สังคม

ใครมายุ่ง จะพุ่งให้รถชน! ชายพิการไม่ยอมให้ช่วย โยกรถมุ่งหน้าเข้ากรุง ราชการแจงพบประวัติมีคดีติดตัว

โดย petchpawee_k

6 ก.พ. 2567

1.3K views

กรมบัญชีกลาง ชี้แจง กรณีชายพิการโยกสามล้อจากสุโขทัย เพื่อยืนยันตัวตนขอสิทธิ-หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเหลือทำเอกสารต่าง ๆ แล้ว จะได้รับเงินเบี้ยความพิการในเดือนถัดไป เจ้าตัวยังไม่ประสงค์รับการช่วยเหลือ ด้าน "วราวุธ" รัฐมนตรี พม.เผย ชายพิการไม่ได้รับเบี้ยคนพิการ เพราะไม่ได้อยู่ในภูมิลำเนานานกว่า 2 ปี จึงถูกตัดสิทธิจากบัญชีคนพิการของ จ.สุโขทัย

วานนี้ (5 ก.พ.) นางสาวทิวาพร ผาสุข รองอธิบดีกรมบัญชีกลาง ในฐานะโฆษกกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า ตามที่มีชายพิการ โยกรถสามล้อจากสุโขทัยมุ่งหน้ากรมบัญชีกลาง กรุงเทพฯ เพื่อจะยืนยันตัวตนขอสิทธิ เนื่องจากตนเองถูกตัดสิทธิผู้พิการ และไม่มีบัตรประชาชน และได้รายงานข่าวการติดต่อประสานงานและการให้ความช่วยเหลือไปแล้วนั้น


กรมบัญชีกลางขอชี้แจงเพิ่มเติมว่า วันนี้ (5 ก.พ. 67) หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันเจรจากับนายมณฑล เพ็ชรสังข์ เพื่อหาแนวทางให้การช่วยเหลือร่วมกันในการอำนวยความสะดวกการเดินทาง การทำบัตรประจำตัวประชาชนและบัตรประจำตัวคนพิการที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อดำเนินการลงทะเบียนและยื่นขอรับเงินเบี้ย ความพิการกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามทะเบียนบ้าน โดยจะได้รับเงินเบี้ยความพิการในเดือนถัดไป แต่นายมณฑลยังไม่ประสงค์รับการช่วยเหลือดังกล่าว ซึ่งจากการสอบข้อเท็จจริงสรุปได้ดังนี้


1. นายมณฑล เพ็ชรสังข์ เป็นผู้พิการที่ได้รับสิทธิเบี้ยความพิการ ตั้งแต่เดือนมกราคม - กันยายน 2563 และถูกระงับการรับเบี้ยความพิการตั้งแต่เดือนตุลาคม 2563 เนื่องจากผลการตรวจสอบข้อมูลจากกรมการปกครองประจำเดือนตุลาคม 2563 พบว่า นายมณฑล มีรายชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านกลาง (ไม่สามารถทำนิติกรรมใด ๆ ได้) โดยระบบบูรณาการฐานข้อมูลสวัสดิการสังคม (e - Social Welfare) ของกรมบัญชีกลางได้ทำการระงับการจ่ายโดยอัตโนมัติ ในเดือนตุลาคม 2563 พร้อมทั้งแจ้งข้อมูลดังกล่าวผ่านระบบให้แก่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น


2.กรมบัญชีกลางทำหน้าที่ในการเบิกจ่ายและโอนเงินให้แก่ผู้มีสิทธิรับเงินเบี้ยความพิการแทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามข้อมูลที่ได้รับจากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น โดยตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2563 จนถึงปัจจุบัน กรมบัญชีกลางไม่ได้รับข้อมูลการขอเบิกเงินเบี้ยความพิการรายนายมณฑล จากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นแต่อย่างใด”


