เลือกตั้งและการเมือง

‘วิโรจน์’ ซัด กกต.มักง่าย! หลังแถลงปม ‘บาร์โค้ด’ บนบัตรเลือกตั้ง ลั่นลับอย่างเดียวคือ "ลับ ลวง พราง"

14 ก.พ. 2569

64 views

‘วิโรจน์’ ยื่นหนังสือถึง กกต. ขอตรวจสอบบัตรเลือกตั้งที่มี Barcode-QR Code ชี้การลงคะแนนเสียงต้องเป็นความลับไม่ควรจะสอบย้อนไปถึงผู้กาบัตรได้ เพราะ ปชช.อาจถูกคุกคาม ตำหนิ กกต. ไม่ยอมให้เข้าฟังแถลงตั้งคำถามถึงความโปร่งใส มองว่าลับของ กกต. คือ "ลับ ลวง พราง"   ลั่น! ถ้าผิด กกต. ทั้งหมดต้องติดคุก จ่ายชดเชยจัดเลือกตั้ง


วานนี้ (13 ก.พ.) เวลา 14.00 น. นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรคประชาชน เดินทางไปยื่นหนังสือต่อสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ขอให้มีการเปิดเผยต้นขั้วและบัตรเลือกตั้ง ทั้งแบบบัญชีรายชื่อและแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ของหน่วยเลือกตั้งที่ปรากฏข้อเท็จจริงตามข่าว


หลังจากยื่นหนังสือเสร็จ นายวิโรจน์ พยายามที่จะเดินเข้าไปภายในห้องแถลงของ กกต. เพื่อรับฟังการแถลงข่าว และมีหลายประเด็นที่ต้องการสอบถาม กกต. แต่ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ยืนอยู่บริเวณด้านหน้าห้องแถลง ไม่อนุญาตให้นายวิโรจน์ เข้าไป ก่อนที่นายวิโรจน์ จะระบุว่า "สุจริตโปร่งใสแต่เข้าไปฟังไม่ได้"


จากน้้นนายวิโรจน์  ให้สัมภาษณ์ ว่าอยากให้ กกต.มีการตรวจสอบต้นขั้วและบัตรเลือกตั้ง ทั้งแบบบัญชีรายชื่อและแบบแบ่งเขตเลือกตั้งของหน่วยเลือกตั้ง ในหีบที่ฌาปนสถาน ทอ.กทม.เขต 9 ตามที่สื่อมวลชนเปิดเผย กกต.ควรที่จะนำบัตรเลือกตั้งแต่ละบัตรมาดูว่า  Barcode ที่บัตรสีชมพู แบบบัญชีรายชื่อ ซ้ำกันหรือไม่



โดย Barcode แต่ละใบจะมีความเฉพาะตัวแตกต่างกัน หาก Barcode น้้นตรงกับต้นขั้วแสดงว่า “ไม่ลับ“ เพราะที่ต้นขั้วมีลายมือชื่อของผู้มาใช้สิทธิ์ ซึ่งรู้ถึงเลขลำดับที่ ชื่อ -นามสกุล ที่อยู่ บ้านเลขที่ของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง ซึ่งก็ตั้งข้อสงสัยได้เช่นเดียวกับบัตรเลือกตั้งแบบแบ่งเขต บัตรสีเขียว ที่มี QR Code ด้านล่างบัตรเลือกตั้ง หากสแกนแล้วรหัสตรงกับต้นขั้ว ก็จะสามารถบ่งชี้และสอบกลับไปยังผู้ใช้สิทธิ์เลือกตั้งได้ ซึ่งขัดกับรัฐธรรมนูญ ที่ระบุว่าการเลือกตั้งต้องเป็นทางลับ


นายวิโรจน์ ระบุอีกว่า ประชาชนทุกคนตั้งข้อสงสัยได้และประชาชนตกใจว่าทำไม กกต.ถึงไม่ตั้งข้อสงสัย ตนไม่แน่ใจว่าเป็นการชี้แจงจาก กกต. หรือไม่ที่บอกว่า ทำรหัสเอาไว้เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการทำซ้ำ หรือแยกระหว่างบัตรจริงกับบัตรปลอมซึ่งมันคนละเรื่อง หาก กกต.ทำลายน้ำ เพื่อจะจับได้ว่าบัตรนั้นบัตรจริงหรือบัตรปลอมก็ไม่มีปัญหา



