สังคม

ออกหมายจับแล้ว! 2 สามีภรรยา เจ้าของโกดังพลุระเบิด ‘วิโรจน์’ แฉเหตุมูโนะ เอี่ยวธุรกิจสีเทา รีดส่วยส่งนาย

2 ส.ค. 2566

219 views

ไร้เงาเจ้าของโกดังพลุระเบิดที่มูโนะ เข้ามอบตัว ขณะที่ศาลออกหมายจับ 2 ผัวเมียเจ้าของโกดังที่หลบหนี เบี้ยวไม่มาตามนัด ด้านผู้นำศาสนานำชาวบ้านไว้อาลัยผู้เสียชีวิต ล่าสุด ผบ.ตร.สั่งผู้บัญชาการตำรวจภาค 9 ย้าย 4 เสือ สภ.มูโนะ ให้ประจำศูนย์ปฏิบัติการ สตช. พร้อมตั้งกรรมการตรวจสอบส่วยพลุระเบิด ลั่นหากผิดจริง ดำเนินการเด็ดขาด พร้อมสั่งขยายผลฟันผู้เกี่ยวข้องทุกราย


วานนี้ (วันที่ 1 ส.ค.) พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง โฆษก ตร. กล่าวว่า จากกรณีเกิดเหตุเพลิงไหม้ โกดังเก็บพลุและดอกไม้ไฟ ในพื้นที่ สภ.มูโนะ จ.นราธิวาส จนมีผูัได้เสียชีวิตหลายรายนั้น หลังเกิดเหตุ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. ได้สั่งการให้ พล.ต.ท.นันทเดช ย้อยนวล ผบช.ภ.9 ดำเนินการทุกมิติทั้งการช่วยเหลือเยียวยาเร่งรัดการสอบสวนดำเนินคดี ขยายผลดำเนินการผู้เกี่ยวข้อง

สำหรับความคืบหน้าทางคดี ขณะนี้มีการออกหมายจับเจ้าของโกดัง 2 สามีภรรยา ซึ่งขณะนี้หลบหนีอยู่ประเทศมาเลเซีย โดย ผบ.ตร.กำชับให้ประสานไปยังตำรวจมาเลเซียในการช่วยติดตามจับกุม แม้จะหลบหนีไปที่ไหน ก็ต้องนำตัวมาดำเนินคดีให้ได้

ส่วนประเด็นข้อสงสัยของสังคม ว่าโกดังเก็บพลุและดอกไม้ไฟ มาตั้งอยู่ในพื้นที่ชุมชนได้อย่างไร มีเจ้าหน้าที่รัฐรู้เห็นเป็นใจหรือไม่ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ ได้ย้ำให้ ผบช.ภ.9 เร่งทำความจริงให้ปรากฎ หากพบว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือเจ้าหน้าที่รัฐ เรียกรับผลประโยชน์ รู้เห็นเป็นใจ ปล่อยปละละเลย ให้มีการกระทำความผิดเกิดขึ้นจริง ให้ดำเนินการเด็ดขาดทั้งอาญา วินัย และปกครอง


ซึ่งผบช.ภ.9 ได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องนี้แล้ว โดยมี พล.ต.ต.ปราบพาล มีมงคล รอง ผบช.ภ.9 เป็นหัวหน้าฯ โดยจะเร่งดำเนินการตรวจสอบให้แล้วเสร็จ แล้วรายงานผลให้ ตร.ทราบโดยเร็วทันที ในเบื้องต้นเพื่อให้การตรวจสอบข้อเท็จจริงเป็นไปด้วยความเรียบร้อย เป็นธรรม ให้สังคมเกิดความเชื่อมั่น


ทั้งนี้ พล.ต.ต.อนุรุธ อิ่มอาบ ผบก.ภ.จว.นราธิวาส ได้มีคำสั่งย้ายข้าราชการตำรวจ สภ.มูโน๊ะ จำนวน 4 รายประกอบด้วย ผกก., รอง ผกก.ป , สว.ป.และ สว.สส. ส่วนอีก 1 ตำแหน่ง รอง ผกก.สส.ได้เสียชีวิตไปแล้ว เป็นตำแหน่งว่าง โดยให้มาช่วยราชการที่ ศปก.ภ.จว.นราธิวาส
--------------------------------------------