โฆษกกรมบัญชีกลาง กล่าวเพิ่มเติมว่า ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การจ่ายเงินเบี้ยความพิการให้คนพิการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2559 กำหนดให้คนพิการ ตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมคุณภาพชีวิตคนพิการลงทะเบียน และยื่นขอรับเงินเบี้ยความพิการด้วยตนเองต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ตนมีภูมิลำเนา ณ ที่ทำการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือสถานที่ที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกำหนด และมีสิทธิรับเงินเบี้ยความพิการในเดือนถัดไป โดยมีหลักฐานพร้อมสำเนาที่ผู้ขอรับเงินเบี้ยความพิการลงลายมือชื่อรับรองความถูกต้อง ดังต่อไปนี้ (1) บัตรประจำตัวคนพิการ (2) ทะเบียนบ้าน (3) สมุดบัญชีเงินฝากธนาคาร


นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หรือ พม.ให้สัมภาษณ์ ว่า ทางกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ หรือ พก.ได้เข้าไปพูดคุยกับชายพิการแล้ว และจะเชิญไปอยู่ที่สำนักงาน พม. จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อพูดคุยและตรวจสอบข้อเท็จจริงถึงปัญหาหรือสาเหตุที่เกิดขึ้น ในเบื้องต้นทราบว่าชายพิการดังกล่าว ไม่ได้อยู่ในภูมิลำเนาจังหวัดสุโขทัย มานานกว่า 2 ปีแล้ว ทำให้ถูกถอดออกจากบัญชีคนพิการของจังหวัดสุโขทัย ซึ่งทาง พก.จะไปตรวจสอบและดูว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาให้ได้อย่างไรบ้าง

-----------------------------------------

ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังทราบเรื่องดังกล่าว นายสุชาติ ทีคะสุข ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย ได้สั่งการให้สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสุโขทัย เร่งตรวจสอบ และให้ความช่วยเหลือ ซึ่งได้ประสานไปยังสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดอ่างทอง เข้าไปสอบถามข้อเท็จจริงและดูแลในเบื้องต้นแล้ว และจากการสอบถามข้อมูลในพื้นที่ทราบว่านายมณฑล เคยมีบัตรประจำตัวคนพิการ แต่ขณะนี้ตรวจสอบในระบบข้อมูลไม่พบชื่อ ที่ผ่านมาเคยได้รับเบี้ยยังชีพคนพิการ แต่ย้ายชื่อออกจากทะเบียนบ้านไป กำลังตรวจสอบว่าเหตุใดชื่อในระบบข้อมูลจึงหายไปและต่อมาอำเภอศรีสัชนาลัยได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงในพื้นที่แล้ว ปรากฏข้อมูลพบเหตุส่วนตัวบางประการที่เป็นเหตุให้ถูกตัดสิทธิ์คนพิการ


 โดยนายสุชาติ  ย้ำให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบและให้ความช่วยเหลือผู้พิการรายดังกล่าวตามขั้นตอนต่อไปแล้ว


ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากนางประเทือง  อายุ 71 ปี มารดานายมณฑล ว่า ลูกชายมาอยู่ที่บ้านได้เพียง 2-3 ปี และ ได้หายตัวไปช่วงปี 2562 เงียบหายไม่เคยติดต่อทางบ้านจนมาเจอตัวตามข่าวตนเองก็เพิ่งรู้เหมือนกัน ก่อนหน้านี้ก็หายตัวไปนานตั้งแต่ออกจากโรงเรียนว่าไปทำงานจนกระทั่งกลับมาบ้านในสภาพพิการและก็หายตัวไปเมื่อปี 2562 ดังกล่าว ทำให้ไม่ค่อยรู้เรื่องลูกชายมากนัก เพราะเจ้าตัวไม่ยอมติดต่อทางบ้านทำให้ไม่ทราบข่าวคราว  


