สังคม
ผู้เสียหายร้องถูกโกงเอกสารสิทธิ์ที่ดิน สูญกว่า 50 ล้านบาท สู้ 2 ปี คดีไม่คืบ
4 ชั่วโมงที่แล้ว
59 views
สองผู้เสียหายร้องขอความเป็นธรรม หลังเกิดปัญหาการออกเอกสารสิทธิ์ที่ดินในจังหวัดตาก สูญเงินรวมกว่า 50 ล้านบาท ต้องสู้คดีนานกว่า 2 ปี ระบุเคยร้องเรียนหลายหน่วยงาน แต่คดีไม่คืบหน้า
กรณีนี้เป็นเรื่องร้องเรียนจากผู้เสียหาย 2 ราย ซึ่งเดินทางเข้าพบ ดร.ธนกฤต จิตรอารีรัตน์ อดีตเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และทีมธนกฤตจิตอาสา เพื่อขอความช่วยเหลือ หลังอ้างได้รับความเสียหายจากปัญหาการซื้อขายและการออกเอกสารสิทธิ์ที่ดินในจังหวัดตาก รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 50 ล้านบาท
โดย ดร.ธนกฤต ได้มอบหมายให้คุณปอง ทีมงานของคุณธนกฤต เข้าพบผู้เสียหายและตรวจสอบข้อเท็จจริง ก่อนประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเร่งติดตามข้อร้องเรียนและแนวทางเยียวยา
ผู้เสียหายอ้างว่า ปัญหาเริ่มต้นจากพฤติการณ์ของเจ้าหน้าที่ที่ดินบางราย ซึ่งถูกกล่าวหาว่ามีการเรียกรับเงิน รวมถึงมีความผิดปกติในการจัดทำเอกสาร จนทำให้เกิดความเสียหายเป็นวงกว้าง
ทั้งนี้ ผู้เสียหายระบุว่า ก่อนหน้านี้ประมาณ 2 ปี ดร.ธนกฤตเคยเข้ามาช่วยติดตามเรื่อง จนมีการตรวจสอบและชี้มูลความผิดในบางส่วนแล้ว แต่จนถึงขณะนี้ผู้เสียหายเดิมยังไม่ได้รับการชดเชยหรือเยียวยา ขณะเดียวกันยังพบว่ามีผู้เสียหายรายอื่นจากเหตุการณ์เดียวกันเข้ามาร้องเรียนเพิ่มเติม
โดยคุณแอม ผู้เสียหาย เล่าย้อนถึงจุดเริ่มต้นว่า เดิมทีต้องการไปซื้อที่ดินในจังหวัดเชียงใหม่ แต่ระหว่างเดินทางเกิดหลงทาง และได้พบกับหญิงสูงอายุรายหนึ่ง ซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินในพื้นที่จังหวัดตาก
จากการพูดคุย ทำให้แอมทราบว่าหญิงรายดังกล่าวต้องการขายที่ดิน จึงติดต่อผ่านนายหน้า และตัดสินใจซื้อที่ดินในช่วงแรกประมาณ 2 ไร่ ราคา 200,000 กว่าบาท ก่อนจะซื้อเพิ่มอีกประมาณ 6 ไร่ 3 งาน รวมเป็นพื้นที่ประมาณ 8 ไร่ ใช้เงินไปประมาณ 600,000 กว่าบาท
หลังจากถือครองที่ดินอยู่ประมาณ 1 ปี แอมมีความจำเป็นต้องใช้เงิน จึงตัดสินใจขายที่ดิน ช่วงนี้เอง เธออ้างว่าได้เข้าไปปรึกษาเจ้าหน้าที่สำนักงานที่ดินรายหนึ่ง ซึ่งในตอนแรกให้คำแนะนำเกี่ยวกับการแบ่งแปลงที่ดิน การรังวัด และการหาลูกค้า โดยแอมบอกว่า
เจ้าหน้าที่รายดังกล่าวให้ความช่วยเหลือเป็นอย่างดี จนทำให้เธอเกิดความไว้วางใจ และเชื่อว่าเป็นข้าราชการที่ตั้งใจช่วยประชาชน
แอมเล่าว่า เธอจึงทำตามคำแนะนำ โดยนำที่ดินประมาณ 2 ไร่มาแบ่งออกเป็น 4 แปลง เพื่อจำหน่าย แต่ระหว่างดำเนินการกลับมีค่าใช้จ่ายหลายรายการ
เธออ้างว่า มีการเรียกเก็บเงินประมาณแปลงละ 6,000 บาท รวมแล้วกว่า 30,000 บาท โดยในตอนนั้นเธอเข้าใจว่าเป็นค่าใช้จ่ายตามขั้นตอนของราชการ เนื่องจากไม่มีประสบการณ์เกี่ยวกับการจัดสรรที่ดิน
นอกจากนี้ แอมยังอ้างว่า ในขั้นตอนการโอน มีการเรียกเก็บเงินจากผู้ซื้ออีกประมาณรายละ 2,000 บาท โดยอ้างว่าเป็นเงินที่ "หัวหน้าจะเอา" ซึ่งเธอยอมรับว่า ตอนนั้นไม่ได้สงสัย เพราะเชื่อว่าเป็นค่าใช้จ่ายที่ถูกต้องตามระบบ
แต่เมื่อขายที่ดินแปลงเล็กไปแล้ว แอมบอกว่าแทบไม่เหลือเงิน จึงกลับไปปรึกษาเจ้าหน้าที่คนเดิมอีกครั้ง และต้องการขายที่ดินแปลงใหญ่ ซึ่งมีพื้นที่ประมาณ 6 ไร่ 3 งาน
