สังคม
เจ้าอาวาสหายเครียด หลัง อ.ธงทอง ชี้ชัดกรรมสิทธิ์เป็นของวัด 100%
8 ชั่วโมงที่แล้ว
31 views
จากกรณีข้อพิพาทเรื่องที่ดินวัดป่าอดุลยาราม จังหวัดขอนแก่น โดยมีทายาทเจ้าของที่ดินมาอ้างสิทธิ์เพื่อทวงคืนที่ดิน โดยมีตัวละครสำคัญอย่างป้าดา ออกมาฟาดฟันอย่างดุเดือด ทำให้ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มีหลายหน่วยงานยื่นมือช่วยเหลือวัด หวังให้เรื่องนี้จบลงด้วยดี หนึ่งในนั้นคือ อาจารย์ธงทอง ประธานกรรมการคุ้มครองพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ล่าสุดได้เข้ายื่นหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น คลี่คลายปมพิพาทที่ดินวัดป่าอดุลยาราม
เมื่อเช้านี้ (09.00 น.) ศาสตราจารย์พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ หรืออาจารย์ธงทอง ประธานคณะกรรมการคุ้มครองพระพุทธศาสนาแห่งชาติ พร้อมคณะ เข้าพบนายขจรเกียรติ รักพานิชมณี ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เพื่อยื่นหนังสือด่วนที่สุด เรื่องขอความอนุเคราะห์ถวายความปลอดภัยคณะสงฆ์ และเร่งรัดการเปลี่ยนแปลงชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ในโฉนดที่ดิน
นายขจรเกียรติ ผู้ว่าราชการจังหวัด ได้กล่าวภายหลังรับหนังสือว่า ไม่อาจกำหนดได้ว่าการดำเนินงานของจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะใช้เวลานานเพียงใด แต่ยืนยันว่าทุกฝ่ายต้องทำงานตามขั้นตอนและข้อกฎหมาย "กฎหมายมีว่าอย่างไรก็ต้องทำตามนั้น ขอฝากถึงประชาชนชาวจังหวัดขอนแก่นว่า อย่าเพิ่งวิพากษ์วิจารณ์เรื่องนี้ เพราะขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการดำเนินงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว"
ส่วนกรณีที่มีคำถามว่า ระหว่างการพิจารณาคัดค้านการออกใบแทนโฉนดและการเปลี่ยนชื่อจากนายเฮียง พิมพ์ศรี เป็นวัดป่าอดุลยาราม ทายาทจะสามารถยื่นคัดค้านหรือฟ้องต่อศาลได้อีกหรือไม่นั้น นายขจรเกียรติกล่าวว่า เรื่องนี้มีการฟ้องร้องกันอยู่แล้ว ขณะที่ฝ่ายวัดได้ยื่นเรื่องต่อสำนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่นเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา
สำนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่นจะดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ส่วนทายาทจะสามารถยื่นคัดค้านได้หรือไม่นั้นต้องพิจารณาตามกฎหมาย ผู้ว่าฯไม่สามารถตอบล่วงหน้าได้ว่า "ได้หรือไม่ได้" เพราะอาจถูกมองว่าเอนเอียงไปฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด
ด้านอาจารย์ธงทอง กล่าวว่า ภารกิจการเดินทางมาพบผู้ว่าฯ และยื่นหนังสือในครั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 16 สิงหาคมที่ผ่านมา ตนพร้อม ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติและคณะ ได้เข้ากราบเจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม ช่วงเช้าคณะได้เดินทางไปยังวัดหนองแวงฯ เพื่อกราบนมัสการเจ้าคณะจังหวัดขอนแก่น ซึ่งเป็นพระสังฆาธิการผู้ใหญ่ที่กำกับดูแลเรื่องดังกล่าวมาโดยตลอด โดยเจ้าคณะจังหวัดได้มอบหมายให้รองเจ้าคณะจังหวัดและเลขานุการ เข้ามาติดตามดูแลวัดป่าอดุลยาราม