ด้านนายณรงค์ ธุรี นายก อบต.แม่สำ เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้นายมณฑล ได้กลับมาบ้านในสภาพพิการเมื่อหลายปีที่ผ่านมา ตนเองในขณะนั้นเป็นรองนายก อบต.อยู่ได้ทำเรื่องคนพิการให้พร้อมนำรถวีลแชร์ไปมอบให้พร้อมกับอุปกรณ์ในการทำมาหากินเลี้ยงชีพ เป็นพวกเครื่องไม้เครื่องมือในการแกะสลักงานไม้ เนื่องจากนายมณฑลมีฝีมืองานช่างด้านนี้ เพื่อหาเลี้ยงชีพ แต่ต่อมาเจ้าตัวก็ไม่เห็นสนใจอะไรมากมายและก็หายตัวไปจากหมู่บ้านไม่มีการติดต่อทางบ้านหรือทาง อบต.ในเรื่องของเบี้ยยังชีพคนพิการ จนกระทั่งไปโผล่ที่อ่างทองตามที่เป็นข่าว ซึ่งทางตนเองยินดีที่จะรับตัวกลับมาบ้านเพื่อให้การข่วยเหลือตามขั้นตอนและระเบียบทางราชการต่อไป


ขณะที่ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากนายเอกสิฏฐ์ วิไลศิลป์ นายอำเภอศรีสัชนาลัย ว่า จากการประสานไปทางหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องในพื้นที่พบตัวนายมณฑล ล่าสุดพบตัวอยู่ในพื้นที่ อ.บางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา โดยมีเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องพยายามพูดคุยเกลี้ยกล่อมจะพาตัวขึ้นรถกลับมายังจังหวัดสุโขทัยเพื่อทำเรื่องให้ได้รับสิทธิคนพิการและช่วยเหลือดูแลในด้านต่างๆ แต่เจ้าตัวก็ยังไม่ยอมขึ้นรถกลับสุโขทัยแถมยังนิ่งเฉยไม่พูดไม่จาซึ่ง จนท.ยังคงพูดคุยต่อไป


ทั้งนี้ จากการสอบข้อมูลเบื้องต้นทราบว่า นายมณฑลไม่ยอมอยู่บ้านหายตัวไปไม่มีการติดต่อ เพราะทะเลาะกับบิดา มีการทำร้ายบิดา และหายตัวออกจากบ้านไป สำหรับอุปนิสัยส่วนตัวทราบว่าเป็นคนใจร้อนอารมณ์รุนแรงทะเลาะกับครอบครัวหลายครั้งจนกระทั่งหายตัวไป


สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นดังกล่าวจากการตรวจสอบพบว่า นายมณฑลฯ เคยอาศัยอยู่บ้านเลขที่ 72 ม.7 ต.แม่สำ อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย จริง และต่อมา ปี 2563 ได้ออกจากบ้านไปอยู่ที่อื่นโดยไม่มีใครทราบเนื่องจากเจ้าตัวไม่ยอมบอก ประกอบกับมีปัญหาทะเลาะกับครอบครัว นายมณฑล เป็นคนมีอารมณ์รุนแรงเคยขู่ฆ่าบิดามารดาหลายครั้ง ซึ่งนายมณฑลฯ ได้มีการแจ้งย้ายเข้าบ้านเลขที่ 31/4 ม.7 ต.สามเรือน อ.ศรีสำโรง จ.สุโขทัย เมื่อ 8 พ.ค.2563 ทางญาติและสมาชิก อบต.ที่รู้จักคุ้นเคยกันได้เคยไปตามหาตัวแต่ไม่พบ ต่อมาได้มีการย้ายชื่อนายมณฑลฯ เข้าทะเบียนบ้านกลาง 1 ต.วังลึก อ.ศรีสำโรง จ.สุโขทัย เนื่องจากถูกหมายจับคดีอาญาที่ สน.บางซื่อ ทำให้ไม่ได้รับเบี้ยผู้พิการ


