ต่างประเทศ
จีนกดดันกัมพูชาล้างบางสแกมเมอร์ หลังพลเมืองหายตัวต่อเนื่อง ชี้กระทบความสัมพันธ์สองชาติ
3 ชั่วโมงที่แล้ว
144 views
จีนส่งสัญญาณเตือนรุนแรง กดดันกัมพูชาล้างบางสแกมเมอร์ หลังพลเมืองหายตัวต่อเนื่อง ชี้กระทบความสัมพันธ์สองชาติ จับตากัมพูชาจะเด็ดขาดหรือไม่
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวานนี้ (17 ม.ค. 2569) สถานเอกอัครราชทูตของจีนประจำกัมพูชาได้ออกมาส่งสัญญาณเตือนอย่างรุนแรงว่า ปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์และการหายตัวไปของชาวจีนในกัมพูชากำลังกลายเป็นอุปสรรคต่อมิตรภาพของทั้งสองประเทศ พร้อมจี้ให้รัฐบาลกัมพูชาเร่งกวาดล้างขบวนการนี้อย่างจริงจัง
นายหวัง เหวินปิน เอกอัครราชทูตจีนประจำกัมพูชา ได้เข้าพบหารือกับรัฐมนตรีระดับสูงของกัมพูชา พร้อมกับยื่นคำขาดผ่านแถลงการณ์ใน WeChat ว่า จีนมีความกังวลอย่างยิ่งต่อกรณีพลเมืองจีนหายตัวไปในแหล่งสแกมเมอร์ที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งในช่วงนี้
ทูตจีนระบุชัดเจนว่า ความเสียหายส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้นกับชาวจีน มีจุดเริ่มต้นมาจากธุรกิจสีเทา หรือการฉ้อโกงทางออนไลน์ ซึ่งนับวันจะทวีความรุนแรงขึ้น และเหตุการณ์เหล่านี้ไม่สอดคล้องกับมิตรภาพอันยาวนานระหว่างจีนและกัมพูชา
ทั้งนี้ ข้อมูลจากสหประชาชาติ (UN) ระบุตัวเลขที่น่าตกใจว่า ในกัมพูชามีคนถูกจ้างงานในอุตสาหกรรมผิดกฎหมายนี้ไม่ต่ำกว่า 1 แสนคน จากเดิมที่พุ่งเป้าหลอกลวงแค่คนพูดภาษาจีน แต่ปัจจุบันขบวนการข้ามชาติเหล่านี้ได้ขยายฐาน ปรับภาษา เพื่อหลอกเหยื่อไปทั่วโลก ซึ่งสร้างความเสียหายกว่า 1.1 ล้านล้านบาท ในปีที่ผ่านมา
เหยื่อในขบวนการนี้มีทั้งคนที่สมัครใจมาเป็นนักต้มตุ๋น และเหยื่อของการค้ามนุษย์ที่ถูกหลอกมาติดกับและถูกบังคับให้ทำงานภายใต้การข่มขู่ด้วยความรุนแรง
อย่างไรก็ตาม ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา จีนได้ยกระดับการติดตามตัวบุคคลสำคัญในอุตสาหกรรมแก๊งคอลเซ็นเตอร์ทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อนำตัวกลับมาดำเนินคดีในประเทศอย่างจริงจัง โดยล่าสุด เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา กัมพูชาเพิ่งส่งตัวนายเฉิน จื้อ มหาเศรษฐีเชื้อสายจีนที่อ้างว่าเป็นเจ้าของศูนย์หลอกลวงขนาดใหญ่ กลับไปดำเนินคดีที่ประเทศจีน
แม้รัฐบาลกัมพูชาจะยืนยันว่ากำลังเดินหน้าปราบปรามอย่างจริงจัง แต่ทาง “แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล” กลับมองต่าง โดยกล่าวหาว่าทางการกัมพูชาตั้งใจเพิกเฉย ต่อการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่เกิดขึ้นในขบวนสแกมเมอร์เหล่านี้
ดังนั้น แรงกดดันจากจีนในครั้งนี้จึงเป็นที่จับตามองอย่างยิ่งว่า กัมพูชาจะขยับตัวจัดการเรื่องนี้ได้เด็ดขาดแค่ไหน ก่อนที่จะกระทบต่อความสัมพันธ์ของสองประเทศ
รับชมทางยูทูบที่ : https://youtu.be/jpIQuLf4Z3c