สังคม
“อับดุลเลาะห์” ยันสมัครใจโกนหัวเพื่ออัลเลาะห์ เผยไม่แจ้งความใคร ขออภัยชาวมุสลิม
2 ชั่วโมงที่แล้ว
143 views
“อับดุลเลาะห์” เปิดใจ สมัครใจโกนหัวเพื่ออัลเลาะห์ เปลี่ยนใจไม่แจ้งความใคร ขออภัยชาวมุสลิม ด้าน “มุสตะกีม” แจงปมไลฟ์ ยันไม่ได้ปลุกระดม-ไม่ได้บังคับโกนหัว ชี้เจ้าตัวสำนึกผิด
นายอับดุลเลาะห์ อายุ 27 ปี lgbtq ที่ถูกโกนศีรษะ ตอนแรกมีนัดหมายว่าจะเดินทางไปแจ้งความที่ สน. วังทองหลาง เพื่อเอาผิดคนที่ทำร้ายตนเอง ขณะที่เดินออกจากสถานที่ที่เจรจา ในซอยรามคำแหง 53 / แต่ปรากฏว่าหลังจากไตร่ตรองแล้ว เจ้าตัวขอไม่ไปแจ้งความเอาผิดใคร
ก่อนที่จะเปิดใจกับทีมข่าวว่า วันนี้เริ่มรู้สึกดีขึ้น และปลอดภัยมากขึ้น แต่อยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลความปลอดภัยมากกว่า เพราะตอนนี้ยังรู้สึกหวาดกลัวถ้าต้องกลับไปอยู่ที่รามคำแหงเหมือนเดิม ก็อยากให้เจ้าหน้าที่แวะเวียนมาดูบ้าง แล้วจะแจ้งกับเจ้าหน้าที่ที่พักว่าไม่อนุญาตให้บุคคลแปลกหน้ามาพบ หรือเข้ามา
โดยเมื่อวานระหว่างที่เอาตัวออกมานั้น ตนเองก็ถูกลูกหลงทำร้ายร่างกายบ้าง หลังจากที่ได้ขอโทษประชาชน และพี่น้องมุสลิมแล้ว ซึ่งตนก็ทำทุกอย่างเต็มที่ที่สุดแล้ว
ตอนนี้มีคนทักเข้ามาให้กำลังใจผ่านทางติ๊กต็อกประมาณ 50,000 ถึง 60,000 คน ซึ่งส่วนใหญ่ให้กำลังใจ เป็นห่วง จะซื้อกับข้าวหรือช่วยโอนเงินให้ใช้ สำหรับเดินทางกลับบ้าน
ทั้งนี้ นาไอับดุลเลาะห์ ได้เล่าย้อนเหตุการณ์ให้ฟังว่าจุดเริ่มต้นมีเพจหนึ่งมากัดพวกตนเอง ทั้งที่รู้อยู่อยู่แล้วว่าพวกตนเป็นแบบนี้ (Lgbtq) และกัดมากขึ้น จนรู้สึกไม่ไหว และช่องของตัวเองก็โดนแบน กระทั่ง ช่วงประมาณตี 2 -ตี3 เริ่มรู้สึกไม่โอเค โดนกัดจนทนไม่ไหว จึงไปที่ห้องเพื่อนที่ไลฟ์สด ซึ่งก็ยังถูกกัดอยู่ ในลักษณะต่อว่าที่เป็นสาวประเภทสอง และใส่ฮิญาบ ซึ่งตอนแรกๆ ที่เข้าไลฟ์สด ตนก็พูดดียังไม่ได้สวมผ้าคลุม
แต่พูดไปพูดมา มันมาเอง ตนก็เลยเอาผ้าคลุมมาใส่ และเต้น ซึ่งในระหว่างที่ไลฟ์มีคนบอกให้อ่านซูเราะห์ ซึ่งตนรู้สึกว่าไม่ใช่ จึงไม่ทำ แต่ท้ายสุด ทนแรงยุไม่ไหว จึงอ่าน ซึ่งจากเรื่องนี้ตนเองต้องขอมาอัฟ หรือ ขอโทษ ซึ่งตนจะกลับตัวใหม่ และจะสงบมากขึ้น
