สังคม
จากบ่อกุ้งสู่บ่อปลาหมอคางดำ เกษตรกรจับกุ้งได้ปลาหมอคางดำ 5 ตัน
17 มิ.ย. 2569
38 views
สุดระทม จากบ่อกุ้งสู่บ่อปลาหมอคางดำ เกษตรกรจับกุ้งได้ปลาหมอคางดำ 5 ตัน เคยมีรายได้เป็นกอบเป็นกำ ตอนนี้ขายปลาหมอคางดำได้เงินแค่ 4 หมื่นบาท
จากปัญหา “ปลาหมอคางดำ” สัตว์น้ำต่างถิ่นที่แพร่ระบาดมานานหลายปี และยังคงเข้าคุกคามแหล่งเพาะเลี้ยงกุ้งและปูทะเลในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในพื้นที่ตำบลยี่สาร และตำบลแพรกหนามแดง อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม ทำให้เกษตรกรจำนวนมากได้รับผลกระทบอย่างหนักมาโดยตลอด
ล่าสุด นางอมลวรรณ อายุ 61 ปี เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งในพื้นที่กว่า 50 ไร่ ในพื้นที่หมู่ 5 ตำบลยี่สาร กล่าวว่า ต้องเผชิญความจริงอันน่าเจ็บปวดเมื่อเปิดบ่อจับกุ้งตามรอบการเลี้ยง แต่กลับพบปลาหมอคางดำจำนวนมหาศาลแทนกุ้งที่เคยสร้างรายได้ให้ครอบครัว โดยพบปลาหมอคางดำมากกว่า 5,000 กิโลกรัม หรือ 5 ตัน จำหน่ายได้เพียงกิโลกรัมละ 8 บาท ได้เงินเพียงแค่ 40,000 บาท ซึ่งไม่เพียงพอต่อการชดเชยต้นทุนทั้งพันธุ์กุ้งและค่าแรงงานการเพาะเลี้ยง
นางอมลวรรณ เปิดเผยด้วยน้ำเสียงสะท้อนความทุกข์ว่า เธอย้ายมาจากจังหวัดสมุทรปราการ มาซื้อที่ดินในตำบลยี่สารเมื่อ 20 ปีก่อน เพราะเห็นศักยภาพของพื้นที่ในการเลี้ยงกุ้ง ช่วงแรกสามารถจับกุ้งได้จำนวนมาก สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ แต่หลังจากปลาหมอคางดำเริ่มแพร่ระบาด สถานการณ์กลับเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง “ช่วงแรกๆ มีปลาหมอคางดำเข้ามาในบ่อไม่มาก แต่ไม่ถึงปีเปิดบ่ออีกทีกลายเป็นเจอแต่ปลาหมอคางดำ ไม่มีกุ้งที่เลี้ยงไว้หรือสัตว์น้ำชนิดอื่นเลย ทุกวันนี้เหมือนต้องมาเลี้ยงปลาหมอคางดำประชดชีวิตแทน เพราะกุ้งที่เคยเลี้ยงไม่เหลือให้จับขายแล้ว”
นางอมลวรรณ กล่าวอีกว่า ปัญหาดังกล่าวเป็นเรื่องใหญ่เกินกว่าที่เกษตรกรรายย่อยอย่างเธอจะรับมือได้ แม้แต่ฟาร์มขนาดใหญ่ก็ยังประสบปัญหาเช่นเดียวกัน โชคดีที่ตนไม่มีภาระหนี้สิน หากกู้เงินลงทุนเหมือนเกษตรกรรายอื่นอาจไม่สามารถประคองอาชีพต่อไปได้


ขณะที่นางเนตรชนก อายุ 40 ปี หรือที่ชาวบ้านเรียกกัน “เสี่ยนุ้ย ปลาซิ่ง” ผู้รับซื้อปลาหมอคางดำรายใหญ่ในพื้นที่ สะท้อนภาพปัญหาในอีกมุมหนึ่งว่า ปลาหมอคางดำไม่ได้สร้างผลกระทบเฉพาะในบ่อเพาะเลี้ยง แต่ยังส่งผลต่อระบบเศรษฐกิจชุมชนโดยรวม “เกษตรกรปล่อยลูกกุ้ง ลูกปู หรือลูกปลาเท่าไหร่ก็ไม่ทันโต เพราะถูกปลาหมอคางดำรุมกินตั้งแต่ยังเล็กๆ ทำให้ผลผลิตเสียหายอย่างหนัก ขณะที่ราคาปลาหมอคางดำก็ต่ำมาก เนื่องจากผู้บริโภคไม่นิยมรับประทาน”
นางเนตรชนก อธิบายว่า ปัจจุบันแพปลารับซื้อปลาหมอคางดำจากหน้าบ่อเพียงกิโลกรัมละ 5-6 บาท ก่อนนำไปขายต่อกิโลกรัมละ 6-7 บาท เพื่อนำไปใช้เป็นอาหารสัตว์หรือเหยื่อประมง เช่น เลี้ยงปลากะพง ปลาดุก ปูทะเล หรือแช่แข็งใช้เป็นเหยื่อลอบปูม้า “ปัญหาคือแหล่งรับซื้อมีน้อยและราคาต่ำมาก เกษตรกรหลายรายต้องจ้างแรงงานจับปลา เสียค่าใช้จ่ายหลักหมื่นบาท แต่บางครั้งขายปลาได้เงินเพียง 4,000-5,000 บาท เท่ากับขาดทุนตั้งแต่ยังไม่เริ่มฟื้นตัว”
อย่างไรก็ตามนางเนตรชนกยังเรียกร้องให้หน่วยงานภาครัฐเข้ามาช่วยเหลืออย่างจริงจัง ทั้งการสนับสนุนราคารับซื้อ การจัดกิจกรรมกำจัดปลาหมอคางดำในลำคลอง รวมถึงสนับสนุนพันธุ์กุ้ง ปู และสัตว์น้ำเศรษฐกิจให้เกษตรกรนำกลับไปฟื้นฟูอาชีพ “ทุกวันนี้ต้นทุนพันธุ์สัตว์น้ำสูงมาก ลูกปูทะเลกิโลกรัมละประมาณ 200 บาท พอปล่อยลงบ่อก็ถูกปลาหมอคางดำกินหมด หากยังไม่มีมาตรการช่วยเหลือที่เป็นรูปธรรม เกษตรกรจำนวนมากอาจต้องเลิกอาชีพ และอาชีพเลี้ยงกุ้งกับปูทะเลของสมุทรสงครามอาจหายไปในอนาคต”
แท็กที่เกี่ยวข้อง ปลาหมอคางดำ ,สมุทรสงคราม ,เกษตรกรจับกุ้ง