เจ้าหน้าที่รายดังกล่าวจึงแนะนำให้เธอเปลี่ยนแนวทาง โดยเสนอให้แบ่งที่ดินเป็นลักษณะคล้ายโครงการจัดสรร และบอกว่าจะช่วยประสานขั้นตอนต่าง ๆ ให้
แอมระบุว่า เจ้าหน้าที่บอกกับเธอว่า สามารถแบ่งที่ดินออกเป็นประมาณ 33 แปลง และดำเนินการผ่านระบบราชการให้ถูกต้อง รวมถึงเรื่องถนนและสาธารณูปโภค
คำพูดดังกล่าวทำให้แอมเชื่อมั่นมากขึ้น เพราะเข้าใจว่าเจ้าหน้าที่กำลังช่วยให้เธอสามารถเพิ่มมูลค่าที่ดินและขายได้ราคาดีขึ้น
ต่อมา แอมมีลูกค้าที่สนใจซื้อที่ดิน จึงเดินทางไปขอข้อมูลราคาประเมินจากสำนักงานที่ดิน แอมเล่าว่า ขณะนั้นเจ้าหน้าที่แจ้งว่าราคาที่ดินของเธอเพิ่มสูงขึ้น หลังจากมีการปรับปรุงและแบ่งแปลง พร้อมอ้างถึงข้อมูลจากกรมธนารักษ์ แต่หลังจากนั้น กลับมีการแจ้งว่าต้องชำระภาษีหรือค่าใช้จ่ายบางอย่าง ซึ่งแอมอ้างว่ามีมูลค่าประมาณ 60,000 บาท
เธอจึงยอมจ่าย เพราะยังเชื่อใจเจ้าหน้าที่ และเข้าใจว่าเป็นขั้นตอนที่ถูกต้องตามระบบราชการ , แอมบอกว่า หลังจ่ายเงินแล้ว ยังขอหลักฐานเพื่อนำไปให้ลูกค้าดู แต่ได้รับเอกสารที่เธอเข้าใจว่าเป็นหลักฐานเกี่ยวกับราคาประเมิน โดยมีการประทับตราและลายเซ็นตามขั้นตอน ทุกอย่างดำเนินไปโดยที่แอมยังไม่คิดว่าเจ้าหน้าที่ที่เธอไว้ใจ อาจมีพฤติกรรมไม่ถูกต้อง
กระทั่งเมื่อมีลูกค้าหลายรายเริ่มนำข้อมูลเกี่ยวกับที่ดินไปตรวจสอบด้วยตัวเอง ปัญหาหลายอย่างก็เริ่มปรากฏ
แอมเล่าว่า ลูกค้ารายหนึ่ง ชื่อดรีม นำเรื่องไปตรวจสอบ และกลับมาบอกกับเธอว่า เรื่องที่เกิดขึ้นกับที่ดินของเธอมีความผิดปกติหลายจุด
แต่ในเวลานั้น แอมยังยืนยันและปกป้องเจ้าหน้าที่ เพราะเชื่อมาตลอดว่าเจ้าหน้าที่รายนี้เป็นคนดี และเป็นผู้ที่คอยช่วยเหลือเธอ จนกระทั่งต่อมา มีผู้ซื้อที่ดินเข้าไปสอบถามข้อมูลกับสำนักงานที่ดินและมีการร้องเรียนเกี่ยวกับขั้นตอนต่างๆ ที่เกิดขึ้น
จากนั้นแอมถูกเรียกเข้าไปพบผู้บังคับบัญชาของสำนักงานที่ดิน เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงว่า มีการจ่ายเงินให้เจ้าหน้าที่รายดังกล่าวจริงหรือไม่ แอมระบุว่า ตอนนั้นเริ่มรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ปกติ และจึงให้ข้อมูลตามที่เกิดขึ้นจริง
อย่างไรก็ตาม เรื่องราวไม่ได้จบเพียงเท่านี้ เพราะหลังจากมีการตรวจสอบ กลับพบปัญหาเกี่ยวกับการดำเนินการในที่ดินหลายจุด ทั้งเรื่องการรังวัด การแบ่งแปลง และเอกสารต่าง ๆ ซึ่งเป็นที่มาของการร้องเรียนต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในเวลาต่อมา
คุณแอม ระบุว่า สิ่งที่ต้องการในวันนี้ไม่ใช่เพียงการคืนเงิน แต่ต้องการให้หน่วยงานรัฐตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมดว่า กระบวนการที่เกิดขึ้นมีเจ้าหน้าที่รายใดเกี่ยวข้องบ้าง มีการเรียกรับเงินโดยมิชอบหรือไม่ และเอกสารต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นนั้นถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่
ขณะเดียวกัน ผู้เสียหายอีกคนยืนยันว่า ผลกระทบจากคดีไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะเรื่องทรัพย์สิน แต่ยังส่งผลต่อครอบครัวและสภาพจิตใจ หลังต้องต่อสู้เรื่องนี้มานานกว่า 2 ปี และมีภาระหนี้สินเพิ่มขึ้นจากการต่อสู้คดี
คุณแอม ยังอ้างว่า เคยถูกคุกคามและข่มขู่ จนเกิดความหวาดกลัวอย่างหนัก และมีผลกระทบต่อสภาพจิตใจ จึงต้องเข้ารับการรักษาและใช้ยา
อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : https://youtu.be/cfo7iU5eX2s
แท็กที่เกี่ยวข้อง ถูกโกง ,เอกสารสิทธิ์ที่ดิน