ตนเองเป็นคนเป็นลูกผู้ชายพอ เราเคยเรียนและผ่านอะไรมาเยอะ เรื่องนี้เราทำผิดเราต้องออกมายอมรับผิด พร้อมที่จะเริ่มใหม่
ส่วนที่ตัดผมนั้น ปกติจะตัดผมทุกปีอยู่แล้ว ที่ออกดะวะห์ ยืนยันว่าที่ตัดผมนั้นตนเองยินยอม เราโอเค ซึ่งตนเองไม่ได้ทำเพื่อทุกคนที่อยู่ตรงนั้น แต่ตนทำเพื่ออัลเลาะห์ เราพร้อมที่จะกลับเข้าสู่อัลเลาะห์ ไม่ใช่เพื่อไม่ให้คนมาตีตนเอง เพราะรู้ดีว่าเหตุการณ์ในครั้งนี้มันเป็นเหตุการณ์ที่รุนแรงที่สุด สิ่งที่เกิดขึ้นทางครอบครัวทราบแล้ว และทางครอบครัวก็รับได้
ส่วนเพื่อนที่ไลฟ์สดในวันนั้น ทุกคนก็พร้อมซัปพอร์ต ซึ่งทุกคนรู้ว่าตนเองเป็นคนยังไง รวมถึงกะเทยหรือ LGBTQ ที่อยู่กรุงเทพ หรือ 3 จังหวัด ก็รู้ว่าตนเองเป็นคนยังไง
ท้ายสุดเจ้าตัวได้กล่าวขอโทษเป็นภาษามลายู โดยได้กล่าวขอบคุณทุกคน และใครที่เข้าใจผิดพลาดเรื่องโกนหัว ที่เกิดดรามาขึ้น ตนเองยืนยันว่าตนสมัครใจที่จะโกน พร้อมที่จะสงบ และจะตั้งใจให้มากขึ้น ระวังให้มากขึ้น และขอมาอัฟจากใจอีกครั้ง ว่าเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นตัวเองเสียใจ พร้อมยืนยันว่า จะไม่แจ้งความแล้ว แต่จะเซฟให้ตัวเองปลอดภัยมากกว่า
ขณะที่นายปฏิภาณ อายุ 37 ปี เจ้าของเฟซบุ๊ก “มุสตะกีม บ้านป่า พัฒนาการ” ก็ชี้แจงประเด็นดรามาที่ถูกกล่าวหาว่า เป็นคนเริ่มไลฟ์สดเพื่อปลุกระดมมวลชน แต่ท้ายสุดวันนี้กลับเป็นคนบอกว่าจะพานายอับดุลเลาะห์ไปแจ้งความ เรื่องนี้นายปฏิภาณ บอกว่า ได้มีการพูดคุยกับน้องและตัวแทน โดยติดต่อมาที่ว่าให้ช่วยเป็นตัวกลางมาเจรจากับน้อง เพราะน้องอยากขอโทษ ซึ่งไม่คาดคิดว่าเหตุการณ์จะบานปลายขนาดนั้น
โดยย้ำว่าที่ตัวเองไลฟ์สดไป มีเจตนาบริสุทธิ์ เพื่อเป็นหลักฐานว่าไม่ได้มีการทำร้ายร่างกาย เพราะหากแค่อัดคลิป คนก็อาจจะคิดว่าตนทำร้ายก็ได้ แม้ตอนนั้นตนจะรู้สึกโกรธมากก็ตาม เพราะ “กุรอาน” คือหัวใจของพี่น้องมุสลิมทั่วโลก เราไม่สามารถที่จะเอามาเหยียบย่ำ หรือย่ำยีได้ ซึ่งคำพูดที่น้องกล่าวเป็นภาษามลายู มีความหมายว่าสุนัข และคำว่าสุกร ซึ่งร้ายแรง ทำให้พี่น้องมุสลิมรู้สึกไม่สบายใจและโกรธ ตนเองจึงเข้ามาคุยกับน้องเพราะทราบมาว่าน้องอยากขอโทษ กลับตัว
