สังคม

ตัวแทนผู้ปกครองร้องครูโกงเงินออมนักเรียน-อมเงินสนับสนุน แฉพฤติกรรมปล่อยกู้ภารโรง

โดย gamonthip_s

22 พ.ค. 2567

1.3K views

เพจบิ๊กเกรียน 365 โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก ระบุว่า #บิ๊กเกรียนเปิดหลักฐาน โกงเงินออมนักเรียนเงิน-อมเงินสนับสนุนโรงเรียนแห่งหนึ่ง พร้อมแนบเอกสาร เป็นหนังสือร้องเรียนถึงผู้บริหารกทม. ทั้ง ผู้ว่าฯ และ ปลัดกทม. เพื่อขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง พฤติกรรมของคุณครูคนดังกล่าว ปรากฏว่าเรื่องเงียบ ปัจจุบันครูคนนี้ยังทำงานที่โรงเรียนตามปกติ




หนังสือร้องเรียน ที่ส่งถึง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯกทม. ลงวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2567 ระบุว่า ขอให้ดำเนินการสอบข้อเท็จจริงพฤติกรรมคุณครู.....ในเอกสาร คนร้องเรียน คือ นายอรุณ เป็นประธานคณะกรรมการบริหารชุมชนหมู่บ้านเสรี อ่อนนุช เนื้อหาเอกสารระบุถึงพฤติกรรมคุณครู สุ (นามสมมติ) โดยบอกว่า ผู้ปกครองโรงเรียน แจ้งว่า คุณครูสุ และ พวก มีพฤติกรรมส่อไม่โปร่งใส ในการดำเนินกิจกรรมธนาคารโรงเรียน



ทีมข่าวประสานไปที่ นายอรุณ ผู้ร้องเรียน และ ว่าที่ ร.ต.ทชาเดช ศรีเสน เลขานุการ สมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนแห่งนี้ ให้ข้อมูลว่า มีผู้ปกครอง ร้องเรียน ว่า นักเรียนฝากเงินในโครงการธนาคารโรงเรียน แต่ท้ายที่สุด ผู้ปกครองมาดูยอดเงินรวม พบว่ามีเงินนักเรียนหายไปจำนวนมาก และหลายคน จึงมีการขอให้ธนาคารออมสิน ซึ่งทำโครงการร่วมกันโรงเรียนช่วยตรวจสอบ



เมื่อตรวจสอบพบว่า ยอดเงินที่ ครูสุ เอาไปฝากธนาคารให้นักเรียน ไม่ตรงกับยอดที่นักเรียนฝากจริง ว่าที่ ร.ต.ทชาเดช บอกว่า เมื่อสำรวจยอดพบเงินหายไปกว่า 8 แสนบาท นอกจากนี้ยังพบว่า ปกติธนาคารจะมีเงินสนับสนุนให้โรงเรียนที่ทำโครงการฝากเงินด้วย ส่วนใหญ่เป็นเงินทุนการศึกษา และเงินรางวัลส่งเสริมการออม ซึ่งเอกสารของธนาคาร ระบุว่า ตั้งแต่ปี 2559-2566 ธนาคารสนับสนุนเงินให้โรงเรียนแห่งนี้รวมกว่า 140,000 บาท แต่ทางโรงเรียนไม่เคยได้รับเงิน พร้อมเชื่อกันว่า ครูสุเป็นคนเอาเงินไป



เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า อะไรทำให้เชื่อได้แบบนั้น ว่าที่ ร.ต.ทชาเดชให้ข้อมูลว่า พบข้อมูลอีกส่วน จากภารโรงและคุณครูคนอื่น ๆ ในโรงเรียน พบว่า คุณครูสุ ปล่อยเงินกู้ด้วย โดยมีหลักฐานเป็นแชตไลน์ ที่คุณครูสุ ส่งยอดเงินต้น และ ดอกเบี้ยให้กับ คุณครูที่เป็นลูกหนี้ จากนั้นลูกหนี้ก็โอนเงินมาให้คุณครูสุ



ว่าที่ ร.ต.ทชาเดช บอกว่า ยอดเงินรวมในการปล่อยกู้ มีจำนวนมาก จึงเชื่อได้ว่าไม่น่าจะเป็นเงินส่วนตัวของคุณครูเอง และ คณะกรรมการโรงเรียนสงสัยว่า อาจจะนำเงินที่โกงไปปล่อยกู้หรือไม่ อยากให้ส่วนกลางช่วยตรวจสอบ



ทีมข่าวพยายามติดต่อคุณครุสุที่ถูกกล่าวหา มีโอกาสได้พูดคุยกัน แต่ไม่อนุญาตให้นำข้อมูลมาเปิดเผย เพราะเป็นเรื่องในกระบวนการรอทำเอกสารชี้แจงผู้บังคับบัญชาอยู่




ทีมข่าวได้สอบถามไปยังนายดิชา ผอ.เขตประเวศ ระบุว่าเบื้องต้นทราบเรื่องนี้แล้ว ขั้นตอนอยู่อยู่ระหว่างขอข้อมูลทั้ง 2 ฝ่าย ระหว่างรร.กับธนาคาร เพื่อทำการตรวจสอบข้อเท็จจริง



ด้านนางวันทนีย์ วัฒนะ ปลัดกทม. กล่าวว่า ได้รับทราบเรื่องร้องเรียนนี้ อยู่ระหว่างทางเขตประเวศ และสำนักการศึกษาของเขต ตรวจสอบข้อเท็จจริงอยู่ ซึ่งพร้อมให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย แต่หากพบความไม่ถูกต้องก็จะแก้ไขอย่างตรงไปตรงมา


ขณะที่ นายเดชา กิตติวิทยานันท์ ประธานเครือข่ายทนายคลายทุกข์ ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติม บอกว่า กรณีครูโกงเงินเด็ก ตัวแทนผู้ปกครองและผู้ร้องเรียน ไปร้องเรียนและปรึกษาเรื่องกฎหมายกับทนายเดชามา เท่าที่ดูหลักฐานพบว่า มีการไปร้องเรียนกับหลายหน่วยงาน ทั้งผู้ว่าฯกทม. ปลัดกทม. และสำนักงานเขต แต่คดีความไม่คืบหน้า คุณครูคนดังกล่าวยังทำงานตามปกติ



ทีมข่าวถามทนายเดช ว่า เท่าที่ดูหลักฐานมีมูลความผิดแค่ไหน ทนายเดชา บอกว่า มีมูลพอสมควรเพราะหลักฐานชัดเจนว่า มีเงินหายไป จาก 8 แสนกว่าบาท มีการชดใช้กัน จนเหลืออยู่ราว 1 แสนบาท



ทนายเดชายังบอกอีกว่า พฤติการณ์เข้าข่ายเป็นการยักยอกทรัพย์ โทษตามกฎหมาย คือ จำคุก 3 ปี ต่างกรรมต่างวาระ หมายความว่า การยักยอก 1 ครั้ง โทษจำคุก 3 ปี ดังนั้น ต้องไปดูว่า คุณครูคนนี้มีพฤติกรรมยักยอกเงินนักเรียนกี่ครั้ง โทษก็จะทวีคูณไปเรื่อย ๆ ส่วนโทษทางวินัย พฤติกรรมแบบนี้ ร้ายแรงถึงขั้นไล่ออก แต่ความคืบหน้าทางคดียังเงียบอยู่ แม้ว่าจะมีการยื่นหนังสือร้องเรียนมาตั้งแต่ช่วงต้นปี

คุณอาจสนใจ

Related News