ผู้เสียหายเรียกร้องเจ้าของโกดังมารับผิดชอบ


ขณะที่ นายสุวรรณ เชิญชมพู อายุ 56 ปี หนึ่งในชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบเปิดใจว่า  ตนอยากให้เจ้าของโกดังมารับผิดชอบเรื่องบ้านและอยากให้มาโดยเร็วด้วย ไม่ใช่หายเงียบไปแบบนี้ ที่จริงก็ไม่ได้โกรธนะแต่อยากให้มาชดใช้ค่าเสียหาย   ซึ่งตอนน้ำท่วมมันก็ไม่ได้หนักเท่ากับครั้งนี้ เพราะตอนน้ำท่วมทำความสะอาดเสร็จก็สามารถเข้ามาอยู่ได้ แต่พอมาเป็นแบบนี้ทำความสะอาดไปก็เข้ามาอยู่ไม่ได้  ซึ่งคิดว่าเหตุการณ์ครั้งนี้มันหนักที่สุดแล้ว เพราะบ้านมันพังไปทั้งหมดเลยก่อนหน้านี้น้ำท่วมหนัก 2 ครั้งพอน้ำลดทำความสะอาดเสร็จก็มาอยู่ได้เหมือนเดิม แต่แบบนี้เข้ามาอยู่ไม่ได้เลยเพราะกำแพงบ้านก็พังหลังคาบ้านก็ถล่ม


ซึ่งตอนนี้ก็ไม่ได้ไปอยู่ที่ศูนย์พักพิงเพราะถ้าไปแล้วก็ไม่มีใครเฝ้าบ้านอีก แต่เมื่อวานก็ยังโชคดีที่ยังมีนักเรียนช่วยพาไม้ออกไปได้บ้าง และอีกอย่างตอนนี้ไม่รู้เจ้าของโรงงานไปไหน วันนั้นก็ได้ยินเพื่อนโทรไปหาเจ้าของโรงงานแจ้งว่าโรงงานระเบิดแต่คำตอบได้กลับมาว่าช่างมันให้มันระเบิด

--------------------------------------------------

วิโรจน์ แฉเหตุ ‘มูโนะ’ โกดังพลุระเบิด เอี่ยวธุรกิจสีเทารีดส่วยส่งนาย เปิดชื่อย่อ “จ่า ฟ.”


นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ให้ความเห็นกรณีเหตุเหตุการณ์โกดังพลุและประทัดระเบิดที่กลางตลาดมูโนะ อำเภอสุไหงโกลก จังหวัดนราธิวาส ว่า โกดังพลุที่ว่าตั้งอยู่กลางชุมชนขนาดใหญ่ คำถามคือ ปล่อยให้ตั้งโกดังพลุขนาด 5 ตันแบบนี้ได้อย่างไร ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง ไม่รู้เรื่องเลยหรือ


 ถ้างานนี้ตำรวจดำเนินคดีแค่เจ้าของโกดัง มันไม่แฟร์ และประชาชนผู้สูญเสียจะไม่ยอม โกดังพลุตั้งอยู่ใจกลางชุมชนขนาดนี้ ขอตั้งคำถามว่า เงินมันไปบังตาใครหรือไม่


 ที่สำคัญคือเจ้าของโกดังคนนี้ เคยถูกจับมาแล้ว เมื่อปี 59 ถูกจับมาแล้ว โดย กอรมน. ภาค 4 ส่วนหน้า และตอนนั้นมีการลักลอบเก็บพลุเอาไว้กว่า 20 ตัน เพราะฉะนั้นเจ้าหน้า และฝ่ายปกครอง จะบอกว่าไม่รู้ ว่ามีโกดังเก็บพลุ ตั้งอยู่ใจกลางชุมชนไม่ได้


ทุกคนรู้ดีว่าในพื้นที่มูโนะ ธุรกิจสีเทาชุกชุม มีระบบส่วยเยอะ และเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ก็มีการดำเนินคดีกับตำรวจชั้นผู้ใหญ่ และอดีตนายอำเภอ ขอถามไปยังผบ.ตร. ว่าจะปล่อยให้จ่าฟ. เป็นแม่บ้านเก็บส่วยส่งนาย โดยที่ไม่ทำอะไรเลยเหรอ


ว่าชาวบ้านรู้หมด ไปถามได้เลย ว่าจ่าฟ.ที่เก็บส่วยให้ตำรวจคือคนไหน ที่ผ่านมามีการเก็บส่วยเรื่องค่ามนุษย์ แรงงานเถื่อน และเก็บส่วยจากสิ่งผิดกฏหมายมากมาย ยืนยันว่าเรื่องนี้จับแค่เจ้าของโกดังไม่ได้


