เลือกตั้งและการเมือง
“เท้ง” จี้รัฐบาลเร่งแก้ปลาหมอคางดำ-เอาผิดเอกชนต้นเหตุ ถามไม่เอาจริงเรื่องนี้เพราะเกรงใจใครหรือไม่
19 ก.ค. 2569
40 views
“ฝ่ายค้าน” เปิดเวทีรับฟังปัญหาปลาหมอคางดำ “เท้ง” จี้รัฐบาลเร่งแก้ปลาหมอคางดำ-เอาผิดเอกชนต้นเหตุ ถามไม่เอาจริงเรื่องนี้เพราะเกรงใจใครหรือไม่ ด้าน “ณัฐชา” ขู่ตั้งกระทู้ถามนายกฯ หากยังเพิกเฉย
เมื่อวันที่ 19 ก.ค. 2569 ที่ห้องประชุมตลาดทะเลไทย อ.เมืองสมุทรสาคร จ.สมุทรสาคร นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ร่วมเวทีเสวนาในโครงการผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรพบประชาชนประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 หัวข้อเสวนา “ผนึกกำลังแก้ปมปลาหมอคางดำจากเสียงชาวบ้าน สู่มาตรการแก้ปัญหา”
โดยมีนายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน นายณัฐพงษ์ สุมโนธรรม สส.สมุทรสาคร พรรคประชาชน นายศิริโรจน์ ธนิกกุล สส.สมุทรสาคร พรรคประชาชน นายเดชรัต สุขกำเนิด ผู้อำนวยการศูนย์นโยบายเพื่ออนาคต (Think Forward Center) นายวินิจ ตันสกุล ผู้เชี่ยวชาญด้านกลยุทธ์การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ และนายวิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ เลขาธิการมูลนิธิชีววิถี (biothai) เข้าร่วมเสวนาด้วย
ผู้นำฝ่ายค้านฯ กล่าวว่า เชื่อว่าทางออกของการแก้ปัญหาปลาหมอคางดำคือเรื่องความเป็นธรรมในสังคมซึ่งไม่ควรปล่อยให้มีการจัดการเรื่องนี้ที่ไม่ถูกต้อง ดังนั้น หัวใจสำคัญที่จัดเสวนาในวันนี้คือเรื่องงบประมาณของรัฐ มาตรการการจัดการและการปรับปรุงกฎหมายที่ยังคงเป็นช่องว่างในปัจจุบัน
ต่อมา นายณัฐพงษ์ให้สัมภาษณ์ถึงเวทีเสวนาผนึกกำลังแก้ปมปลาหมอคางดำจากเสียงชาวบ้าน สู่มาตรการแก้ปัญหา มองว่ารัฐปิดหูปิดตาหรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับปัญหานี้หรือไม่ ว่า ประเด็นเฉพาะหน้าที่สุดในตอนนี้คือเราต้องการความชัดเจนจากรัฐบาลในฐานะฝ่ายบริหาร ซึ่งบนเวทีนายณัฐชาก็พูดแล้วว่า สิ่งที่จำเป็นคือการแบ่งพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบเป็นโซนสีแดง สีเหลือง และสีขาว เพราะแต่ละพื้นที่มีวิธีการบริหารจัดการที่แตกต่างกัน นอกจากแผนที่ชัดแล้ว เรื่องของงบประมาณและการจัดสรรกำลังคนก็เป็นสิ่งสำคัญ หากเจาะลึกลงไปไปดูในงบประมาณปี 2570 ในการพิจารณาของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณพ.ศ.2570 มีหน่วยงานเช่น กรมประมงเองก็ออกมายืนยันและยอมรับว่าจริงๆ ไม่ได้เตรียมแผนในการจัดสรรงบประมาณในส่วนนี้ไว้
นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า หากถามว่ายังแก้ปัญหาทันอยู่หรือไม่ หากรัฐบาลให้ความสำคัญและแก้ปัญหานี้อย่างจริงจังในงบประมาณปี 2570 ก็ยังสามารถที่จะทำอยู่ เนื่องจากยังมีแหล่งงบประมาณเช่นงบกลาง ซึ่งตนได้เจอกับ ตัวแทนจากภาคประชาสังคมหรือองค์กรระหว่างประเทศที่ดูแลด้านสิ่งแวดล้อม เงินทุนที่มาจากภาคประชาสังคม หรือเงินทุนภาคเอกชนที่เขาพร้อมจะแก้ปัญหานี้ก็ยังมีอยู่ แต่สำคัญที่ว่าสุดท้ายแล้วรัฐบาลจะเอาจริงกับเรื่องนี้มากน้อยแค่ไหน
เมื่อถามว่า รัฐบาลปล่อยเกียร์ว่างต่อปัญหาดังกล่าวใช่หรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตนมองว่าปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาที่พบกระทบกับพี่น้องประชาชนและเกษตรกรเป็นวงกว้าง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่เราต้องช่วยกันจับตามอง และวันนี้ก็มีสภาทนายความมาให้ความเห็นและความคืบหน้าคดี อย่าลืมว่าต้นเหตุของปัญหาที่แท้จริงคือการนำเข้าสายพันธ์เข้ามา ซึ่งเป็นบริษัทเอกชน
นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า ดังนั้น เรื่องนี้หากรัฐบาลอยากพิสูจน์กับสังคมว่ารัฐบาลดำเนินการทุกอย่างอย่างตรงไปตรงมา ไม่ต้องพยายามไประวังว่าจะกระทบกับบริษัทเอกชนใดในประเทศหรือไม่ ก็อยากให้มีการดำเนินการในการเดินหน้าคดีคนที่ทำให้เกิดผลกระทบในประเทศ บริษัทเอกชนเหล่านั้นเป็นใคร จะต้องมีการดำเนินคดีอย่างถึงที่สุด เนื่องจากผลกระทบที่เกิดขึ้นไม่ควรนำภาษีของประชาชนไปแก้ไขเพราะคนที่เป็นต้นเหตุอาจจะไม่ใช่ประชาชน เป็นบริษัทเอกชนที่นำเข้าสายพันธุ์เข้ามา ดังนั้น ย้ำว่าอยากให้รัฐบาลเดินหน้าเรื่องนี้อย่างจริงจังนอกเหนือจากการแก้ไขเฉพาะหน้า
เมื่อถามว่า มองว่าจะต้องมีการเสนอแก้ไขกฎหมายอย่างไรบ้างหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า น่าจะเป็นภาพระยะยาว แต่การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าคือต้องมีการจัดโซนต่างๆ ตามที่ตนกล่าวไปข้างต้น ระยะกลางคือเรื่องของการทำคดีความคือ คนที่กระทำความผิดและทำให้เกิดมลพิษจะต้องได้รับการลงโทษ ส่วนปลายทางจริงๆ ต้องบอกว่าในเรื่องของสายพันธุ์ต่างถิ่น
นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า ตอนนี้เรื่องของหน่วยงานที่รับผิดชอบและกฎหมายที่เกี่ยวข้องมีการกระจัดกระจายกันอยู่ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายสัตว์ป่าและพันธุ์พืชต่างๆ ซึ่งเราพยายามที่จะศึกษาและร่างกฎหมายขึ้นมาฉบับหนึ่งซึ่งเป็นเรื่องของการทำ BIO Security คือการดูแลไม่ให้มีสายพันธุ์ต่างถิ่นเข้ามารุกรานในประเทศไทย โดยเรื่องดังกล่าวพรรคประชาชนกำลังศึกษาเพื่อที่จะยกร่างอยู่
เมื่อถามว่า มองว่าเหตุใดรัฐบาลจึงไม่จัดสรรงบประมาณแก้ปัญหาโดยตรง นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เชื่อว่าอาจเป็นเพราะรัฐบาลไม่ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากเพียงพอ และอาจเป็นเพราะเรื่องของรูปคดีที่มีการพิสูจน์ทราบแล้วจากการที่นายณัฐชาได้ขับเคลื่อนเรื่องนี้มาโดยตลอด รวมถึงนายณัฐพงษ์ ซึ่งเป็น สส. ในพื้นที่ก็ขับเคลื่อนเรื่องนี้มาโดยตลอดเช่นกัน เชื่อว่าเราได้เห็นข้อมูลที่ชัดเจนแล้วว่าต้นเหตุคือใคร ฉะนั้นหากรัฐบาลไม่ออกมาเดินเรื่องนี้อย่างจริงจังและชัดเจน ก็อาจจะเป็นเพราะรัฐบาลอาจจะต้องมีความเกรงอกเกรงใจคนที่เป็นคนก่อเหตุเรื่องนี้ตั้งแต่ต้นหรือไม่
ด้านนายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวเสริมว่า นี่คือหนังสือเตือนฉบับสุดท้าย เพราะได้เสนอแนวทางแก้ไขไว้ครบแล้วทั้งการประกาศเขตภัยพิบัติ การจ่ายเงินช่วยเหลือฉุกเฉิน และการกำหนดระดับพื้นที่เฝ้าระวังเพื่อให้หน่วยงานรัฐเร่งนำไปดำเนินการ
นายณัฐชา กล่าวว่า ย้ำว่า หากรัฐบาลยังเพิกเฉยและไม่ดำเนินการใดๆ พวกตนเองจะยกระดับการตรวจสอบในการเปิดสมัยประชุมหน้าด้วยการตั้งกระทู้ถามนายกรัฐมนตรีโดยตรง ไม่ใช่เพียงรัฐมนตรี 4 กระทรวงได้แก่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเท่านั้น
“ขอฝากสื่อมวลชนให้ช่วยสอบถามนายกรัฐมนตรีว่าได้ติดตามสถานการณ์ปลาหมอคางดำหรือไม่ เพราะขณะนี้สถานการณ์รุนแรงกว่าช่วง 2 ปีที่ผ่านมาถึง 2-3 เท่า ประชาชนจำนวนมากต้องเปลี่ยนอาชีพ แต่จนถึงวันนี้ยังไม่ได้รับความชัดเจนจากรัฐบาลเลย” นายณัฐชา กล่าว
แท็กที่เกี่ยวข้อง เท้งณัฐพงษ์ ,ฝ่ายค้าน ,ปลาหมอคางดำ