อาจารย์ธงทอง ยังกล่าวว่า การเข้าพบผู้ว่าฯ ในครั้งนี้ยังเป็นการขอบคุณจังหวัด ฝ่ายปกครอง และหน่วยงานสาธารณสุขที่เข้ามาดูแลสุขภาพของเจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยารามเป็นอย่างดี
สำหรับสาระสำคัญของการหารือ เป็นการขอความชัดเจนใน 2 ประเด็น ประเด็นแรกคือการอารักขาและดูแลความสงบเรียบร้อย ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นยืนยันว่าพร้อมดำเนินการอย่างเต็มที่ / ประเด็นที่สองคือการเปลี่ยนชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ในโฉนดที่ดินและเอกสารราชการให้เป็นชื่อวัด ตรงตามข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย โดยขั้นตอนแบ่งเป็น 2 ส่วน
ส่วนแรกเป็นการขออนุญาตผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ซึ่งได้รับมอบอำนาจจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยในการพิจารณากรณีโอนที่ดินให้วัด ส่วนที่สองเป็นการดำเนินงานของเจ้าพนักงานที่ดินในการเปลี่ยนชื่อในโฉนดเป็นชื่อวัด ซึ่งสำนักงานที่ดินมีแนวทางปฏิบัติอยู่แล้ว "เรื่องนี้ต้องดำเนินการด้วยความละเอียดรอบคอบ แต่คิดว่าไม่น่าช้า"
และในเดือนหน้า อาจารย์ธงทอง ได้นัดหมายผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติและคณะทำงาน เดินทางไปวัดหนองแวงพระอารามหลวงอีกครั้ง เพื่อปรึกษาหารือเกี่ยวกับงานด้านพระพุทธศาสนาและติดตามความคืบหน้ากรณีนี้ โดยเชื่อว่าการดำเนินงานจะเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและไม่น่ามีปัญหา
ขณะที่ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ นางอุดมพร เอกเอี่ยม กล่าวว่า สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติอยู่เคียงข้างวัดมาโดยตลอด และขอให้มั่นใจว่าจะให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนทั้งเรื่องเอกสาร หลักฐาน ข้อมูล และการดำเนินการเกี่ยวกับโฉนดที่ดินตามอำนาจหน้าที่
สำหรับค่าธรรมเนียมการเปลี่ยนชื่อ เป็นชื่อวัดและการโอนที่ดิน ตามกฎหมายคิดในอัตราเพียงร้อยละ 0.01 ของราคาประเมิน หรือประมาณ 7,000 กว่าบาท ไม่ใช่ 1,500,000 บาท ตามข้อมูลที่อาจมีบางกลุ่มนำไปกล่าวอ้าง จึงขอเตือนประชาชนและสื่อมวลชนไม่ให้หลงเชื่อ หากมีบุคคลนำเรื่องค่าธรรมเนียมไปใช้เป็นข้ออ้างเรี่ยไรเงิน โดยเจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยารามฝากย้ำว่า หากประชาชนมีศรัทธาประสงค์บริจาคเงินเกี่ยวกับวัด ขอให้บริจาคผ่านคิวอาร์โค้ดของวัด หรือติดต่อกับทางวัดโดยตรงเท่านั้น
เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม เปิดใจด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม หลังพบอาจารย์ธงทองบอกว่า รู้สึกดีใจขึ้นมาก ขอบคุณทุกท่าน ขอเจริญพร ส่วนเรื่องคดีก็ปล่อยไปตามหน้าที่ของศาล
เมื่อเช้านี้ ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่วัดป่าอดุลยาราม ชุมชนกังสดาล ถนนกัลปพฤกษ์ เขตเทศบาลนครขอนแก่น พบกับพระครูอดุลสารนิเทศ เจ้าอาวาสวัด พบว่าเจ้าอาวาส มีสีหน้ายิ้มแย้ม บอกว่าเช้านี้อากาศดี