ต่อมานายวิโรจน์ โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า “ส่วยที่มูโนะ ปล่อยไว้ไม่ได้ เหตุการณ์โกดังพลุระเบิด ที่ตลาดมูโนะ อ.สุไหงโกลก จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคมที่ผ่านมา การดำเนินคดีกับเจ้าของโกดัง ก็คงต้องดำเนินการไปตามกฎหมาย แต่มันจะตัดตอนแค่เจ้าของโกดังไม่ได้ เพราะเรื่องนี้ คนใน ต.มูโนะ ทราบดีว่า มีความเกี่ยวพันกับการเรียกรับผลประโยชน์ รีดไถรังแกประชาชน เก็บส่วยส่งนายเป็นทอดๆ ชื่อของจ่า ฟ. ประชาชนในละแวกนั้นรู้จักกันดี ว่ามีหน้าที่เก็บส่วยธุรกิจสีเทาในมูโนะ ทั้งสินค้าหนีภาษี การค้ามนุษย์ ยาเสพติด และธุรกิจผิดกฎหมายต่างๆ


 เรื่องนี้ รมว.มหาดไทย และ ผบ.ตร. ตรวจสอบดู ก็จะรู้ต้นสายปลายเหตุ และลากไส้ทั้งขบวนการออกมาโดยไม่ยาก โกดังพลุ เก็บดินดำเป็นตันๆ อยู่ใจกลางชุมชน เป็นไปได้อย่างไร ที่ทหาร ตำรวจแล้วฝ่ายปกครองจะไม่รู้เรื่องอะไรเลย


 เจ้าของโกดัง ที่ระเบิด ก็เคยถูก กอ.รมน. จับกุมมาแล้วครั้งหนึ่ง เมื่อปี 2559 เจ้าหน้าที่ตำรวจ และฝ่ายมั่นคง จะอ้างว่าไม่รู้ไม่ได้


การกดขี่ รีดไถ รังแก ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีแต่จะทำให้ประชาชนในพื้นที่ รู้สึกหวาดระแวง และไว้วางใจเจ้าหน้าที่รัฐ


ที่ใดมีการกดขี่ การต่อต้านก็ย่อมเป็นหน้าที่ พลุที่เก็บอยู่ในหัวใจคน ถ้าถูกเหยียบย่ำกดขี่อยู่เรื่อยๆ สักวันมันก็ปะทุ และระเบิดออกมาได้นะครับ


วันที่ 3 สิงหาคมนี้ ผมจะอภิปรายเรื่องนี้ในสภา หวังเป็นอย่างยิ่งว่า รมว.มหาดไทย อธิบดีกรมการปกครอง ผบ.ตร. และแม่ทัพภาค 4 จะตระหนักถึงปัญหาส่วยและการรีดไถประชาชน ในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส และพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และหวังว่าจะมีการปราบปรามให้หมดไปในเร็ววันนี้”

-------------------------------------------------

เพจ Golok Spotlight แฉ โกดังร้านนี้ลักลอบเก็บประทัดมานาน ขายของเบ็ดเตล็ดบังหน้า แต่ฉากหลังทำธุรกิจค้าขายประทัดและพลุส่งออกมาเลเซีย รายใหญ่  พร้อมโชว์หลักฐาน อัยการไม่สั่งฟ้องคดี ปี 59  ตั้งคำถามเป็นไปได้อย่างไร



วานนี้ (วันที่ 1 ส.ค.) เพจ Golok Spotlight โพสต์ข้อความระบุว่า “นี่คือหนังสือสั่งคดีของนายไหวเมื่อ ปี 59 จากสำนักงานอัยการจังหวัดนราธิวาส หากผมไม่มีหลักฐานก็คงไม่กล้าออกมาพูด


ปี 59 นายไหว ถูกจับ ประทัดพร้อมของกลางกว่าหลายพันกิโล แต่วิ่งเต้นคดีให้อัยการสั่งไม่ฟ้อง มันเป็นไปได้อย่างไร


 ในมูโนะ ยังมีเถ้าแก่กิม และ นายแล ที่ยังมีโกดังซุกซ่อนประทัดอยู่ในพื้นที่ และแน่นอนว่าทั้งสองเจ้า ก็จ่ายส่วยให้ สภ.มูโนะ ดูแลกิจการโกดังเถื่อนเช่นกัน


สายข่าวรายงานมาว่าหลังเกิดเหตุ เถ้าแก่กิม และ นายแล ก็ได้มีการพยายามขนประทัดย้ายหนีไปแล้วในช่วงกลางดึกที่ผ่านมา