ต่อมาเมื่อวันที่ 16 ม.ค.67 นายมณฑลฯ ได้มาติดต่อขอทำบัตรประชาชนที่สำนักทะเบียน อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย จนท.สำนักทะเบียนฯ แจ้งว่าไม่สามารถออกบัตรได้เนื่องจากในข้อมูลทะเบียนราษฎร์ของนายมณฑล เพชรสังข์ ปรากฏหมายจับ เลขที่ 1655/2559 สน.บางซื่อ ในคดีอาญา วันเดือนปีที่ออกหมายจับ 30 สิงหาคม 2559 สถานะข้อมูลดำเนินการย้ายเข้าทะเบียนบ้านกลาง จนท.สำนักทะเบียนอำเภอศรีสัชนาลัย


ได้สอบถามนายมณฑลฯ แจ้งว่าเจ้าตัวเคยถูกดำเนินคดีแล้ว จนท.จึงสอบถามหาใบบริสุทธิ์ ซึ่งเจ้าตัวแจ้งว่าเอกสารสูญหาย จนท.จึงแนะนำให้ไปติดต่อ สภ.ศรีสัชนาลัย เพื่อให้ประสานขอหลักฐานแสดงคดีถึงที่สุดกับทาง สน.บางซื่อ เพื่อใช้เป็นหลักฐานประกอบการปลดล็อครายการทะเบียนราษฎร์ และ จนท.ยังได้แจ้งกับนายมณฑลว่าเมื่อถึง สภ.ศรีสัชนาลัย แล้วให้ สภ.ศรีสัชนาลัย โทรติดต่อกลับมาสอบถามที่สำนักทะเบียนอำเภอ เพื่ออธิบายข้อเท็จจริงให้ทราบ และเมื่อได้รับเอกสารหลักฐานแล้ว ให้กลับมาติดต่อสำนักทะเบียนอำเภอศรีสัชนาลัย เพื่อดำเนินการต่อไป แต่ปรากฏว่าในวันดังกล่าว ไม่มีการติดต่อกลับมา จนมาปรากฏข่าวทางสื่อออนไลน์ดังกล่าว


 “ซึ่งตอนนั้นนายมนฑลก็เข้าใจแล้วตอบรับกับเจ้าหน้าที่ ไม่ได้โวยวายหรือมีเรื่องราวกับเจ้าหน้าที่ จนกระทั่งมาเป็นข่าว ทางเจ้าหน้าที่ก็พยายามแนะนำนและบอกให้เอาใบบริสุทธิ์จากตำรวจมาก็เปิดระบบทำบัตรประชาชนได้ แต่ก็ไม่ฟัง และไม่มีใครรู้ว่า ใครแนะนำให้ไปกรมบัญชีกลาง”


นายอำเภอ ยังบอกว่า พยายามอธิบาย แนะนำให้นายมณฑลเข้าใจ แต่ไม่ยอมฟังและยืนยันจะไปกรมบัญชีกลางให้ได้ จึงได้ประสานเจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยระยะทางที่นายมงคลเดินทางผ่าน


และในเวลาช่วงบ่าย ทางกระทรวงมหาดไทย ได้ตรวจสอบข้อมูลรายละเอียดแล้ว ก็เปิดสิทธิ์ให้ในกรณีพิเศษ โดยพบว่ามีการตรวจเช็คเรื่องใบบริสุทธิ์แล้ว จึงยอมเปิดสิทธิให้สามารถทำบัตรประชาชนได้ ซึ่งเจ้าหน้าที่ พยายามแนะนำและบอกกับนายมนฑลแล้ว ว่าให้กลับมาทำบัตรประชาชน แต่นายมนฑลไม่ยินยอม


ผู้สื่อข่าวถามว่า เหตุใดจึงสามารถเปิดสิทธิ์ให้นายมณฑลได้ เมื่อเป็นข่าวโยกรถสามล้อเข้า กทม.หรือไม่ นายอำเภอศรีสัชนาลัย ยืนยันว่า ไม่ใช่เหตุนี้ แต่เป็นเพราะที่ผ่านมา ทำตามระบบการขอทำบัตรประชาชน หากมีคดีความต้องมีเอกสารมายืนยันมาก่อน แต่ที่ต้องเปิดให้นายมณฑล ระหว่างเดินทางเข้า กทม ก็เพื่อความปลอดภัยของนายมณฑล และ ทำการตรวจเช็คข้อมูลนอกระบบแล้ว 