และยืนยันว่าสถานที่ในซอยรามคำแหง 53 ตนเองไม่ได้เป็นคนนัดน้องไปที่นั่น แต่นายอับดุลเลาะเป็นคนนัดหมายที่ร้านชาเอง ซึ่งพอน้องมาถึงที่ร้านได้สักพัก ก็มีคนมารวมตัวกันเต็มหน้าร้าน แล้วเริ่มมีการไลฟ์สดกันมากยิ่งขึ้น จนรู้สึกว่าน้องเริ่มไม่ปลอดภัย และประสานทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก่อนที่ตำรวจจะต้องเรียกกำลังเสริมเข้ามา
โดยน้องได้สำนึกผิด และกลับตัวแล้ว ตามหลักอิสลามเมื่อมีการ เตาบัต หรือกลับตัวแล้ว เมื่อพระเจ้าให้อภัย มนุษย์ไม่มีสิทธิ์ตัดสินอะไรใดๆ ทั้งสิ้น ซึ่งตอนนั้น ก็มีการเรียกร้องจากพี่น้องมุสลิมที่มาว่าให้โกนหัว ให้ตบปาก ซึ่งตนก็แจ้งว่ามันเป็นสิทธิ์ของน้อง จะทำหรือไม่ทำก็เป็นสิทธิ์ของน้อง ซึ่งตอนแรก น้องจะไม่ทำ แต่สุดท้ายน้องก็นั่งคิดอยู่พักหนึ่ง และบอกว่าปกติก็โกนหัวทุกปีอยู่แล้ว จึงสมัครใจที่จะโกน จึงให้บังซัน ซึ่งเป็นเจ้าของร้าน และอีกคนนึงที่เป็นทีมงานของตนเอง มาช่วยโกนให้หน่อย และน้องเป็นคนพูด “อนุญาต” เอง ซึ่งตอนนั้นที่น้องสำนึกผิด ตนเองก็อภัยให้ตั้งแต่น้องแล้ว
ส่วนที่ทุกคนมองว่าน้องเป็นปอแน หรือกะเทย ถ้าวันนี้ในความเป็นกะเทย เขายอมให้ทุกอย่างแล้ว เค้าสัญญาตามที่ให้สัญญาแล้ว พวกเราเป็นลูกผู้ชาย เราต้องยอม ซึ่งพี่น้องชาวมุสลิมที่อยู่ข้างหน้าที่เกิดเหตุก็โอเค แต่คนที่อยู่ด้านหลังอาจจะไม่ได้ยิน และไม่ทราบ พอเอาตัวน้องออกไป ก็เกิดเหตุชุลมุนจากกลุ่มคนเล็กๆ ที่พุ่งมาจากด้านหลัง จึงช่วยกันกันออกไป ซึ่งเหตุชุลมุลนี้ทำให้ทั้งน้อง รวมถึงตนเอง และประธานชุมชนก็ถูกลูกหลง
เบื้องต้นหลังจากที่กลับจากโรงพัก ตนเองก็ให้น้องไปอยู่กับทีมงานของตนเองไปก่อน ซึ่งจะดูแลน้องไปอีกสักระยะหนึ่ง และเมื่อเห็นว่าสถานการณ์เริ่มปลอดภัยแล้ว ก็ให้น้องกลับไปใช้ชีวิตตามปกติ
พร้อมฝากย้ำถึงพี่น้องมุสลิมว่าน้องยอมทุกอย่างแล้ว และเรื่องคดีความน้องไม่เอาความ เพราะน้องรู้สึกว่าน้องผิด เมื่อน้องวางทุกอย่างแล้ว เราพี่น้องมุสลิมแม้จะเจ็บช้ำ แต่ด้วยหลักคำสอนของอิสลามคือ “สันติสุข” เราต้องวางทุกอย่าง
แท็กที่เกี่ยวข้อง โกนหัว ,อับดุลเลาะห์