 แปลกแต่จริงที่ ชาวบ้านรู้ ทุกคนรู้ เหลือเพียงแต่เจ้าหน้าที่ไม่รู้ ทันทีเมื่อวานที่แฉเรื่อง ส่วยมูโนะออกไป จ่าฟาโรก็ได้ปิดเฟสหนี ไปอย่างเร็วไว  เชื่อว่างานนี้นายไหว จะไม่ยอมตายเดี่ยวแน่นอน เงินไปไหน ไปถึงใคร ไม่นานเกินรอ ชาวบ้านจะต้องรับรู้  #golokspotlight”


ซึ่งก่อนหน้านี้เพจ Golok Spotlight เคยออกมาแฉเรื่องส่วย ระบุว่า โศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ของประเทศ ออกข่าวไปทั่วทุกช่องทาง มีประชาชนคนเจ็บหลักร้อย เสียชีวิตอีกหลักสิบ เปรียบเสมือนระเบิดสงครามกลางเมือง มาเกิดอยู่ที่ ม.1  ต.มูโนะ จ.นราธิวาส


แต่ที่ประชาชนยังสงสัย โกดังที่ลักลอบเก็บพลุและประทัดเป็นตันๆ มาตั้งอยู่ใจกลางชุมชนตลาดมูโนะ เป็นไปได้หรือที่เจ้าหน้าที่ทั้งทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครองจะไม่รู้เลย


โกดังลักลอบเก็บประทัดไม่ได้พึ่งมี แต่มีมานานแล้ว เจ้าของชื่อนายสมปอง หรือเถ้าแก่ไหว กับ เจ๊หลิน(ปิยะนุช) ตอนนี้ทั้งสองคนหลบหนีอยู่ที่ประเทศมาเลเซีย


นายไหวกับเจ๊หลิน มีอาชีพเปิดขายของเบ็ดเตล็ดบังหน้า มีธุรกิจค้าขายประทัดและพลุส่งออกประเทศมาเลเซียเป็นเจ้าใหญ่ของ อ.สุไหงโกลก


 เคยถูกจับกุมเมื่อปี 59 โดยชุด กอ.รมน. แต่ก็วิ่งเต้นหลุดคดีมาได้ถือว่าไม่ธรรมดาหลังจากเกิดเหตุวันนี้เจ้าหน้าที่บุกเข้าไปค้นที่บ้านของนายไหว ก็ยังมีประทัดซุกซ่อนอยู่เป็นจำนวนมาก ปัจจุบันนายไหวจ่ายเงินดูแลตำรวจในพื้นที่ ให้กับ สภ.มูโนะ ในการดูแลธุรกิจสีเทา เดือนล่ะ 3-5 หมื่นบาท/ต่อเดือน  โดยมีจ่าฟาโร (หากถามผู้ประกอบการในตลาดมูโนะต้องรู้จักทุกคน) เพราะจะเป็นคนเก็บเงินธุรกิจสีเทาในมูโนะทั้งหมด รวมถึงค่าดูแลโกดังของนายไหว ส่งให้ผู้กำกับด้วย


ถึงตอนนี้เหตุเกิดมา 3 วันแล้ว แต่ก็ยังไม่มีการย้ายตำรวจ สภ.มูโนะ เลยสักนาย ถือว่าผู้กำกับคนนี้เส้นใหญ่ ไม่ธรรมดา เป็นเด็กของใครคงไม่ต้องบอก


ที่ประชาชนพี่น้องมูโนะต้องเสียบ้าน เสียคนรัก เสียคนในครอบครัว ไม่ใช่ความผิดของชาวบ้านหรือของใครแม้แต่น้อย

แต่กลับต้องมารับกรรม เพราะข้าราชการชั่วๆบางนาย ปล่อยปะละเลย ยอมรับเงินส่วย จึงทำให้เกิดเรื่องเศร้าวันนี้

ขอเรียกร้องให้มีการตรวจสอบเจ้าหน้าที่ สภ.มูโนะ นายใดที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ขอให้ดำเนินคดีทั้งหมด

 และหากว่าชี้เบาะแสขนาดนี้แล้ว ยังไม่มีการตรวจสอบหรือดำเนินการใดๆ

 ก็คงต้องถึงเวลาที่ประชาชนควรจะต้องหมดศรัทธากับเจ้าหน้าที่แล้ว

 #golokspotlight


รับชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/lmC2aWji3a4

คุณอาจสนใจ

Related News