 ทั้งนี้ หากได้หลักฐานคดีถึงที่สุดหรือใบบริสุทธิ์ สำนักทะเบียนอำเภอศรีสัชนาลัย จะได้ติดต่อสำนักทะเบียนอำเภอศรีสำโรง เพื่อทำการปลดล็อครายการในทะเบียนราษฎร์ให้ แล้วจึงจะสามารถทำบัตรประจำตัวประชาชน และติดต่อขอรับเบี้ยผู้พิการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่นายมณฑลฯ มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านได้

--------------------------------

เจรจาไม่เป็นผล! ชายพิการขา วัย 48 โยกรถสามล้อจากสุโขทัยไปยืนยันตัวตนที่กรมบัญชีกลาง ไม่ขอรับความช่วยเหลือจาก จนท. ลั่น! ใครมายุ่งเกี่ยวจะพุ่งให้รถชน เจ้าตัวหลบไปนอนข้างเมรุเผาศพในวัดโต้สร้างกระแสแค่อยากเรียกร้องสิทธิแทนกลุ่มผู้เปราะบาง จะไปกระทรวง พม. ให้ปลดป้ายลง ชื่อที่ติดอยู่สวยหรู แต่กลับไม่ได้ช่วยเหลืออะไรเลย แพทย์ตรวจร่างการความดันขึ้นสูง-หัวใจเต้นเร็ว


นางวาสนา ทองจันทร์ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดอ่างทอง น.ส นฤมล พงศ์สุภาพพงศ์ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา น.ส.อัญชลี มีพรเจริญกิจคลัง จังหวัดอ่างทอง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางปะหัน ได้พบกับนายมณฑล เพ็ชรสังข์ ชายพิการโยกรถสามล้อ บริเวณริมถนนสายเอเชียหลักกิโลเมตรที่ 37 + 600 ตำบลตานิ่ม อำเภอบางปะหันจังหวัดพระนครศรีอยุธยา หลังจากที่หายตัวไปเมื่อช่วงเวลา 23.00 น. ที่ สภ.ไชโย


นายมณฑล เพ็ชรสังข์ ชายพิการ เปิดเผยว่า จุดประสงค์ของตนเองต้องการจะเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อไปพูดคุยด้วยตนเอง ที่กรมบัญชีกลางในกรุงเทพมหานคร โดยไม่อยากพูดอะไรมากไปกว่านี้เพราะความตั้งใจ อยากจะไปพูดคุยกับผู้ใหญ่ในกระทรวงฯ ถึงปัญหาของระบบการทำงานของราชการ และที่มีข่าวว่าตนเองนั้นหนีคดีมาไม่จริง ตนเองไม่ได้หนี


ด้านนางวาสนา ทองจันทร์ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดอ่างทอง เปิดเผยว่า หลังจากพูดคุยและติดต่อกับทางมารดาของนายมณฑล เพื่อให้พูดคุย แต่นายมณฑลไม่พูดคุยกับมารดาและขอยืนยันจะเข้ากรุงเทพฯ อย่างเดียว ส่วนเรื่องที่นายมณฑล ได้พูดถึงนั้น ตอนนี้ทางหน่วยงานที่รับผิดชอบได้ตรวจสอบรายชื่อทะเบียนบ้านแล้วพบว่านายมณฑล มีทะเบียนบ้านอยู่ในทะเบียนบ้านกลาง เพราะได้สอบถามทางแม่ของนายมณฑล


