สังคม
"ป้าดา" ขอตรวจสอบทุกหน่วยงานตั้งแต่กระดุมเม็ดแรก ลั่นหากวัดจัดตั้งถูกต้องก็พร้อมจบ
7 ชั่วโมงที่แล้ว
23 views
’ป้าดา’ ลั่นถ้ามีเอกสารตั้งวัดถูกต้อง จะยอมจบ แต่ฝากถึงทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะไปไล่ตรวจสอบทั้งหมด
เมื่อวานนี้ รายการโหนกระแสวันนี้ ยังคงติดตามความคืบหน้ากรณีข้อพิพาทที่ดินวัดป่าอดุลยาราม จ. ขอนแก่น ซึ่งเป็นเรื่องราวที่ยืดเยื้อมานานระหว่างทายาทของนายเฮียง กับทางวัด
ดร.ประยุทธ์ ประเทศเสนา หรือมหาหมี รองประธานมูลนิธิทนายกองทัพธรรม กล่าวว่า ประเภทของที่ดินวัดว่ามี 2 ประเภท คือ ที่ตั้งวัด (ที่มีรั้วรอบขอบชิด) และที่ธรณีสงฆ์ (ซึ่งอาจจะอยู่ติดกันหรืออยู่คนละจังหวัดก็ได้) โดยที่ดินทั้งสองประเภทนี้มีสถานะเดียวกับที่ดินของหลวง คือไม่อยู่ภายใต้การบังคับคดี และไม่สามารถถูกครอบครองปรปักษ์ได้ ที่สำคัญคือการยกที่ดินให้เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินหรือให้วัดนั้น ไม่ต้องทำตามแบบแผนการโอนทั่วไป เพียงแค่เจ้าของที่ดินเอ่ยปากแสดงเจตจำนง ผู้ให้และผู้รับก็ถือว่ามีความสมบูรณ์ตามกฎหมายทันที ซึ่งศาลมักพิพากษาว่าที่ดินนั้นตกเป็นสมบัติของแผ่นดินเพื่อใช้ในกิจการพุทธศาสนา
ประเด็นสำคัญที่สุดที่มหาหมีนำเสนอคือ หลักฐานที่เรียกว่า สถ. 2 หรือหนังสือสัญญาตกลงยกที่ดินให้สร้างวัด ซึ่งนายเฮียงได้ทำไว้ในปี พ.ศ. 2533 ในสัญญาระบุว่า นายเฮียงยินดียกที่ดินให้เพื่อสร้างวัด และในท้ายสัญญาระบุว่า เมื่อสร้างวัดและตั้งวัดสำเร็จ นายเฮียงยินดีจะโอนกรรมสิทธิ์ให้ตามเวลาที่อำเภอกำหนด โดยมีนายอำเภอและเจ้าพนักงานที่ดินเป็นผู้ลงชื่อรับสัญญา
มหาหมีชี้ให้เห็นว่า สัญญานี้ทำขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2533 ซึ่งเกิดขึ้นก่อนที่นายเฮียงจะเสียชีวิตในปี พ.ศ. 2534 และก่อนที่จะมีการขอตั้งวัดในปี พ.ศ. 2535 ดังนั้น การที่ยังไม่ได้โอนโฉนดจึงเป็นเพียงขั้นตอนทางธุรการที่ศาลมองว่า ที่ดินเป็นของวัดมาตั้งแต่ต้นแล้วตามกฎกระทรวงและใบ สถ. 2
สิทธิ์ของนายเฮียงในที่ดินผืนนี้ได้ถูกตัดไปตั้งแต่ปี พ.ศ. 2533 แล้ว และเมื่อวัดตั้งเสร็จสมบูรณ์ในวันที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2541 วัดในฐานะนิติบุคคลก็มีสิทธิ์ในที่ดินนั้นตั้งแต่วันรุ่งขึ้น ทายาทจึงไม่มีสิทธิ์ในที่ดินนี้ เพราะนายเฮียงผู้เป็นเจ้าของเดิมไม่มีสิทธิ์ตั้งแต่วันที่ทำสัญญา
ป้าดาอ้างว่าได้เดินทางไปตรวจสอบข้อมูลกับพระผู้ใหญ่ ซึ่งจากการเปิดทำเนียบวัดตรวจสอบร่วมกับเจ้าหน้าที่ กลับไม่พบชื่อวัดป่าอดุลยารามปรากฏอยู่เลย เธอจึงมองว่าที่นี่ไม่ใช่วัดที่ถูกต้องตามกฎหมาย
