สังคม
แฉยับ! อ้างเน็ตไอดอลสาวยืม 3 แสน เอา BMW ค้ำประกัน ก่อนทวงรถคืน เบี้ยวหนี้หายจ้อย
11 ชั่วโมงที่แล้ว
129 views
ผู้เสียหายร้องเพจสายไหมต้องรอด อ้างถูกเน็ตไอดอลยืมเงิน 3 แสน นำ BMW ค้ำประกัน ก่อนทวงรถคืนไร้เงินชดใช้
เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา คุณหญิงซึ่งเป็นผู้เสียหาย เข้าร้องขอความช่วยเหลือ หลังเจ้าตัวอ้างว่าถูกเน็ตไอดอลสาว ซึ่งเป็นภรรยาน้อยกับนักธุรกิจชื่อดัง นำรถยนต์ BMW มาจำนำกับผู้เสียหายเพื่อนำเงินมาใช้จ่ายเปย์หนุ่มบาร์โฮส
ภายหลังเจ้าของรถตัวจริงทราบเรื่องและทวงถาม หญิงสาวคนดังกล่าวไม่สามารถนำเงินมาไถ่ถอนรถคืนได้ จึงเกิดข้อพิพาทตามมา โดยผู้เสียหายอ้างว่าถูกกดดันและข่มขู่ให้นำรถมาคืน พร้อมมีการกล่าวอ้างว่าจะดำเนินคดีฐานรับของโจร รวมถึงมีการข่มขู่บุคคลในครอบครัว
จากการพุดคุยกับคุณหญิง เล่าว่า เธอรู้จักเน็ตไอดอลสาว และครอบครัวของเขาผ่านคนรู้จักในครอบครัว หลังจากที่ได้รู้จักกันโดยส่วนใหญ่จะมีการขอยืมเงิน ซึ่งพ่อและแม่ของเน็ตไอดอล จะเป็นฝ่ายติดต่อมาพูดคุยและขอยืมเงินเป็นหลัก ครั้งแรกที่เธอได้เจอกับเน็ตไอดอล เป็นครั้งแรก เขามากับหนุ่มบาร์โฮส และมาตกลงพูดคุยโดยอ้างว่าต้องการนำเงินไปหมุนเวียนในการดำเนินการด้านธุรกิจและผลิตภัณฑ์ความงาม สกินแคร์ตามแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆ จากนั้นมีการยืมเงินรวมถึง 300,000 บาท โดยสร้างความเชื่อถือได้นำรถยนต์ BMW มาวางไว้เป็นหลักประกัน มีการทำเอกสารและหลักฐานยืนยันการกู้ยืมเงินไว้ พร้อมยืนยันว่าจะนำเงินมาคืนภายในระยะเวลาที่กำหนด แต่สุดท้ายกลับไม่ได้รับเงินคืนตามที่ตกลงกัน
ต่อมาคู่กรณีและครอบครัว ได้ติดต่อกลับมา ขอให้นำรถยนต์คันดังกล่าวคืน โดยระบุว่ารถเป็นทรัพย์สินของผู้บริหารบริษัทเอกชนรายใหญ่รายหนึ่ง ซึ่งเป็นผู้ให้การอุปการะคู่กรณีอยู่ และหากไม่คืนรถอาจถูกดำเนินคดีในข้อหารับของโจร ทำให้ตนเองเกิดความกังวลและตัดสินใจคืนรถให้ แม้ว่าจะยังไม่ได้รับชำระหนี้คืน
จากนั้นตนเองได้ตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมและพบว่าทรัพย์สินต่าง ๆ ที่คู่กรณีใช้ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์หรือที่พักอาศัย ไม่ได้เป็นกรรมสิทธิ์ของคู่กรณี จึงเกิดความกังวลเกี่ยวกับการติดตามทรัพย์สินเพื่อบังคับชำระหนี้ในอนาคต
รวมถึงจากการสอบถามบุคคลใกล้ชิดและเพื่อนของคู่กรณี พบว่ามีผู้ที่อ้างว่าเคยได้รับความเสียหายในลักษณะคล้ายกันหลายราย โดยส่วนใหญ่เชื่อถือจากภาพลักษณ์การใช้ชีวิตที่ดูหรูหรา ทั้งการพักอาศัยในคอนโดมิเนียมหรู การใช้รถยนต์ราคาแพง และของแบรนด์เนม
หลังเกิดเหตุ ผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน พร้อมมีการทำบันทึกรับสภาพหนี้เป็นจำนวนเงินกว่า 300,000 บาท และกำหนดเงื่อนไขการผ่อนชำระไว้เป็นหลักฐาน แต่ปัจจุบันยังไม่ได้รับการชำระเงินคืนตามข้อตกลง
ทั้งนี้ ตนเองต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยตรวจสอบข้อเท็จจริง และต้องการให้คู่กรณีออกมารับผิดชอบต่อหนี้สินที่เกิดขึ้น เนื่องจากได้รับผลกระทบทางการเงินและความเดือดร้อนจากเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นอย่างมาก
ด้านนายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด เปิดเผยว่า ในส่วนของการยืมเงิน เบื้องต้นเข้าข่ายเป็นข้อพิพาททางแพ่ง เนื่องจากเป็นเรื่องการกู้ยืมและการผิดนัดชำระหนี้ อย่างไรก็ตาม ยังมีประเด็นที่ต้องตรวจสอบเพิ่มเติมว่า การที่คู่กรณีนำรถยนต์มาวางไว้เป็นหลักประกันในการกู้ยืมเงิน ทั้งที่ภายหลังระบุว่ารถคันดังกล่าวไม่ได้เป็นกรรมสิทธิ์ของตนเองนั้น มีเจตนาหลอกลวงหรือฉ้อโกงตั้งแต่ต้นหรือไม่ ซึ่งเป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนในการรวบรวมพยานหลักฐานและพิจารณาข้อเท็จจริง
สำหรับกรณีที่ผู้เสียหายอ้างว่าถูกข่มขู่ให้คืนรถยนต์ โดยมีการกล่าวอ้างว่าจะถูกดำเนินคดีหากไม่นำรถมาคืน มองว่าเป็นอีกประเด็นหนึ่งที่อาจเข้าข่ายความผิดทางอาญา ซึ่งผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ไว้กับพนักงานสอบสวนแล้ว
ทั้งนี้ หลังจากได้รับเรื่องร้องเรียน ตนจะประสานงานติดตามความคืบหน้าของคดีร่วมกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย และเชื่อว่าหากมีพยานหลักฐานชัดเจน การดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายไม่น่าจะมีความซับซ้อนแต่อย่างใด
อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : https://youtu.be/lu9k_gx1DBM
แท็กที่เกี่ยวข้อง เน็ตไอดอล ,ยืมเงิน