวจ หากตรงไหนมีจุดเสี่ยง ก็จะทำหนังสือถึงเจ้าของอาคารให้ทำการปรับปรุง
รวมถึงทางปลัดกรุงเทพมหานคร ได้ให้ร่วมกับ วสท. ในการจัดทำแผนเพื่อลงพื้นที่ปูพรม เหมือนตอนดำเนินการตรวจสอบอาคารเพื่อแยกกลุ่มเสี่ยง และเข้าดำเนินการแก้ไข ขณะที่สำนักงานเขตสัมพันธวงศ์ ได้นำป้ายประกาศมาติดบริเวณอาคารที่เกิดการทรุดตัวของกันสาดเพื่อขอให้งดใช้อาคารชั่วคราว
ขณะที่ตัวแทนสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุ ให้ข้อมูลว่า ที่ดินรวมถึงอาคารที่เกิดเหตุ และอาคารข้างเคียง รวม 13 คูหา เป็นพื้นที่ของวัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร ภายใต้การดูแลของสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ซึ่งผู้พักอาศัยภายในทั้ง 13 คูหา มีสถานะเป็นผู้เช่า โดยหลังจากนี้จะกลับไปหารือถึงแนวทางการปรับปรุงซ่อมแซมอาคาร รวมถึงแนวทางการช่วยเหลือเยียวยาผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิต
แท็กที่เกี่ยวข้อง กันสาดถล่ม ,วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ,สำนักโยธา กทม.