เลือกตั้งและการเมือง

ราชทัณฑ์ เผย "ทักษิณ" จ่อได้พักโทษเดือน พ.ค.นี้ เหตุโทษ 1 ปี ต้องคุมขังมาแล้ว 2 ใน 3

2 ชั่วโมงที่แล้ว

56 views

วันนี้ (15 ม.ค.) เมื่อเวลา 09.50 น. ที่บริเวณด้านหน้าเรือนจำกลางคลองเปรม นายปิฎก สุขสวัสดิ์ หรือ ปอ สามีของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร บุตรเขยของนายทักษิณ ชินวัตร ทำหน้าที่เป็นตัวแทนครอบครัวเข้าเยี่ยมนายทักษิณ โดยเดินทางมาพร้อมกับนายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความประจำตัวนายทักษิณ ซึ่งเป็นการเข้าเยี่ยมครั้งที่ 32 ภายหลังถูกคุมขังครบ 4 เดือน เมื่อวันที่ 9 ม.ค. ที่ผ่านมา ท่ามกลางความสนใจของสื่อมวลชนและกลุ่มมวลชนคนเสื้อแดง ที่มาปักหลักรอให้กำลังใจอยู่ด้านหน้าเรือนจำฯ

ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานเพิ่มเติมจากกรมราชทัณฑ์ ว่า ในกรณีการปรับเลื่อนชั้นผู้ต้องขังเด็ดขาดของนายทักษิณ นั้น ปกติเรือนจำ/ทัณฑสถาน จะมีการปรับเลื่อนชั้นปีละ 4 ครั้ง ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่อยู่ในกฎกระทรวงกำหนดประโยชน์ของนักโทษเด็ดขาด และเงื่อนไขที่นักโทษเด็ดขาด ซึ่งได้รับการลดวันต้องโทษจำคุกหรือการพักการลงโทษ และได้รับการปล่อยตัวต้องปฏิบัติ พ.ศ. 2562 จะประกอบด้วย เดือน มี.ค. เดือน เม.ย. เดือน ส.ค. และเดือน ธ.ค. ซึ่งผู้ต้องขังในแต่รายที่จะได้รับพิจารณาปรับเลื่อนชั้น ก็จะต้องมีใบประกาศนียบัตรเพื่อรับรองการประพฤติตนระหว่างถูกคุมขัง การบำเพ็ญประโยชน์ และประกอบกับจำนวนโทษคดี การรับโทษจำคุกมาแล้วระยะเท่าใด เป็นต้น

แต่ในกรณีการเลื่อนชั้นของนายทักษิณ เนื่องด้วยนายทักษิณ ถูกคำสั่งศาลฎีกาฯ บังคับโทษ 1 ปี และถูกนำตัวเข้าคุมขังเมื่อวันที่ 9 ก.ย. 68 ซึ่งในรอบการปรับเลื่อนชั้นตามกฎกระทรวงกำหนดประโยชน์ของนักโทษเด็ดขาด และเงื่อนไขที่นักโทษเด็ดขาดซึ่งได้รับการลดวันต้องโทษจำคุกหรือการพักการลงโทษและได้รับการปล่อยตัวต้องปฏิบัติ พ.ศ. 2562 ในรอบเดือน ส.ค.68 และเดือน ธ.ค.68 ที่ผ่านมา นายทักษิณ ไม่ทันรอบการพิจารณา จึงยังไม่ได้ปรับเลื่อนชั้นจากชั้นกลางเป็นชั้นดี

อย่างไรก็ตาม กรณีของนายทักษิณ อาจไม่ต้องกังวลในเรื่องของการปรับเลื่อนชั้น เนื่องจากเงื่อนไขคุณสมบัติของโครงการพักการลงโทษทั่วไป ในกรณีที่นายทักษิณ มีโทษ 1 ปี ซึ่งจะผ่านเกณฑ์ได้รับการพิจารณาพักโทษ คือต้องรับโทษจำคุกมาแล้ว 2 ใน 3 หรือคุมขังมาแล้ว 8 เดือน ดังนั้น ระยะเวลา 8 เดือนดังกล่าว นายทักษิณ จะได้รับการปล่อยตัวพักการลงโทษ ตรงกับเดือน พ.ค. 69

ภายหลังเสร็จสิ้นการเข้าเยี่ยม นายทักษิณ ในเรือนจำกลางคลองเปรม ระยะเวลา 30 นาที จากนั้น นายปิฎก ได้ออกมาเปิดเผยกับสื่อมวลชน ว่า จากการพูดคุยกับคุณพ่อ พบว่าคุณพ่อโอเคดี และช่วงนี้คุณพ่อหายเหงาบ้างแล้ว เพราะมีโอกาสได้ติดตามข่าวฟังเรื่องเวทีดีเบตบ้าง และก็ได้ฝากให้กำลังใจผู้สมัครพรรคเพื่อไทยทุกท่าน ส่วนกรณีที่ช่วงนี้ผู้สมัครของพรรคเพื่อไทยแต่ละท่านได้ลงพื้นที่หาเสียงนั้น คุณพ่อก็ไม่ได้มีการฝากคอมเมนต์เจาะจงไปที่ผู้สมัครรายใด มีเพียงฝากให้กำลังใจผู้สมัครทุกคน

เมื่อถามว่าคุณพ่อ ได้เห็นบรรยากาศเช่นนี้ของผู้สมัคร มีความรู้สึกชื่นใจ หรือมีกำลังใจมากขึ้นอย่างไร หรือไม่ นายปิฎก กล่าวว่า คุณพ่อก็ได้มีอะไรให้ติดตามบ้างครับ ส่วนเรื่องสุขภาพของคุณพ่อค่อนข้างโอเค ทั้งนี้ คุณพ่อยังได้ทราบข่าวเรื่องที่วานนี้ (14 ม.ค.) เกิดเหตุเครนก่อสร้างทางรถไฟความเร็วสูงตกทับขบวนรถไฟขบวนด่วนพิเศษ ขบวน 21 กรุงเทพฯ-อุบลราชธานี ที่บริเวณบ้านถนนคต อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ซึ่งคุณพ่อรู้สึกว่ามันไม่น่าเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นเลย และคุณพ่อก็ขอฝากแสดงความเสียใจกับผู้ได้รับบาดเจ็บและผู้เสียชีวิตด้วย

ต่อข้อถามว่าจากเหตุการณ์ดังกล่าว ทางคุณพ่อได้ให้ความคิดเห็น ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับรากฐานโครงสร้างก่อสร้าง หรือการคมนาคมอย่างไรหรือไม่นั้น นายปิฎก กล่าวปฏิเสธว่า ตนยังไม่ได้คุยรายละเอียดเรื่องนี้กับคุณพ่อ แต่คุณพ่อก็ได้เเสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์นี้ ก่อนขอยุติการให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน และรับไหว้คนเสื้อแดงที่มารอให้กำลังใจ ซึ่งต่างประสานเสียงว่า “พวกเราเป็นกำลังใจให้พรรคเพื่อไทยชนะขาดลอย” และเดินทางกลับออกจากพื้นที่เรือนจำฯ

คุณอาจสนใจ

Related News