สังคม
กัมพูชาตั้งหน่วยจัดหางานหน้าด่าน ด้านแรงงานเมินเผยอยากทำงานในไทยรายได้ดีกว่า
17 มิ.ย. 2568
215 views
หญ้าหวานไม่ได้ผล "กัมพูชา" นำรถตู้สำนักงานจัดหางานตั้งหน่วยลงทะเบียนจัดหางานถึงหน้าด่าน จุดผ่านแดนถาวรตลาดบ้านแหลม จ.จันทบุรี ปรากฏว่าแรงงานเดินผ่านแดนกลับเมินไม่ได้ให้ความสนใจ เพียงรีบขนของขึ้นรถที่ญาติมารอบรับ หนึ่งในชาวกัมพูชาเผย อยากทำงานในไทยเพราะรายได้เยอะกว่า
เมื่อช่วงเวลาตั้งแต่ 7:00 น. เช้าที่ผ่านมาผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปติดตามสถานการณ์บริเวณ จุดผ่านแดนถาวรตลาดบ้านแหลม ต.เทพนิมิต อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี โดยที่บริเวณหน้าด่านเช้าที่ผ่านมา ทางกัมพูชาและทางฝั่งไทยยังคงปิดประตูเนื่องจากยังไม่ถึงเวลาที่กำหนด โดยฝั่งไทยมีกำหนดเปิดประตูใหญ่ ในเวลา 8:00 น ตรงส่วนทางกัมพูชาจะเปิดประตูในเวลา 9 โมงตรง ซึ่งจะเหลื่อมจากเวลาของไทยประมาณ 1 ชั่วโมง
จนเมื่อเวลา 8:00 น ตรงทางเจ้าหน้าที่ประจำด่านได้ร่วมเข้าแถวเคารพธงชาติ ก่อนทำการปลดกุญแจเปิดประตู หน้าด่านตามเวลาที่กำหนด ท่ามกลางสื่อมวลชนและ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เฝ้าร่วม สังเกตการณ์ ซึ่งบรรยากาศโดยรวมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

ขณะที่บริเวณหน้าด่าน ด้านฝั่งกัมพูชาเมื่อมองลอดเข้าไปยังประตูเหล็กพบการใช้ชีวิตตามปกติ มีรถขนถ่ายสินค้าเวียนเข้าออกตลอดจนเจ้าหน้าที่หน้าด่านเดินตรวจตราเฝ้าสังเกตการณ์ต่อเนื่อง
ผู้สื่อข่าวยังคงปักหลักรอจนเวลา 9:00 น.เป็นต้นมา ทางกัมพูชายังไม่มีการเปิดประตูใหญ่หน้าด่านเช่นเดิมโดยเปิดพียงประตูเล็ก เพื่อให้แรงงานชาวกัมพูชาเดินทางผ่านเข้า ตม.เพื่อยื่นเอกสารทั้งขาเข้า และขาออกต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง
ซึ่งจากการสังเกตสถานการณ์ในวันนี้ พบว่ามีชาวกัมพูชาในส่วนแรงงาน โดยเฉพาะภาคการเกษตร ทะลักเข้าแถวต่อคิวรอยื่นเอกสารเข้าทำงานฝั่งไทย จนแน่นขนัดจนเต็มสะพาน ขณะเดียวกัน ยังมีแรงงานบางส่วนที่ตื่นตัวจากกระแสข่าวที่ทางรัฐบาล อาจจะปิดด่านและเรียกกลับประเทศ ต่างพากันขนข้าวของเครื่องใช้ขนาดใหญ่ สัมภาระ เดินทางกลับเข้าประเทศ

นอกจากนี้ยังพบว่า ที่บริเวณหน้าด่านฝั่งกัมพูชา ได้มีรถตู้สำนักงานจัดหางานของกัมพูชา มาตั้งโต๊ะออกหน่วยเปิดให้บริการแรงงาน ที่ประสงค์จะกลับมาทำงานในประเทศ หรือเกรงว่าฝั่งไทยจะส่งตัวกลับ แต่ภาพที่ปรากฏกลับพบว่าแรงงานเดินผ่านแดน กลับเมินไม่ได้ให้ความสนใจ เข้าไปลงทะเบียน เพียงรีบขนของขึ้นรถที่ญาติมารอบรับ
จากการสอบถาม นายพิสิทธิ์ อายุ 37 ปี นายจ้างแรงงานเหมาสวนมังคุดเปิดเผยว่า จากกระแสข่าวลือที่กัมพูชาเผยแพร่ทางโซเชียล ทำให้แรงงานของตนตื่นตัว พากันขอเดินทางกลับบ้าน จากเดิมที่มีแรงงานอยู่ประมาณ 30 คน มีขอกลับบ้านแล้วกว่า 10 คน ส่งผลทำให้การประกอบการเหมาสวนมังคุดที่เหมาไว้ 9 แปลงคิดเป็นเงินประมาณ 3 ล้านบาท เกือบต้องหยุดชะงักเพราะแรงงานไม่เพียงพอ กับผลผลิตมังคุดที่กำลังสุกช่วงพีคของฤดู ส่งผลทำให้มังคุดดำกลายเป็นตกเกรด และยังต้องมาเจอทางกัมพูชา ที่เป็นตลาดล่างรับซื้อมังคุดดำ เปิดด่านห้ามนำเข้าผลผลิตไทย โดยเฉพาะจันทบุรี ส่งผลทำให้ตนประสบกับภาวะขาดสภาพคล่อง ไม่มีที่จำหน่าย จึงอยากให้รัฐบาลทั้งสองฝ่าย เร่งเจรจาหาทางออก เกรงหากปล่อยไว้แบบนี้ อาจทำให้เศรษฐกิจภาคเกษตรในภาพรวมพัง
ขณะที่ หญิง อายุ 48 ปี แรงงานกัมพูชา บอกว่าได้เข้ามาทำงานรับจ้างเก็บเงาะฝั่งไทยได้ 1 ปี เดิมทีอยู่บ้านที่กัมพูชา มีอาชีพทำนามีรายได้ไม่มากนัก แต่เมื่อหมดหน้าทำงาน จึงออกข้ามประเทศเข้ามาทำงานรับจ้างที่ฝั่งไทย พร้อมกับครอบครัว
มีรายได้ต่อคน ตกวันละ 300 – 400 บาท ซึ่งจากที่มีข่าวว่า รัฐบาลกัมพูชา จะเรียกคนกลับประเทศ ตนก็รู้สึกวิตก ใจจริงอยากทำงานที่ฝั่งไทยต่อ เพราะมีรายได้ดี นายจ้างดี มีที่พักอาศัย อาหารการกินที่ดี ตลอดจนสวัสดิการต่างๆ ที่แรงงานได้รับ ทั้งนี้จึงอยากวอนให้ภาครัฐทั้งสองประเทศ หาข้อยุติโดยเร็ว เพื่อที่สานสัมพันธ์เหมือนเดิม แรงงานจะได้มีงานทำ เศรษฐกิจการค้าขายจะได้เดินหน้าต่อไป
แท็กที่เกี่ยวข้อง กัมพูชา ,แรงงานกัมพูชา ,ชายแดนไทยกัมพูชา