สังคม
'สมศักดิ์' แจงเหตุผลพักโทษ 'สรยุทธ' ต้องใส่กำไล EM ยันไม่ห้ามทำมาหากิน
4 ก.พ. 2564
334 views
นายสมศักดิ์ เทพสุทิน
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงกรณี นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา
อดีตพิธีกรรายการข่าวชื่อดัง
เตรียมได้รับการพิจารณาพักโทษโดยเหตุพิเศษและจะได้รับการปล่อยตัวว่า
แม้ว่านายสรยุทธจะได้รับการปล่อยตัวแต่ยังไม่ใช่การพ้นโทษ
เป็นการพักโทษจากเหตุพิเศษ ซึ่งเมื่อออกจากเรือนจำต้องสวมกำไล EM เป็นระยะเวลา
2 ปี 4 เดือน คือตั้งแต่วันที่ 14 มี.ค. 2564 - 26 ก.ค. 2566
และต้องรายงานตัวกับกรมคุมประพฤติตามกำหนดจนกว่าจะพ้นโทษคือในวันที่ 26 ก.ค.2566
โดยที่ผ่านมานายสรยุทธได้รับพระราชทานอภัยโทษ
โดยการลดโทษมาแล้ว 2 ครั้ง เหลือโทษจำคุก 2 ปี 4 เดือนจากโทษเดิม 6 ปี 24 เดือน
ทำให้เข้าข่ายในการพิจารณาของคณะกรรมการพิจารณาพักโทษ
ซึ่งได้พิจารณาผู้ต้องขังเข้าเกณฑ์การพักการลงโทษเหตุพิเศษ การประพฤติตัวของนายสรยุทธอยู่ในเกณฑ์ที่ดี
มีการช่วยงานของกรมราชทัณฑ์หลายอย่าง เช่น
การช่วยประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับสถานการณ์โควิด-19 ให้กับผู้ต้องขัง
ซึ่งหลังจากที่ผู้บริหารมีความกังวลใจว่าจะประชาสัมพันธ์การป้องกันโรคอย่างไร
ก็ได้เล็งเห็นความสามารถของนายสรยุทธ จึงได้ให้มาช่วยงานในส่วนนี้
นอกจากนี้ยังช่วยทำให้ผู้ต้องขังไม่ตื่นกลัว
หลังจากมีการแหกคุกโดยอ้างว่ากลัวโควิด
ซึ่งการช่วยประชาสัมพันธ์ทำให้สถานการณ์ดีขึ้น
ในส่วนของผู้ที่ได้รับพระราชทานอภัยโทษนั้น
หากเป็นคดีปล้นฆ่า ข่มขืน ผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่
หรือคดีร้ายแรงตามที่เราจัดชั้นนักโทษไว้ จะไม่ได้รับการพระราชทานอภัยโทษ
แต่ผู้ต้องขังคดีไม่ร้ายแรงและมีความประพฤติดีเท่านั้นที่จะได้รับการพระราชทานอภัยโทษ
ซึ่งการพักโทษของนายสรยุทธ เราไม่ได้ห้ามทำมาหากิน
เพราะเรามีแนวคิดคืนคนดีสู่สังคม และอาจจะให้มาช่วยโปรโมท
ทำให้นายจ้างยอมรับคนพักโทษและพ้นโทษได้มากขึ้น
แต่หากนายสรยุทธมีการทำผิดในระหว่างนี้จะส่งถูกส่งตัวกลับเข้าเรือนจำและถูกคุมขังจนกว่าจะพ้นโทษ
ทั้งนี้
ขณะนี้เรือนจำทั่วประเทศมีผู้ต้องขังประมาณ 320,000 คน
และในกลางเดือนนี้จะมีผู้ต้องขังได้รับการพักโทษจากเหตุพิเศษติดกำไล EM อีกประมาณ
10,000 คน
ซึ่งจะช่วยลดความแออัดในเรือนจำได้เป็นอย่างมากตามนโยบายที่เราได้วางเอาไว้
ขณะที่นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยว่า กรมราชทัณฑ์ ขอเรียนว่า การพักการลงโทษกรณีมีเหตุพิเศษ โดยเฉพาะโครงการพัก การลงโทษนักโทษเด็ดขาดที่มีโทษระยะสั้น เป็นโครงการสำหรับนักโทษเด็ดขาดชั้นกลางขึ้นไป ที่ได้รับโทษมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของกำหนดโทษ และเหลือโทษที่ต้องได้รับต่อไปอีกไม่เกิน 5 ปี โดยถือว่าเป็นประโยชน์ของผู้ต้องขังตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 52 แห่งพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ.2560
ซึ่งปัจจุบัน นายสรยุทธ เป็นนักโทษเด็ดขาดชั้นเยี่ยม
ถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร มีกำหนดโทษตามคำพิพากษา 6 ปี 24 เดือน
ต่อมาได้รับพระราชทานอภัยโทษตามพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ พ.ศ.2563 ทั้ง 2 รอบ
คงเหลือโทษจำคุกครั้งหลังสุด 3 ปี 6 เดือน 20 วัน เมื่อหักวันต้องโทษจำคุกมาแล้ว
จึงเหลือโทษจำคุกต่อไปอีก 2 ปี 4 เดือน 14 วัน
"ด้วยเหตุนี้ นายสรยุทธ
จึงถือเป็นนักโทษที่รับโทษจำคุกมาแล้วระยะหนึ่ง
และจะมีคุณสมบัติครบตามหลักเกณฑ์การพักการลงโทษกรณีมีเหตุพิเศษ ในวันที่ 13
มี.ค.64 ซึ่งเมื่อได้รับการพักการลงโทษปล่อยตัว
จะต้องติดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว หรือกำไล EM (Electronic
Monitoring) และต้องประพฤติปฏิบัติตนตามเงื่อนไขที่กำหนดอย่างครบถ้วน
ตลอดจนรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติทุกเดือนจนกว่าจะพ้นโทษ"
นอกจากกรณีของ นายสรยุทธ ยังมีนักโทษเด็ดขาดที่ได้รับความเห็นชอบพักการลงโทษกรณีมีเหตุพิเศษ ทั้งกรณีนักโทษเด็ดขาดที่มีโทษระยะสั้น และกรณีมีเหตุพิเศษเนื่องจากเจ็บป่วยร้ายแรง พิการ หรืออายุ 70 ปีขึ้นไป ที่ถูกนำรายชื่อเข้าประชุมคณะอนุกรรมการฯ ในครั้งนี้ รวม 944 ราย
รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/RwMidKU5tqY