สังคม

หมอปลายอมขอขมากรรม เจ้าอาวาสวัดธาตุพนม เจอคดีฟ้องหมิ่น

โดย onjira_n

1 พ.ค. 2566

599 views

หมอปลา พร้อม ทนายไพศาล และเจ๊ วรรณวิสา ยอมขอขมา หลังเจอ ทนาย อนันต์ชัย ไชยเดช ทนายกองทัพธรรม ฟ้องหมิ่น กล่าวหาทวงหนี้พระเทพวรมุนี เจ้าอาวาสวัดพระธาตุพนม ปมก่อสร้างวัดดังเก่าแก่ วัดมรุกขนคร เมื่อ 20 ปีที่ผ่านมา อ้างเบี้ยวเงินก่อสร้างวัด กว่า 1 ล้านบาท สุดท้าย ข้อมูลเท็จ เจอฟ้องหมิ่น ล่าสุด เจ้าอาวาสเมตตา ให้ขอขมากรรม ด้านหมอปลาสำนึก เป็นบทเรียน แต่ไม่ท้อ ยันมีเจตนาปกป้องศาสนา

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 1 พฤษภาคม 2566 ที่วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร อ.ธาตุพนม จ.นครพนม หมอปลา หรือ นายจีรพันธ์ เพชรขาว พร้อมด้วย ทนายไพศาล เรืองฤทธิ์ ทนายความ และลูกความ คือ นางสาววรรณวิสา ประทุมวัน จำเลยในคดี ทนาย อันนัต์ชัย ไชยเดช ทนายกองทัพธรรม ในฐานะไวยาวัจกรวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร ฟ้องคดีหมิ่นประมาท กรณี นางสาววรรณวิสา ประทุมวัน อ้างเป็นผู้เสียหาย เนื่องจากเป็น หลานสาว นายสมเกิด ภูมิทัศน์ อายุ 66 ปี เสียชีวิตแล้ว โดยเคยทำงานเป็นผู้รับจ้างก่อสร้างวัดชื่อดัง คือวัดมรุกขนคร ต.ดอนนางหงส์ อ.ธาตุพนม จ.นครพนม มาตั้งแต่ ประมาณ ปี 2536 พร้อมอ้างว่า พระเทพวรมุนี เจ้าอาวาสวัดพระธาตุพนม เป็นเจ้าอาวาสในสมัยนั้น และกล่าวหามีการค่างค่าก่อสร้าง ประมาณ 1 ล้านบาท พร้อมมีการนำเอกสารหลักฐานไปร้องเรียนกับหมอปลา รวมถึงร้องเรียนต่อ สำนักนายกรัฐมนตรี และมีการเผยแพร่ออกสื่อต่างๆ เข้าข่ายความผิดหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา

ภายหลัง ทางด้าน ทนาย อันนัต์ชัย ไชยเดช ทนายกองทัพธรรม ในฐานะไวยาวัจกรวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร ได้มาแถลงข้อเท็จจริง ยืนยันเป็นการบิดเบือนข้อมูล ไม่ได้อยู่ในความรับผิดชอบของพระเทพวรมุนี เจ้าอาวาสวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 10 จึงฟ้องดำเนินคดี กับจำเลยทั้ง 3 คน ที่ศาลจังหวัดนครพนม เมื่อต้นปีที่ผ่านมา จนกระทั่ง ทางจำเลยทั้ง 3 คน สำนึกผิด และยอมรับในข้อเท็จจริง จึงยอมขอขมากรรมต่อ เจ้าอาวาสวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร

ทั้งนี้ ทางด้าน ทนาย อันนัต์ชัย ไชยเดช ทนายกองทัพธรรม ในฐานะไวยาวัจกรวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร อ.ธาตุพนม จ.นครพนม เปิดเผยว่า จากข้อเท็จจริง ยืนยันตามหลักฐานเอกสาร ตามที่มีบุคคลอ้างเป็นผู้เสียหาย เข้าไปร้องเรียนกับหมอปลา และพวก กล่าวหาเจ้าอาวาสวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร จนกระทั่งมาการตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่า ตามคำกล่าวอ้าง มีการเข้าไปดำเนินการก่อสร้างวัดมรุกขนคร ตั้งแต่ปี 2536 แต่ไม่เกี่ยวข้องกับ เจ้าอาวาสวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร เนื่องจากเข้าไปดูแลรับตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดมรุกขนคร เมื่อปี 2539 อีกทั้งไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการดำเนินการก่อสร้างวัด เป็นอำนาจหน้าที่ของกรรมการบริหารวัด จึงเกิดความเสื่อมเสีย แต่เมื่อมีการดำเนินคดีแล้ว ทางจำเลยทั้ง 3 คน ยอมสำนึกผิด ทางเจ้าอาวาสวัดพระธาตุพนม จึงยอมอโหสิกรรม เพื่อไม่เป็นเวรเป็นกรรมต่อกัน และมาแสดงความสำนึกผิดขอขมากรรม เพราะถือเป็นกรรมหนัก และไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างต่อไป พร้อมนำเสนอต่อสื่อ ทั้ง 46 สำนัก โดยมูลนิธิกองทัพธรรม ยืนยันจะทำหน้าที่ปกป้องพระพุทธศาสนาดูแลพระสงฆ์ ทั่วประเทศ หลังจากการขอขมากรรม ทางคดีจะมีการถอนฟ้องทั้งคดีอาญา และทางแพ่ง

ส่วน นายจีรพันธ์ เพชรขาว พร้อมด้วย ทนายไพศาล เรืองฤทธิ์ ทนายความ กล่าวหลังขอขมากรรมว่า ยอมรับในความผิดพลาด ยอมสำนึกผิด และขอขมากรรมต่อ เจ้าอาวาสวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร ที่มีความเมตตา ไม่มีอะไรจะพูดต่อสังคม แต่ยอมรับในความผิดพลาด แต่ทางทนายไพศาล รวมถึง หมอปลา ยังยืนยันไม่ท้อ ที่จะเดินหน้าปกป้องพระพุทธศาสนา เจตนาอื่นไม่มี นอกจากอยากปกป้องพระพุทธศาสนา



คุณอาจสนใจ

Related News