ส่วนเรื่องเงินเบี้ยพิการก็จะดูแลและตรวจสอบให้ และยืนยันจะให้ความช่วยเหลือ ทั้งนี้หลังจากพูดคุยทางนายมณฑล ไม่ยอมให้ทางเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือและยืนยันจะโยกรถสามล้อไปเอง โดยพูดว่าถ้าเจ้าหน้าที่ยุ่งจะให้รถพุ่งชน หลังจากนั้นก็โยกรถมาตามถนนสายเอเซียโดยยืนยันคำเดียวถ้ามีหน่วยงานหรือผู้สื่อข่าวยุ่งก็จะให้รถชน และไม่ขอคุยกับใครทั้งนั้นในตอนนี้ /เจ้าหน้าที่ตำรวจขับรถตาม นายมมณฑล ก็โยกรถสามล้อชนรถตำรวจ

ขณะที่นายมณฑล ยืนยันว่า การออกมาของตนไม่ได้มาสร้างความเดือดร้อนให้กับใคร และไม่ได้ต้องการรับเงินบริจาคหรืออะไรใดๆ ทั้งสิ้น แต่ต้องการอยากเรียกร้องตามสิทธิ์ที่หายไป และช่วยเหลือผู้พิการรายอื่นที่มีปัญหาเหมือนกับตน พร้อมยืนยันว่าที่พูดให้สัมภาษณ์กับสื่อ ตนมีสติสัมปชัญญะดี จากนั้นเจ้าหน้าที่ขอความร่วมมือให้สื่อมวลชนออกจากพื้นที่ เพื่อไม่เป็นการกดดันชายพิการรายนี้


จากนั้นผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามว่า ในเมื่อได้รับเอกสารแล้วทำไม ยังยืนยันที่จะเดินทางเข้ากรุงเทพณอยู่ นายมณฑล บอกว่า “เดี๋ยวจะไปแฉ และบอกว่าจะให้กระทรวง พม. ปลดป้ายลง เพราะชื่อที่ติดอยู่สวยหรู แต่กลับไม่ได้ช่วยเหลืออะไรเลย แล้วผมต้องการเป็นตัวแทนในการไปพูดคุยกับผู้ใหญ่ เพื่อทวงสิทธิ์ให้กับกลุ่มผู้เปราะบาง และผมมีเอกสารที่จะส่งให้ดูด้วย”


จากนั้นนายมณฑล ก็โยกสามล้อหายไป ซึ่งเจ้าหน้าที่ พม.และตำรวจ สภ.บางปะหัน ได้ออกติดตามเป็นห่วงความปลอดภัยบนถนน /กระทั่งไปพบตัวนอนอยู่บริเวณข้างเมรุเผาศพวัดเทพอุปการาม (วัดตานิม) อ.บางปะหัน พร้อมสามล้อโยกคู่ใจ ทางเจ้าหน้าที่เข้าพูดคุยเจรจาจะพานายมณฑล ไปอยู่ที่พัฒนาสังคมจังหวัดพระนครศรีอยุธยาและจะพาไปทำบัตรประชาชน แต่เจ้าตัวไม่ไป


จากนั้นนายมณฑล ได้คลาดกับเจ้าหน้าที่ พม.อยุธยา เนื่องจากยืนยันว่าไม่ต้องการได้รับความช่วยเหลือ ทาง พม.อยุธยา จึงปล่อยให้โยกสามล้อไปตามเส้นถนนสายเอเชีย เพราะเมื่อเจ้าหน้าที่ติดตามไป นายมลฑล ก็จะมีอาการฉุนเฉียวเหมือนถูกกดดัน

นายมณฑล ยังตำหนิผู้สื่อข่าวที่บอกว่าตนเองจะเข้าไปร้องเรียนหลังจากที่เป็นข่าวนั้น ตนเองบอกว่าไม่ได้ร้องเรียนแค่จะเข้าไปพูดคุยกับผู้ใหญ่เท่านั้นแต่ทำไมข่าวถึงออกไปแบบนั้น


รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/XSUWsaWJVEg


คุณอาจสนใจ

Related News