"ตอนนี้ที่ประชาชนสงสัยคือ สามารถสอบกลับได้ไปยังผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งว่าเขากาอะไร ความลับคือระบบที่เก็บความลับไม่ว่าใครก็ตามไม่สามารถล่วงรู้ได้ ไม่ได้หมายความว่า กกต.จะรู้ก็ได้ เก็บไว้ตราบใดที่ลับไม่แตกก็ยังถือว่าเป็นความลับ คิดแบบนี้ผมถือว่ามักง่าย การเก็บเป็นความลับ ระบบมันต้องลับ ไม่ว่าผู้ใดผู้หนึ่ง จะล่วงรู้ก็ล่วงรู้ไม่ได้ กกตหรือใครก็ตามที่พยายามจะชี้แจงลักษณะนี้อย่าทำเช่นนั้นเลย ผมว่ายิ่งจะทำให้ภาพลักษณ์ เกียรติศักดิ์และศักดิ์ศรีของ กกต. ตกต่ำไม่มีชิ้นดี"



เมื่อถามว่าการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาบนบัตรเลือกตั้งมี QR Code และ Barcode แบบนี้หรือไม่ นายวิโรจน์ ระบุว่า ก็ต้องตรวจสอบไงว่ามันเป็นลักษณะนี้หรือเปล่า ตนเข้าใจว่าที่ปรากฏตามสื่อสาธารณะ บางคนก็ระบุว่าบัตรเลือกตั้ง ปี 2566 ไม่มี แต่คนที่จะตอบเรื่องนี้ได้ดีที่สุดก็คือ กกต.



นายวิโรจน์ กล่าวต่อว่า ตอนนี้มีการนำบัตรเลือกตั้งของ กทม.เขต 9 ฌาปนสถานฯ มาเผยแพร่ เพื่อให้การชี้แจงของ กกต. เป็นที่เข้าใจ ก็ควรเปิดหีบของหน่วยนี้ให้ประชาชนดู ว่ารหัสที่เห็นนั้น เป็นรหัสของเล่มที่ซ้ำกันเท่านั้น หรือมีรหัสที่รันเลขบัตรแต่ละใบ จะได้รู้ว่าบาร์โค้ดมันเป็นเฉพาะตนของบัตรเลือกตั้งหรือไม่ ซึ่งคิดว่า 15 นาที หรือให้เวลาหาหีบบัตรนั้นไม่เกิน 2 ชั่วโมง ก็เจอแล้ว จากนั้นก็เปิดให้สื่อมวลชนดู แล้วเอาเครื่องยิงบาร์โค้ดตรวจสอบเลย



“หลายคนถามว่า Barcode บนบัตรสีชมพู มีทุกเขตทุกหน่วยเลือกตั้งเลือกหรือไม่ หากทั้งจังหวัดหรือเขตเลือกตั้งหนึ่งรหัสเดียวกันจะไม่เป็นปัญหาเลย แต่ถ้าถึงขั้นแยกแต่ละใบรหัสต่างกัน เรียกได้ว่ามีรหัสประจำตัวเฉพาะตัวของแต่ละใบอย่างนี้เป็นปัญหา”


นายวิโรจน์ มองว่าการเซ็นที่ต้นขั้วบัตรเลือกตั้งยังจำเป็นอยู่ เพื่อให้ผู้ใช้สิทธิ์เลือกตั้งสามารถมีหลักฐานไปยืนยันได้ว่า ได้ไปเลือกตั้งจริงป้องกันการถูกตัดสิทธิ์เลือกตั้ง แต่ระบบรหัสบนบัตรเลือกตั้งไม่ควรจะสามารถสอบไปถึงผู้กาบัตรเลือกตั้งได้ ควรจะต้องเป็นรหัสแยกเฉพาะเล่มหรือเขตจังหวัดหรือเขตเลือกตั้งนั้น ไม่ควรเป็นรหัสที่จำแนกเฉพาะกับบัตร


นายวิโรจน์ ยังเปิดเผยอีกว่า ถ้ายังเป็นระบบดังกล่าว ปัญหาที่เกิดขึ้น คือ บรรดาหัวคะแนนอาจจะสามารถตามตรวจสอบต้นขั้วไปยังผู้การบัตรเลือกตั้งได้และจะทำให้เกิดการคุกคามผู้เลือกตั้ง แม้ว่ายังไม่เกิดขึ้นจริง แต่ถ้าเกิดขึ้นเพียงแค่รายเดียว ก็สามารถเขย่าขวัญได้ทั้งประเทศ และจะทำให้ประชาชนไม่มั่นใจในสิทธิ์ของตัวเอง จากเดิมที่เคยมีคำกล่าวว่า "รับเงินหมา กาเบอร์อื่น" ก็จะเปลี่ยนเป็น "รับเงินมา กาเบอร์อื่น โทษถึงตาย"