ส่วนความรู้สึกหลังจากที่อาจารย์ธงทอง เข้ากราบนมัสการเมื่อวาน หลวงพ่อรู้สึกดีใจขึ้นมาก ท่านมาก็ตรงใจกับหลวงพ่อ เพราะมาคุยกันในกุฏินี้ ไม่ได้ให้หลวงพ่อออกไปนั่งอยู่ข้างนอกแล้ว
ซึ่งทางอาจารย์ธงทองก็บอกว่า เรื่องกฎหมายเป็นหน้าที่ของกฎหมาย ส่วนเรื่องราวเหล่านี้จะจบหรือไม่ก็ต้องรอดูกันต่อ แต่ถ้าตามที่ฟ้องกันมา หลวงพ่อไม่เคยโต้ตอบ มีแต่โดนฟ้องอย่างเดียว "เราเป็นพระ เราไม่สามารถไปฟ้องคืนได้ ที่เขาฟ้องหลวงพ่อแม้แต่ศาลสั่ง เค้าก็ยังไม่จบ โอนเป็นชื่อวัดก็ยังไม่จบ บางคนบอกว่าวัดทะเลาะกับชาวบ้าน ซึ่งมันไม่ใช่ชาวบ้านมาทะเลาะกับวัดเอง วัดอยู่เฉยๆ แล้ววัดก็ไม่ได้โต้ตอบอะไร
หลวงพ่อบอกด้วยว่า สบายใจขึ้น เพราะหลวงพ่อได้รับความเมตตาจากเจ้าคระจังหวัด เจ้าคณะอำเภอ เจ้าคณะตำบล หรือแม้แต่พระเถระชั้นผู้ใหญ่สูงขึ้นไป ท่านก็ให้ความเมตตา
รวมถึงได้กำลังใจจากสำนักพุทธศาสนาแห่งชาติและ สำนักพุทธฯ จังหวัด ให้กำลังใจหลวงพ่อ ก็ขอขอบคุณขอเจริญพร ขอบใจกับทุกท่าน ส่วนเรื่องคดีก็ปล่อยไปตามหน้าที่ของศาล ทั้งนี้อีกฝ่ายก็ยังไม่เคยติดต่อมาเลย แม้แต่ขึ้นศาลก็ยังไม่คุยกันเลย เค้าไม่คุยกับเราเค้าไม่ติดต่ออะไรมาเลยจนป่านนี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้สีหน้าของหลวงพ่อยิ้มแย้มขึ้นอย่างมาก หลังจากอาจารย์ธงทอง เข้ามาพบ จากเดิมที่ก่อนหน้านี้มีคลิปวิดีโอที่ท่านเจ้าอาวาส มีอาการเครียดและร่ำไห้ออกมา โดยนายธนากร หรือนัท ลูกศิษย์ที่ใกล้ชิดบอกว่า สาเหตุที่หลวงพ่อร้องไห้ออกมา เป็นเพราะมีกลุ่มคนที่เป็นผู้ชายอายุประมาณ 60-70 ปี เข้าไปตำหนิหลวงพ่อเรื่องกำแพงวัดที่เป็นรู เรื่องวัดรก แล้วก็พูดซ้ำๆ หลายรอบ จี้ถามจนหลวงพ่อหลุด อีกทั้งหลวงพ่อเหนื่อยมาจากการฟอกไต ทำให้หลวงพ่อเครียดต้องไปโรงพยาบาล
ส่วนบรรยากาศที่วัดเช้านี้ เป็นไปด้วยความเรียบร้อยมีญาติโยมที่ใกล้ชิด นำภัตตาหารเข้ามาถวาย ซึ่งหลังจากมีประเด็นขัดแย้งกัน หลวงพ่อให้ความระมัดระวังเรื่องอาหารเป็นอย่างมาก จะไม่ฉันภัตตาหารที่ได้รับประเคนจากคนที่ไม่รู้จัก ท่านจะฉันเฉพาะภัตตาหารที่โยมที่เป็นญาติและคนใกล้ชิดเท่านั้น เพื่อป้องกันเหตุอันตรายที่อาจจะไม่คาดคิด รวมถึงมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาตรวจลงชื่อที่ตู้แดงเป็นประจำทุก 1 ชั่วโมง หมุนเวียนกันเข้ามาตลอด
ด้านนายป๋วย มัคนายกวัด ซึ่งเมื่อคืนนอนอยู่ศาลาหน้ากุฏิเจ้าอาวาส บอกว่า บรรยากาศช่วงนี้ก็เป็นไปด้วยความปกติ วันนี้จะนำกล้องวงจรปิดอีก 8 ตัวมาติดตั้งภายในวัด ทั้งนี้ทางญาติโยมจะถวายกล้องเพิ่มให้อีก แต่ทางหลวงพ่อ ขอเป็นทำประตูวัด ซึ่งทางญาติโยมกำลังเร่งดำเนินการให้โดยจะทำ 2 ประตูคือ ประตูด้านทิศใต้และประตูเข้าเมรุ หลังจากทำประตูเสร็จ ตอนกลางคืนก็คงจะต้องปิดประตูวัด แล้วค่อยเปิดตอนเช้าเพื่อป้องกันเหตุอันไม่คาดคิดที่อาจเกิดขึ้น
อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : https://youtu.be/ApNuHJ4qxbc
แท็กที่เกี่ยวข้อง ธงทองจันทรางศุ ,วัดป่าอดุลยาราม ,เจ้าอาวาส