ประเด็นหลักที่ป้าดาพยายามเน้นย้ำคือ ความแตกต่างระหว่างกฎหมายและความจริง โดยเธอยืนยันว่าเธออยู่กับความจริง และมองว่าการเอาแต่กฎหมายมาวางไว้ข้างหน้าเป็นสาเหตุที่ทำให้ประเทศชาติมีปัญหา เธอตั้งข้อสังเกตว่า กฎกระทรวงต่าง ๆ ที่ทางสำนักพุทธฯ นำมาอ้างนั้นล้วนออกมาทีหลังกฎหมายที่ดินปี 2497 ซึ่งชื่อในโฉนดยังคงเป็นชื่อของบรรพบุรุษเธออยู่ ป้าดารู้สึกแปลกใจที่หน่วยงานราชการพากันกระตือรือร้นจะให้โอนที่ดินทันทีที่มีเรื่องเกิดขึ้น ทั้งที่ปกติทำงานล่าช้าเหมือนเรือเกลือ เธอจึงมองว่านี่เป็นการสมคบคิดหรืออุปทานหมู่เพื่อจะมาปล้นที่ดินของเธอ
ในส่วนของสภาพวัด ป้าดาได้นำภาพถ่ายมาแสดงให้เห็นสภาพที่เธอมองว่าทรุดโทรมและไม่เหมาะสม รวมถึงมีท่อนไม้ขนาดใหญ่ที่เธออ้างว่ามีการตัดไปขาย และรูกำแพงที่ถูกเจาะไว้ ซึ่งเธอกังขาถึงวัตถุประสงค์ในการใช้งานช่วงกลางคืน ป้าดาระบุว่าทุกครั้งที่เห็นสภาพที่ดินผืนนี้เธอรู้สึกชอกช้ำใจ เพราะไม่ใช่สภาพที่นายเฮียงตั้งใจจะให้สร้างวัดตั้งแต่แรก เมื่อพิธีกรกล่าวว่า เจ้าอาวาสเครียดจนร้องไห้ ป้าดาก็ตอบโต้ว่า ท่านมักจะร้องไห้เป็นประจำ เพราะกลังจะตอบคำถามไม่ได้
สำหรับการโต้แย้งทางกฎหมาย ป้าดาขอให้ทนายแก้วและมหาหมีรับฟังสิ่งที่เธอพูด โดยไม่ต้องตั้งคำถามแทรก เพราะจะทำให้เสียจังหวะ เธอเล่าว่าทายาทที่ขอนแก่นมีความเครียดมาก เธอจึงต้องรับหน้าที่เป็นหัวหมู่ทะลวงฟันออกมาสู้แทนเพราะเธอไม่เกรงกลัวสิ่งใด
ป้าดาอ้างว่าได้เดินทางไปตรวจสอบข้อมูลกับพระผู้ใหญ่ ซึ่งจากการเปิดทำเนียบวัดตรวจสอบร่วมกับเจ้าหน้าที่ กลับไม่พบชื่อวัดป่าอดุลยารามปรากฏอยู่เลย เธอจึงมองว่าที่นี่ไม่ใช่วัดที่ถูกต้องตามกฎหมาย
แม้จะพยายามนำเอกสารประกาศกระทรวงศึกษาธิการเรื่องการตั้งวัดปี 2541 และใบตราตั้งเจ้าอาวาสมาแสดงเพื่อยืนยันสถานะความเป็นวัด แต่ป้าดาก็มองว่าเป็นเพียงกระดาษที่สามารถซื้อหากันได้ในประเทศไทย และป้าดาได้ตั้งข้อสังเกตถึงความไม่สมบูรณ์ของสัญญาอุทิศที่ดิน (สถ. 2) ว่าเป็นการทำสัญญาฝ่ายเดียวโดยที่ภรรยาของนายเฮียงไม่ได้เซ็นยินยอมด้วย
ป้าดาประกาศว่า หากเธอตรวจสอบเอกสารที่สำนักพุทธฯ แล้วพบว่าถูกต้องโปร่งใสจริง เธอจะเป็นคนบอกให้ทายาททุกคนยอมรับและจบเรื่องนี้เอง เพราะทายาทฟังเธอคนเดียว
ในช่วงท้าย ป้าดาได้ตำหนิการทำงานของตำรวจ สน. พระโขนง ที่เธออ้างว่าไปอุ้มเธอถึงหน้าบ้านในยามวิกาลด้วยหมายจับปลอม และคุมขังเธอโดยไม่มีการพิมพ์ลายนิ้วมือ เธอยังประกาศว่าจะสังคยนาหน่วยงานราชการ พร้อมทั้งเรียกร้องให้คนไทยที่โดนเหมือนเธอลุกขึ้นมาต่อสู้
พร้อมฝากถึงนายกฯ อนุทินว่า หากโฉนดที่ดินไม่มีความศักดิ์สิทธิ์ก็ควรยุบกรมที่ดินทิ้ง และเธอจะหาทางเข้าพบเพื่อถามเรื่องนี้
อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : https://youtu.be/dfjO2Frnx68
แท็กที่เกี่ยวข้อง ป้าดา ,ที่ดินวัดป่า ,วัดป่าอดุลยาราม