เมื่อถามว่า การที่มีบาร์โค้ด หรือคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ยังถือว่าการลงคะแนนของประชาชนยังเป็นความลับหรือไม่ นายวิโรจน์ กล่าวว่า จะลับได้อย่างไร พ.ร.ป.สส. 2561 มาตรา 96 กำหนดห้ามไม่ให้ผู้ใด จงใจทำเครื่องหมายเพื่อไม่ให้เป็นที่สังเกตโดยวิธีใดไว้ที่บัตรเลือกตั้ง ซึ่งเจตนาของกฎหมายเพราะไม่ต้องการให้ใครรู้ว่าประชาชนลงคะแนนให้ใคร มันจะลับตรงไหน ย้ำว่า คำว่าไม่มีใครรู้ ต้องหมายถึงว่า กกต. ก็ต้องไม่รู้ แต่วันนี้กลายเป็นว่ามีโค้ดลับที่ กกต. สามารถตรวจสอบกลับได้ แบบนี้เรียกว่า “ไม่ลับ” ถ้าเอาบรรทัดฐานนี้มาเรียกว่า “ลับ” ประเทศอยู่ไม่ได้ การเลือกตั้งในทางลับ แสดงว่าทำโค้ดได้ กกต. ต้องทำความเข้าใจใหม่ ว่าการเลือกตั้งเป็นความลับ ไม่ใช่อนุญาตให้ทำโค้ดลับ ซึ่งมันไม่เหมือนกัน


“ผมว่าต้องกลับไปตั้งสตินะ ถ้าเรื่องนี้เกิดกับวิญญูชนเข้าใจได้ แต่ กกต. ไม่ควรสงสัยเรื่องโค้ด และถามกลับสื่อว่า การเลือกตั้งเป็นความลับสามารถทำโค้ดอะไรที่สอบกลับ เช็กย้อนหลังว่าใครเลือกอะไร อย่างนี้เรียกว่าลับหรือไม่ ถ้าคนคิดอย่างนั้นผมว่ามันเกินกว่าคำว่าไม่เข้าใจ หรือที่ประชาชนเรียกว่าโง่ หรืออาจจะแกล้งโง่ ผมว่ามันไม่ถูกต้อง”


นายวิโรจน์ กล่าวอีกว่า เรื่องนี้ขัดรัฐธรรามนูญแน่ ๆ ซึ่งทางเราจะปรึกษากฎหมายว่าจะดำเนินการอย่างไรได้บ้าง แต่เบื้องต้นถ้าขัดกับรัฐธรรมนูญ และไม่เป็นความลับ ผิดกฎหมายเลือกตั้ง อย่าแก้ตัวข้าง ๆ คู ๆ ความรับผิดทางอาญา ทางแพ่งต้องมี กกต. ทั้ง 7 คน ต้องรับผิดชอบ และชดใช้ค่าเสียหายในการจัดการเลือกตั้ง เพราะเวลานักการเมืองทำผิดกฎหมายยังต้องจ่ายค่าจัดการเลือกตั้งใหม่ คราวนี้ถ้าผิด กกต. ก็ต้องจ่ายและติดคุกด้วย  


เมื่อถามว่า มีรายงานว่าในต่างประเทศ บางประเทศก็มีระบบบาร์โค้ด คิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ดังนั้นได้มีการตรวจสอบเบื้องต้นหรือไม่ ว่ากรณีบัตรของไทยกับของต่างประเทศแตกต่างกันอย่างไร นายวิโรจน์ กล่าวว่า ตนถึงบอกว่า ถ้าบาร์โค้ดของเล่ม คือทั้งจังหวัดเป็นบาร์โค้ดเดียวกัน เพื่อจะได้แยกว่าบัตรเลือกตั้งนี้เป็นของจังหวัดนี้ อันนี้ตนไม่มีปัญหา ตนไม่ได้กล่าวหา กกต. เกินควร อย่าง กทม.มี  33 เขต มี 33 บาร์โค้ด ตนไม่มีปัญหาอะไรเลย กกต. ไม่ผิด เพราะบ่งชี้ไปที่ตัวบุคคลไม่ได้ เพราะเป้าหมายคือไม่ต้องการให้ใครก็ตามล่วงรู้


 เมื่อถามต่อว่า การตรวจสอบกลับไปเพื่อจะทำอะไร นายวิโรจน์ กล่าวว่า หัวคะแนนจะได้รู้ว่า คนที่ตัวเองซื้อนั้นได้ลงคะแนนให้หรือไม่ เพราะเราก็ได้ยินอยู่ว่ามีการซื้อกรรมการประจำหน่วย คราวนี้ก็ซื้อสิ เพื่อเช็กบิลย้อนหลัง ว่าทำไมจ่ายเงินไปแล้ว คะแนนไม่เข้าเป้า ดังนั้น ถ้ามันเป็นจริงว่ามีการซื้อคะแนนประจำหน่วย ให้เอาบัตรมาดูมาเช็กกับต้นขั้วหน่อยว่า ที่จ่ายไปนั้นลงคะแนนให้หรือไม่ ถ้าไม่เลือก ก็จะไปคุกคามถึงบ้านเลย


ดังนั้นอย่ารอให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้น เพราะการเลือกตั้งที่ตรวจสอบย้อนหลัง ไม่ได้มันทำให้ประชาชนอุ่นใจ ในสิทธิของเขา 5 วินาที ในคูหา ว่าเขาจะมีสิทธิที่เท่าเทียมกับคนอื่น ที่ไม่ว่ามันผู้ใด ใครผู้ใดจะรู้ไม่ได้ และได้รับการคุ้มครองจากกฎหมาย ที่ผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่นจะคุกคามเขาไม่ได้ แต่ตรงนี้สูญเสียไปไม่ได้ถ้าประชาชนสูญสิ้นศรัทธา แล้วดันไปมีหลักฐานปรากฏว่าสามารถสอบกลับไปถึงตัวเขาได้ เจตนารมณ์ของการเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตยจะสูญสลาย หายสิ้นไปทันที และนี่คือโทสานุโทษของ กกต. ถ้าทำสิ่งนั้น


นายวิโรจน์ กล่าวว่า ตนตั้งใจอยากฟังการแถลงข่าวของ กกต. แต่ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไป อยากถามว่าแบบนี้แถลงยังไง เวลาแถลงต่อสื่อมวลชนก็คือแถลงต่อสาธารณะ ตนมาในนามฐานะประชาชนคนหนึ่งก็ควรจะเข้าฟังได้ ซึ่งตนมีประเด็นที่อยากถาม กกต.


 -การเลือกตั้งต้อง “ตรงและลับ” ดังนั้นเจตนารมย์ของการมีรหัส ตามระเบียบเลือกตั้ง สส.ย่อมต้องเป็นการบอกว่าเป็นบัตรแท้หรือไม่ (อย่างมากคือการบอกเลขเล่ม) ไม่ใช่เพื่อการบอกตัวตนของผู้ลงคะแนน กกต. มีการดำเนินการในลักษณะดังกล่าวใช่หรือไม่ หรือสรุปแล้วบัตรเลือกตั้ง สามารถบอกว่าผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง คนใดเลือกหมายเลขใด

-มีบาร์โค้ดทุกแบบ ทุกใบ หรือบางแบบบางใบไม่มี

-บัตรเลือกตั้งพิมพ์ที่โรงพิมพ์ใดบ้าง จำนวนเท่าไหร่ โรงพิมพ์ใดมีหรือไม่มีบาร์โค้ด

-เลขบาร์โค้ด เป็น unique number แต่ละใบตรงกับต้นขั้วจริงหรือไม่

-ขอตรวจสอบบัตรเลือกตั้งในหีบ ว่าเลขในบาร์โค้ดตรงกับเลขต้นขั้วหรือไม่ โดยหีบที่อยากตรวจคือที่ออก PPTV ที่ฌาปนสถาน ทอ.กทม.เขต 9


ต่อมานายวิโรจน์ เปิดเผยภายหลัง กกต.แถลง ว่าตนได้ฟังผ่านทางไลฟ์ทราบว่า ทาง กกต. ยอมรับแล้วว่า บาร์โค้ดสามารถสอบกลับไปถึงตัวผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งได้ โดยบาร์โค้ดที่บัตรเลือกตั้งตรงกับรหัสต้นขั้ว แต่ทว่าทาง กกต. แก้ตัวว่า ยังไงก็ยังไม่มีคนรู้


ยืนยันว่าระบบความลับก็ต้องเป็นความลับ ไม่มีใครล่วงรู้ได้ ไม่มีโอกาสเลยที่ผู้ใดผู้หนึ่งจะล่วงรู้ บาร์โค้ดไม่ควรจะยิงแล้วตรงกับรหัสบนต้นขั้ว ซึ่งก็สามารถสอบไปถึงตัวผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งได้ แบบนี้จะเรียกว่าลับได้อย่างไร ย้ำว่าถ้า กกต. ยังยึดบรรทัดฐานแบบนี้ อนาคตประเทศชาติอยู่ไม่ได้ ตนจึงมองว่าการที่ กกต. พูดว่าลับนั้น น่าจะหมายถึง "ลับ ลวง พราง" มากกว่า


https://youtu.be/Z8-p1f8KIAI

แท็กที่เกี่ยวข้อง  วิโรจน์ ,กกต. ,ลับลวงพราง

คุณอาจสนใจ

Related News